ลูกกินยากเสี่ยงพัฒนาการช้า…ทำอย่างไรดี

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัยเจริญเติบโตในช่วง 3-12 ปี คุณพ่อคุณแม่มักต้องเจอกับปัญหาเรื่องลูกไม่ยอมทานข้าว เด็กอาจมัวแต่ห่วงเล่นซุกซนจนไม่ยอมทานอาหาร หรือเด็กบางคนไม่ยอมทานผัก บางคนไม่ยอมทานปลา กว่าจะบังคับขู่เข็ญให้ทานอาหารจนหมดจานได้ในแต่ละมื้อ คุณพ่อคุณแม่ต้องหาสารพัดวิธีมาหลอกล่อทั้งเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ

ปัญหาลูกทานยากหรือเลือกรับประทาน เป็นปัญหาที่หลายๆ ครอบครัวประสบอยู่และสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมองของลูกน้อยในวัยเจริญเติบโตนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับสารอาหารให้ครบทั้ง 5หมู่ ดังนั้นการที่ลูกทานอาหารไม่หลากหลาย เลือกทานแต่อาหารที่ชอบแบบเดิมๆ ซ้ำๆ หรือทานอาหารน้อยมากนั้น หากปล่อยทิ้งไว้จะส่งผลต่อต่อการเจริญเติบโตของร่างกายและพัฒนาการของลูกได้

 

สารอาหารที่จำเป็นต่อลูก

วิตามิน A จากผักผลไม้สีส้ม เช่น แครอทและมะละกอ : มีส่วนช่วยในการมองเห็นและการเจริญเติบโตของร่างกาย

วิตามิน B รวมจาก ถั่ว ไข่ นม เนื้อสัตว์ต่างๆ และผักใบเขียว : มีบทบาทสำคัญในการสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย

และช่วยในการทำงานของระบบประสาท

วิตามิน D3 จาก นม ไข่แดง ตับ : ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง

สังกะสี (Zinc) จาก ถั่วลิสง หอยนางรม เนื้อไก่ : จำเป็นต่อการสร้างระบบภูมิคุ้มกันและเกี่ยวข้องกับพัฒนาการด้าน

การเรียนรู้ นอกจากนี้การขาดสังกะสีจะทำให้เด็กเจริญเติบโตช้า

ธาตุเหล็ก (Iron) จาก ตับ ไข่แดง ลูกพรุน : เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงและเกี่ยวข้องกับ

การเรียนรู้ในเด็ก

ไอโอดีน (Iodine) จาก อาหารทะเล สาหร่ายทะเล ผักขม : จำเป็นต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อ

พัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมองของเด็ก การขาดไอโอดีนจึงส่งผลต่อความจำ ระดับสติปัญญาและพัฒนาการ

 

ผลต่อร่างกายและสุขภาพของลูก

  • เมื่อลูกได้รับสารอาหารและพลังงานไม่เพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน จะส่งผลให้ลูกมีน้ำหนักและความสูงที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน รูปร่างผอมบางหรือตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด
  • การรับประทานอาหารที่ไม่หลากหลาย อาจทำให้ลูกขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดที่มีผลต่อร่างกาย เช่น การขาดธาตุเหล็กที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเม็ดเลือดแดง ทำให้ลูกมีภาวะเลือดจางและเจริญเติบโตช้า หรือการขาดไอโอดีนที่จำเป็นต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกาย หากขาดไปจะมีผลต่อระบบความจำของสมอง และ  IQ ของลูก
  • ลูกจะเจ็บป่วยไม่สบายบ่อย เพราะร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่

 

ผลต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก

เมื่อร่างกายเจริญเติบโตได้ช้า กล้ามเนื้อขาดการพัฒนาและเจ็บป่วยบ่อย ย่อมส่งผลให้ลูกขาดโอกาสในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้วิ่งเล่นกับเพื่อนๆ หรือการได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการหลายๆ ด้านของลูกทั้งด้านร่างกาย สติปัญญาและอารมณ์

 

คุณพ่อคุณแม่ควรรับมืออย่างไร?

 สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำคือ สังเกตพฤติกรรมการทานอาหารของลูก เช่น ลูกชอบทานอะไร ไม่ชอบทานอะไร แล้วหาสาเหตุ อาจเพราะอาหารชนิดนั้นมีกลิ่นเฉพาะที่ลูกไม่ชอบหรือมีเนื้อสัมผัสที่แข็งเกินไป นิ่มเกินไป ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจทดแทนอาหารที่ลูกไม่ชอบด้วยอาหารชนิดอื่นที่มีสารอาหารเหมือนกันแต่ลูกชอบทานมากกว่า เช่น ลูกไม่ชอบแครอทซึ่งมีเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอและไฟเบอร์ ก็อาจชดเชยด้วยการให้ลูกทานมะละกอหรือผลไม้ชนิดอื่นที่มีสีส้มแดงแทน หรือคุณพ่อคุณแม่อาจลองจัดจานอาหารของลูกให้น่ารับประทานมากขึ้น เช่น ใช้ผักผลไม้ที่มีสีสันสดใสวางสลับสีกัน เพื่อดึงดูดความสนใจและกระตุ้นความอยากทานอาหารของลูก การงดทานขนมหรือของกินเล่นจุบจิบก่อนมื้ออาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะท้องที่อิ่มอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ลูกไม่รู้สึกอยากทานข้าว จึงควรเว้นช่วงให้ลูกได้รู้สึกหิวบ้าง เพื่อที่ลูกจะได้เจริญอาหารมากขึ้น นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เลือกสิ่งที่เค้าอยากทานบ้าง เช่น ถามลูกว่า วันนี้หนูอยากทานไข่ตุ๋นหรือไก่อบซอสจ๊ะ? ผลไม้วันนี้มีมะละกอกับแอปเปิ้ลูกอยากทานอะไรคะ? เป็นต้น เพราะบางครั้งการที่ลูกไม่ยอมทานอาหารเป็นเพราะลูกรู้สึกว่าโดนบังคับ จึงแสดงออกด้วยการต่อต้านและปฎิเสธอาหาร แต่เมื่อคุณพ่อคุณแม่ใช่วิธีการถามความเห็น ลูกจะรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและต่อต้านน้อยลง

 

หากใช้วิธีที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผลจริงๆ  ก็อาจต้องหาตัวช่วย เช่น การเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เดี๋ยวนี้ก็มีทางเลือกเช่นเป็นวิตามินเม็ดเคี้ยว หรือเจลลี่ เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่หลากหลาย วิธีการเลือกผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินคุณพ่อคุณแม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพไว้ใจได้ ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูง มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ไม่มีน้ำตาลทรายก็ไม่เสี่ยงให้ฝันผุ เลือกรสชาติที่ลูกทานได้ไม่หวานหรือเปรี้ยวจนเกินไป

Blackmores_koala_fruiti_multi1

  Credit ภาพ:จากเวปไซด์

วิตามินอาหารเสริมแบบเคี้ยวได้ปัจจุบันมีวางขายหลากหลายยี่ห้อ เช่น Scott Multi Vita, Centrum Fruity คงพอเคยเห็นกันบ้างและที่ออกมาใหม่ล่าสุดก็คือ Blackmores Koala Fruity Multi แบรนด์นี้เป็นที่รู้จักกันดีว่ามาจากออสเตรเลีย เป็นขวดแก้วฝาม่วง มีวิตามินและแร่ธาตุ 18 ชนิด เช่นวิตามิน A, B, Zinc, เหล็ก, ไอโอดีน ที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย

ลูกกินยากเสี่ยงพัฒนาการช้า

วิตามินและแร่ธาตุแบบเคี้ยวเป็นทางเลือกส่วนเสริม วิธีที่ดีที่สุดคือการเน้นทานอาหารหลักให้ได้มากพอและหลากหลาย คุณพ่อคุณแม่ลองนำวิธีที่แนะนำข้างต้นไปใช้ เชื่อว่าต้องมีสักวิธีที่สำเร็จ เพื่อคนที่เรารักจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อพัฒนาการที่แข็งแรงสมวัย

 

วัยอนุบาล (3-4 ปี) วัยเตาะแตะ โภชนาการของเด็กก่อนวัยเรียน โภชนาการวัยเตาะแตะ