ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ถึงแม้การให้กำเนิดลูกและความเป็นแม่นั้นจะทำให้พวกเราเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกายและอารมณ์ แต่มันก็ทำให้เราได้ “ความสุข” เป็นผลตอบแทนที่ได้กำไรมากที่สุดในชีวิตของแม่

Aimee and Jenna Hobbs ช่างภาพถ่ายภาพครอบครัว ได้สร้างสรรค์ผลงานชุดที่ให้ความสำคัญกับคนเป็นแม่ที่ใช้ชื่อว่า “A Mother’s Beauty” ซึ่งแสดงให้เห็นภาพ ร่างกายหลังคลอด ของผู้หญิงในแบบที่ไม่ปรุงแต่งและดูเปราะบางแต่เต็มไปด้วยพลัง

ภาพถ่ายของ ร่างกายหลังคลอด ที่แสดงให้เห็นถึงความสวยของเรือนร่างแม่

ร่างกายหลังคลอด

ช่างภาพได้กล่าวว่ามีแม่หลายคนอายกับการเข้าร่วมถ่ายภาพชุดนี้ แต่เราพยายามจะให้คุณแม่ได้มองเห็นความมีคุณค่า “เราต้องการที่จะจับเอาภาพความงดงามที่แท้จริงของคนเป็นแม่” บ่อยครั้งที่คนเป็นแม่มีความคิดว่า อยากได้รูปร่างแบบเดิมก่อนมีลูกกลับคืนมา แต่ภาพเหล่านี้จะทำให้แม่ ๆ ทุกคนได้เห็นถึงความงามที่แท้จริงของเรือนร่างหลังคลอด

ร่างกายหลังคลอด

แม้ว่าการให้กำเนิดลูกและความเป็นแม่นั้นจะทำให้เปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ และได้ทิ้งร่องรอยแผลเอาไว้ แต่มันกลับกลายเป็นสิ่งอันน่ามหัศจรรย์ยิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับคนเป็น “แม่”

ร่างกายหลังคลอด

ร่างกายหลังคลอด

A Mother’s Beauty ภาพถ่ายเซทนี้เป็นบรรดาอาสาสมัครคุณแม่ราว15 คน บางคนก็มาเพียงคนเดียวและบางคนก็มาพร้อมกับลูก ๆ เพื่อรวมแสดงให้เห็นถึงความสวยงามของผู้หญิงในความ “ไม่สมบูรณ์แบบ”

ร่างกายหลังคลอด

Aimee ยังเพิ่มเติมอีกว่า เธอหวังว่าภาพถ่ายชุดนี้จะโดนใจคุณแม่คนอื่น ๆ และเป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขารู้สึกรักในตัวเองเช่นเดียวกันกับคนอื่น ๆ ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ เธอหวังว่าคุณแม่ทั้งหลายจะได้เห็นมุมมองที่กว้างมากขึ้นว่า “ความสวยงาม” นั้นคืออะไรและยอมรับในหลาย ๆ รูปร่างและขนาดที่เปลี่ยนไปหลังคลอดลูก

ร่างกายหลังคลอด

ร่างกายหลังคลอด

เพราะความเป็นแม่ทำให้เรามีรูปร่างเหมือนกัน มีรอยแผลเป็นเหมือนกัน มีวิธีที่จะจูบและโอบอุ้มลูกน้อยในแบบที่คนไม่เคยเป็นแม่จะไม่อาจสัมผัสได้

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ร่างกายหลังคลอด

 

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ร่างกายหลังคลอด

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ร่างกายหลังคลอด

ภาพถ่ายดิบๆ แบบสวยๆ ของ ร่างกายหลังคลอด ริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ร่างกายหลังคลอด
ความเป็นแม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่ร่างกาย แต่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองในทางที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังการคลอด

ระยะหลังคลอดหรือระยะอยู่ไฟ เป็นช่วงที่ร่างกายปรับตัวคืนสู่สภาพเดิมเหมือนก่อนการตั้งครรภ์ ระบบต่างๆ ในร่างกายไม่ว่าจะเป็นระบบอวัยวะสืบพันธุ์ ระบบปัสสาวะ ระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจ น้ำและเกลือแร่ในร่างกาย เต้านม การตกไข่และการมีประจำเดือน ทั้งทางร่างกายและจิตใจก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

การเปลี่ยนแปลงทางกายวิภาคและสรีระของร่างกายหลังคลอดตามระบบการแพทย์แผนปัจจุบัน

มดลูก
มดลูกจะโตและอยู่สูงจากระดับสะดือทันทีที่คลอดแล้ว โดยมีความกว้างประมาณ 12 ซม. ยาว 15 ซม. หนา 8-10 ซม. มีน้ำหนักประมาณ 2 ปอนด์ และมดลูกจะลดขนาดลงเพื่อกลับคืนสู่สภาพปกติประมาณวันละ ½ นิ้ว เรียกการเปลี่ยนแปลงนี้ว่า “มดลูกเข้าอู่” และระดับของมดลูกจะอยู่กึ่งกลางระหว่างหัวเหน่ากับสะดือหรือประมาณ 3 นิ้วเหนือหัวเหน่าภายหลังจากคลอดในวันที่ 7 และระดับยอดมดลูกจะอยู่เหนือหัวเหน่าหลังจากคลอดประมาณวันที่ 10-12 โดยมีน้ำหนักประมาณ 8-9 ออนซ์ และภายใน 6-8 สัปดาห์ก็จะมีขนาดปกติ คือมีขนาด 3x2x1 นิ้ว มีน้ำหนักประมาณ 2-3 ออนซ์

ในขณะตั้งครรภ์การที่มดลูกขยายใหญ่ และหลังคลอดก็มีการลดตัวอย่างรวดเร็ว หรือการที่มดลูกถูกยึดด้วยเอ็นต่างๆ อย่างหลวมๆ ถูกผลักไปข้างหน้า เช่น มดลูกจะถูกดันสูงขึ้นไปบริเวณชายโครงเมื่อมีปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ หรือบริเวณภายในผนังมดลูกที่รกเกาะซึ่งเป็นส่วนที่บางกว่าส่วนอื่นจะหนาตัวขึ้นเมื่อมดลูกมีการหดรัดตัวดี หลังการคลอดใน 24 ชั่วโมงแรกบริเวณที่รกเกาะจะเป็นแผลใหญ่และมีเลือดซึมออกมา แต่หลอดเลือดในบริเวณนั้นจะตีบลงและมีก้อนเลือดเล็กๆ มาปิดในระยะต่อมา ซึ่งอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้มากที่สุดในระยะ 10-14 วันแรกของการคลอด จึงต้องเฝ้าระวังและดูแลรักษาเป็นพิเศษในระยะสำคัญนี้

เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก
เนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกที่เหลืออยู่ในโรงมดลูกจะแบ่งตัวเป็น 2 ชั้น ภายหลังจากการคลอดได้ 2-3 วัน คือ

1. ชั้นผิว
ส่วนนี้เรียกว่า น้ำคาวปลา จะมีระยะการหลุดออกมาเป็น 3 ระยะคือ
-ใน 2-3 วันแรก ชั้นผิวส่วนนี้ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยเลือดจึงออกมาเป็นสีแดง

-ในราววันที่ 10 จะมีเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูกสลายตัวปะปนออกมาด้วย จึงทำให้สีแดงจางลง และมีปริมาณน้อยลงด้วย

-ภายใน 3 สัปดาห์หลังคลอด สีของน้ำคาวปลาจะหมดไป แต่อาจมีอยู่นานถึง 6 สัปดาห์ในบางราย

2. เยื่อบุโพรงมดลูก
เป็นส่วนที่อยู่ติดกับเนื้อมดลูก ซึ่งภายในเยื่อบุโพรงมดลูกจะมีต่อมของเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ และภายใน 3 สัปดาห์ก็จะมีการเจริญจนเต็มโพรง แต่จะกินเวลานานถึง 6 สัปดาห์ในส่วนที่เป็นรอยเกาะของรก ในส่วนที่รกเกาะหากไม่มีการเจริญของเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะทำให้กลายเป็นแผลเป็น ซึ่งการตั้งครรภ์ในครั้งต่อไปจะมีอันตรายได้

ปากมดลูกและตัวมดลูกส่วนล่าง
ปากมดลูกจะมีลักษณะนุ่มบางและมีรอยฉีกขาดออกไปทางด้านข้างภายหลังที่รกคลอดแล้ว และมีการหดตัวอย่างช้าๆ พบว่าหลังคลอดประมาณ 2-3 วันแรก จะมีขนาดเท่ากับสอด 2 นิ้วมือได้ และจะแคบลงเมื่อครบ 3 สัปดาห์ หรือเรียกว่า ปากมดลูกด้านนอก จะมีลักษณะแตกต่างไปจากเดิมเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์ที่ 6 คือขนาดจะกว้างออกและด้านข้างจะมีรอยแตก ส่วนมดลูกก็จะหดตัวหนาขึ้นและสั้นลง ภายใน 2-3 สัปดาห์ก็จะเป็นคอมดลูกตามเดิม

ช่องคลอดและปากช่องคลอด
เป็นอวัยวะที่ผนังมีการหย่อนมากกว่าเดิม ไม่สามารถกลับสู่สภาพปกติเหมือนตอนก่อนคลอดได้ โดยผนังช่องคลอดจะปรากฏเป็นรอยย่นให้เห็น และจะสมบูรณ์เหมือนเดิมในสัปดาห์ที่ 6-10 ส่วนลักษณะของเยื่อพรหมจารีจะขาดกะรุ่งกะริ่งเป็นติ่งเนื้อเล็กๆ ซึ่งทำให้รู้ได้ว่าเคยผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว ในรายที่แผลสมานกันได้รวดเร็วจะเป็นการฉีดขาดจากการตัดฝีเย็บ ปกติแล้วภายใน 5-7 วันแผลนี้จะหายเข้าสู่สภาพเดิมได้ หากเกิดอาการบวมและอักเสบก็อาจเกิดจากไม่ได้เย็บแผลหรือเย็บไม่ถูกวิธี จนอาจทำให้มีการติดเชื้อเข้าไปภายในมดลูก ปีกมดลูก และช่องท้อง ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่ารักษาหาย

ระบบปัสสาวะ
ส่วนนำของทารกจะไปกดทับบริเวณกระเพาะปัสสาวะในระหว่างการคลอด ทำให้ผนังใต้เยื่อบุกระเพาะปัสสาวะเกิดบวม มีเลือดคั่งและเลือดออก ความจุของกระเพาะปัสสาวะจะมีมากขึ้น มีความยืดหยุ่นลดน้อยลง ทำให้เกิดการโป่งของกระเพาะปัสสาวะ เมื่อถ่ายปัสสาวะก็จะถ่ายออกได้ไม่หมด นอกจากนั้น ใน 1-2 วันแรกหลังคลอด ยังอาจพบโปรตีนในปัสสาวะด้วย ซึ่งภาวะนี้จะเกิดร่วมกับการขยายตัวของหลอดไตและกรวยไต จึงทำให้ทางเดินปัสสาวะมีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ในเวลา 8-12 สัปดาห์ กรวยไตและหลอดไตที่ขยายตัวก็จะกลับคืนสู่สภาพปกติ

ระบบไหลเวียนของเลือดและหัวใจ
มดลูกจะมีการหดรัดตัวทันทีหลังคลอด เพื่อไล่เลือดในชั้นกล้ามเนื้อของมดลูกเข้าสู่ระบบไหลเวียน ในร่างกายจึงมีปริมาณเลือดไหลเวียนเพิ่มมากขึ้นกะทันหัน แต่มารดาที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวหัวใจหรือหลอดเลือดก็จะไม่เกิดอันตรายขึ้น เพราะระหว่างการคลอดที่มีการเสียเลือดจะช่วยรักษาสมดุลเอาไว้ได้ จะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงมากกว่าปกติถึง 20% ปริมาณเลือดมากกว่าปกติ 32% น้ำเหลืองมีปริมาณมากกว่าปกติ 40% เมื่อครรภ์ครบกำหนด และภายใน 1 สัปดาห์หลังการคลอดจำนวนเหล่านี้ก็จะลดลงเข้าสู่สภาพปกติเหมือนตอนก่อนคลอด

การเปลี่ยนแปลงของน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย
ในระหว่างเจ็บครรภ์น้ำหนักของมารดาจะลดลงจากการเสียน้ำทางเหงื่อและการหายใจร่วมกับน้ำหนักของเด็กและรกไปประมาณ 5.5 กิโลกรัม และในสัปดาห์แรกของเหลวจะถูกขับออกมาอีกประมาณ 2 ลิตร ทำให้น้ำหนักของมารดาลดลงไปอีกประมาณ 4 กิโลกรัม และของเหลวจะถูกขับออกมาอีกประมาณ 1.5 ลิตรในอีก 5 สัปดาห์ต่อมา

การเปลี่ยนแปลงของเต้านม
ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนจากรกจะหมดไปภายหลังการคลอด ทำให้ต่อมปิทูอิตารี่ส่วนหน้าเกิดการหลั่งฮอร์โมนโปรแลคติน ส่งผลให้มีน้ำนมเกิดขึ้น น้ำนมจะมีในประมาณวันที่ 3-4 ในครรภ์แรก แต่จะมีในประมาณวันที่ 2 หากเป็นครรภ์หลังๆ โดยมารดาจะรู้ว่านมแข็ง คัดเต้านม เจ็บร้อนบริเวณเต้านม และอาจจะบวมไปถึงบริเวณรักแร้ในบางราย ในครั้งแรกที่เกิดนมคัดนี้ เกิดจากหลอดเลือดและท่อน้ำเหลืองมีการคั่ง เมื่อยังไม่มีการหลั่งก็จะเก็บน้ำนมไว้ แต่ประสาทที่ปลายหัวนมและเซลล์รอบๆ ต่อมน้ำนมจะหดตัวจากการดูดกระตุ้นของเด็ก ทำให้มีน้ำนมไหลออกมา การดูดของทารกและความดันภายในเต้านมจะมีผลต่อจำนวนและคุณภาพของน้ำนม เต้านมเป็นอวัยวะที่ยังคงมีการเจริญเติบโตต่อไปอีกแม้ภายหลังจากคลอดแล้ว น้ำนมที่มีใหม่ๆ หลังจากคลอด 2-3 วันแรก เรียกว่า น้ำนมเหลือง(Colostum) จะมีลักษณะเป็นสีเหลืองใสๆ ซึ่งมีส่วนประกอบในน้ำนมตามปกติ แต่จะมีโปรตีนและเกลือแร่อยู่ในปริมาณที่มากกว่า และยังมีสารภูมิคุ้มกันที่ช่วยป้องกันลำไส้อักเสบด้วย น้ำนมเหลืองจะหมดไปประมาณวันที่ 5-7 หลังคลอด และมีน้ำนมตามปกติที่มีสารอาหารเหมาะกับการเลี้ยงดูทารกมากกว่านมจากแหล่งอื่นๆ

 


credit content : www.huffingtonpost.com

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :

13 ภาพถ่ายวินาทีแม่คลอดลูกที่เจ็บปวด ทรมาน และสวยงามที่สุด!!

สุดยอดภาพถ่าย"ลูกเข้าเต้า" ที่ถูกแชร์เป็นหมื่น!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner