ลูกขาดวิตามิน ลูกขาดสารอาหาร ลูกไม่กินข้าว อาหารเสริม ทารกขอกินแต่นม ทั้งที่ถึงวัยต้องเสริมอาหารแล้ว

ลูกขาดวิตามิน ลูกขาดสารอาหาร ลูกไม่กินข้าว อาหารเสริม ทารกขอกินแต่นม ทั้งที่ถึงวัยต้องเสริมอาหารแล้ว

ลูกขาดวิตามินแน่ ถ้าแม่ตามใจ ปล่อยให้กินแต่นม ไม่เสริมอาหารอื่น ๆ หลัง 1 ขวบ

ลูกขาดวิตามิน

อันตราย ลูกขาดวิตามิน ลูกขาดสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ลูกไม่กินข้าว อาหารเสริม ทารกขอกินแต่นม แม่อย่าตามใจ ทารกหรือเด็กในวัยเกิน 1 ปี จำเป็นต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

 

อาการอย่างไรที่คุณพ่อคุณแม่ควรสงสัยว่าลูกขาดวิตามิน?

คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่คะว่าลูกน้อยอาจจะขาดวิตามินได้หากอายุเกินวัยทารก อายุมากกว่า 1 ปีแล้วยังทานแต่นมเป็นหลัก หรือทานแต่ขนมหวาน ไม่ค่อยยอมทานข้าว ไม่ทานผักและผลไม้ จึงทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบตามต้องการ โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ เรามาดูกันนะคะว่าเมื่อใดจึงจะควรสงสัยว่าลูกขาดวิตามิน

 

วิตามินแบ่งได้เป็นกี่ชนิด?

วิตามินเป็นสารจำเป็นที่ร่างกายใช้ในกระบวนการทำงานและเมตาบอลิซึมต่าง ๆ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ

  1. วิตามินที่ละลาย ได้ในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E, และ K
  2. วิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ได้แก่ วิตามิน B และวิตามิน C

 

เมื่อลูกขาดวิตามิน
สาเหตุของการขาดวิตามินมีอะไรบ้าง?

สาเหตุของการขาดวิตามินแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มคือ

  1. การขาดวิตามินแบบปฐมภูมิ คือการขาดวิตามินจากการที่รับประทานเข้าไปไม่เพียงพอ ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
  2. การขาดวิตามินแบบทุติยภูมิ คือมีสาเหตุอื่นที่ทำให้ขาดวิตามิน เช่น มีความผิดปกติในการย่อยและการดูดซึมอาหาร ร่างกายมีการขับถ่ายหรือทำลายวิตามินมากขึ้น รับประทานยาบางชนิดที่ส่งผลต่อการดูดซึมวิตามิน โรคความผิดปกติทางพันธุกรรมบางโรค หรืออยู่ในภาวะที่ร่างกายต้องการวิตามินมากกว่าปกติ

 

ลูกขาดวิตามิน ลูกขาดสารอาหาร ลูกไม่กินข้าว อาหารเสริม ทารกขอกินแต่นม ถึงวัยต้องเสริมอาหารแล้ว ลูก1ขวบ ไม่ชอบกินข้าว หม่ำแต่นม ระวังขาดวิตามินก่อโรคร้าย

ลูกขาดวิตามินลูกขาดสารอาหาร

อาการของลูกขาดวิตามิน อาการของการขาดวิตามินเป็นอย่างไร ?

การขาดวิตามินจะทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างช้า ๆ โดยช่วงแรกอาจไม่เกิดอาการใด แต่หากปล่อยให้ขาดมากขึ้นจนถึงระดับวิกฤตจึงจะแสดงอาการชัดเจน การขาดวิตามินในเด็กมักจะไม่ขาดเพียงตัวใดตัวหนึ่งแต่มักขาดวิตามินหลายชนิดร่วมกัน เพราะในอาหารชนิดหนึ่งจะมีวิตามินหลายตัว อาการของการขาดวิตามินในช่วงเริ่มแรกมักจะมีอาการไม่จำเพาะเจาะจง เช่น

  • เบื่ออาหาร
  • อ่อนเพลีย
  • น้ำหนักลด
  • นอนไม่หลับ
  • กระสับกระส่าย

 

วิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย จะมีมากในอาหารที่มีประโยชน์ต่างๆ เช่น เนื้อสัตว์ ตับ ไข่ ผักใบเขียวทุกชนิด และผลไม้ ในเด็กที่ไม่ทานข้าว ทานแต่นม จึงอาจขาดวิตามินเหล่านี้ได้

 

วิธีสังเกตว่าลูกขาดวิตามิน

อาการของการขาดวิตามินที่พบบ่อยมีดังนี้

1. วิตามินเอ: ตาแห้ง หากขาดรุนแรงอาจทำให้ตาบอดกลางคืนได้ การเจริญเติบโตช้า

2. วิตามินบี

  • วิตามินบี 1: โรคเหน็บชา แขนขาอ่อนแรง เบื่ออาหาร เหนื่อยง่าย และเกิดความรู้สึกสับสนได้
  • วิตามินบี 2: แผลที่มุมปากหรือที่เรียกกันว่าโรคปากนกกระจอก
  • วิตามินบี 3: โรคเพลลากรา (Pellagra) ทำให้มีอาการผิวหนังอักเสบคล้ายถูกแดดเผา ปากลิ้นอักเสบ เบื่ออาหาร หงุดหงิด กังวล
  • วิตามินบี 5: ปวดท้อง อาเจียน ไม่มีแรง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย เป็นลม ปวดตามแขนและขา การสร้างแอนติบอดี้ลดลง และติดโรคง่าย มีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย หรือซึมเศร้า
  • วิตามินบี 6: อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ซึมและความคิดสับสน คลื่นไส้ อาเจียน
  • วิตามินบี 7: เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ลิ้นอักเสบ ผิวหนังซีด แห้ง และหลุดออกเป็นหย่อมๆ มีอาการซึมเศร้า
  • วิตามินบี 8: โรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผิวหนังอักเสบบวมแดง คัน และผิวหนังหลุดลอกเป็นขุย
  • วิตามินบี 9: โรคโลหิตจาง
  • วิตามินบี 11: อาจเกิดโรคอัลไซเมอร์ ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว ไขมันสะสมที่ตับ
  • วิตามินบี 12: โลหิตจาง อ่อนเพลีย เกิดความบกพร่องของระบบประสาท ชาตามปลายมือปลายเท้า และความจำเสื่อมได้

3. วิตามินซี: เลือดออกตามไรฟัน เหงือกบวมแดง แผลหายช้า กล้ามเนื้อขาไม่มีแรง ถ้าขาดวิตามินซีรุนแรง ฟันจะโยกคลอนและหลุดง่าย มีเลือดออกเป็นจุดๆ ทั่วร่างกาย ทำให้เกิดโรคโลหิตจาง กล้ามเนื้อและกระดูกอ่อน
เสียรูปร่าง

4. วิตามินดี: ปวดกระดูกและกดเจ็บบริเวณที่ปวด พบบ่อยที่กระดูกสันหลังตอนล่าง กระดูกเชิงกราน และกระดูกขา จึงมักส่งผลให้มีท่าเดินที่ผิดปกติ และล้มได้ง่าย ในเด็กกระดูกจะอ่อนกว่าปกติ แต่ในผู้ใหญ่จะมีกระดูกบาง กระดูกพรุน ปวดกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

5. วิตามินอี: บวม ผิวหนังเป็นผื่นแดง เม็ดเลือดแดงมีรูปร่างผิดปกติและแตกได้ง่ายจนเกิดภาวะโลหิตจางได้

6. วิตามินเค: เลือดแข็งตัวได้ช้าเมื่อมีบาดแผล เลือดออกง่ายกว่าปกติ

 

หากคุณพ่อคุณแม่สงสัยว่าลูกมีอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากการขาดวิตามินเหล่านี้ ก็ควรจะปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการตรวจหาสาเหตุก่อนนะคะ หากอาการเกิดจากลูกขาดวิตามิน คุณหมอจะแนะนำการทานวิตามินเพื่อการรักษา การทานอาหารที่มีวิตามินอย่างเหมาะสมให้มากขึ้น และการทานวิตามินเสริมเพื่อป้องกันการขาด ทั้งนี้หากต้องการซื้อวิตามินมาให้ลูกรับประทานก็ควรจะปรึกษาคุณหมอหรือเภสัชกรก่อนเพื่อจะได้รับข้อมูลอย่างถูกต้องและปลอดภัย และไม่ควรละเลยการฝึกให้ลูกรู้จักการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างหลากหลาย โดยเน้นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วยนะคะ

 

บทความอื่น ๆ  ที่น่าสนใจ

ผักผลไม้วิตามินซีสูง ป้องกันหวัดลูก ดีต่อสุขภาพคนท้อง สร้างเนื้อเยื่อและกระดูกทารกในครรภ์

สารอาหารเด็กเล็ก อาหารที่เหมาะสมกับวัยทารก 1-3 ปี ลูกต้องการสารอาหารอะไรบ้าง

นอนแอร์ นอนพัดลม ทารกนอนห้องแอร์ หรือเปิดพัดลมนอน นอนแบบไหนหลับสบาย ไม่ป่วยไข้

ทารกติดโรค จากผู้ใหญ่ ทารกป่วยบ่อย ติดเชื้อจากพ่อแม่ ครอบครัว คนป่วยต้องอยู่ให้ห่างลูก

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner