รู้ไหม? เก็บรักษายาสำหรับเด็กอย่างนี้แหละถูกวิธี

รู้ไหม? เก็บรักษายาสำหรับเด็กอย่างนี้แหละถูกวิธี

ตามปกติแล้วแต่ละบ้านก็มักจะมีตู้ยาสามัญประจำบ้านติดบ้านไว้เสมอ แต่ถ้าบางบ้านไม่มีตู้ยาก็อาจจะเอายาจำพวกยาเม็ดเก็บไว้ในกล่องปิดมิดชิด หรือยาน้ำอาจจะแช่ตู้เย็นไว้ แล้วยาสำหรับเด็ก คุณพ่อคุณแม่เก็บอย่างไรคะ ถูกวิธีหรือไม่ มาดูกันว่าการเก็บรักษายาสำหรับเด็กที่ถูกวิธีต้องเก็บอย่างไร ติดตามอ่าน


รู้ไหม? เก็บรักษายาสำหรับเด็กอย่างนี้แหละถูกวิธี

เภสัชกรศุภทัต ชุมนุมวัฒน์  ให้คำแนะนำในการเก็บรักษายาสำหรับเด็ก ไว้ดังนี้

วิธีเก็บรักษายา 

1. คุณแม่ควรอ่านสลากยาให้ครบถ้วน รวมทั้งคำแนะนำการเก็บรักษายา

2. หากยาที่ลูกได้รับนั้นไม่ระบุการเก็บรักษาเป็นพิเศษ ให้เก็บยาที่อุณหภูมิห้องบริเวณที่ไม่ร้อน และ ไม่มีแสงแดดส่อง ห้ามทิ้งยา ไว้ในรถยนต์ เพราะเมื่อจอดกลางแดด แม้เพียงไม่นานอุณหภูมิในรถจะร้อนมาก ทำให้ยาเสื่อมได้ง่าย และที่สำคัญควรเก็บในที่ที่เด็กไม่สามารถหยิบยาเองได้

3. หากยานั้นระบุว่าให้เก็บยาไว้ในตู้เย็น ห้ามแช่แข็งโดยเด็ดขาด การเก็บยาในตู้เย็น หมายถึง  ให้เก็บในตู้เย็นช่องปกติ ไม่ควรเก็บที่ชั้นใกล้ช่องแช่แข็ง เพราะมีความเย็นจัดจนทำให้เป็นน้ำแข็งและตกตะกอนได้ นอกจากนี้ไม่ควรเก็บยาที่ประตูตู้เย็นเพราะอุณหภูมิอาจไม่เย็นพอจากการที่มีการเปิด - ปิด ประตูตู้เย็น บ่อย ๆ

4. ยาน้ำสำหรับเด็กบางชนิดที่บรรจุในขวดสีชา หมายถึง ยาที่ต้องป้องกันไม่ให้ถูกแสง ไม่ควรเปลี่ยนภาชนะบรรจุยาไปเป็นแบบใสหรือขาว เพราะจะทำให้ยาเสื่อมได้

5. คุณแม่จะสังเกตเห็นว่าบางครั้งยาบางชนิดที่ต้องระมัดระวังเรื่องความชื้น  ควรใส่สารกันชื้น  ที่มักเห็นเป็นซองเล็ก ๆ ภายในมีเม็ดกันชื้นอยู่สอดอยู่ในขวดยาไว้ตลอดเวลา และควรปิดภาชนะบรรจุให้แน่น ระมัดระวังอย่าให้อากาศเข้าด้านในจะทำให้ยาเสื่อมคุณภาพเร็ว

6. สิ่งสำคัญควรเก็บยาไว้ในภาชนะบรรจุเดิมซึ่งมีสลากระบุชื่อยาและวันที่ได้รับยานั้น  จะทำให้ทราบระยะเวลาที่ควรเก็บยาที่เหลือนั้นได้

ระยะเวลาในการเก็บรักษายา

1. สำหรับยาปฏิชีวนะบางชนิดที่ต้องผสมน้ำ ซึ่งลูกน้อยของคุณแม่อาจเคยรับประทานยาชนิดนี้กันมาบ้าง ยาชนิดนี้มีอายุการใช้งานสั้น เมื่อผสมผงยากับน้ำไปแล้วสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 7 วัน ที่อุณหภูมิห้อง แต่ถ้าเก็บไว้ในตู้เย็นจะสามารถเก็บไว้ได้ประมาณ 14 วัน หากเก็บนานกว่านี้อาจจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงจนรักษาไม่ได้ผล

2. สำหรับยาน้ำโดยทั่วไป เช่น ยาแก้ไข้  ยาแก้ไอ เป็นต้น ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 6 เดือนก่อนที่ยาจะถึงวันหมดอายุที่ระบุไว้ในฉลากผลิตภัณฑ์   เช่น เปิดใช้ยาวันที่ 31 มีนาคม 2558 ฉลากบ่งบอกว่ายาหมดอายุ 30 พฤศจิกายน 2558 เหลือเวลาประมาณ 8 เดือน   ดังนั้นเมื่อเปิดใช้ยาไปแล้ว 2 เดือน ควรทิ้งยานั้นไปเลย

3. สิ่งสำคัญคุณแม่ควรตรวจดูวันหมดอายุของยาในตู้ยา  และตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการได้รับผลข้างเคียงจากยาเสื่อมสภาพได้

4. ยาน้ำสำหรับเด็ก ถ้าไม่ได้ระบุให้เก็บในตู้เย็น เมื่อเปิดใช้แล้วไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นได้ เก็บยาไว้อุณหภูมิห้องหากสถานที่เก็บยามีอุณหภูมิเหมาะสม คือ ไม่ร้อนจนเกินไปหรือมีความชื้น แต่ถ้าที่บ้านอากาศค่อนข้างร้อน มากกว่า 25 - 30°C คุณแม่ควรเก็บยาในตู้เย็น เพื่อชะลอการเจริญเติบโตของเชื้อจากการปนเปื้อนระหว่างการใช้ยา

ข้อควรสังเกต

ก่อนใช้ยาทุกครั้ง ควรสังเกตลักษณะของยาด้วยว่า เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ หากมี  สี กลิ่น รส เปลี่ยนแปลงไป น้ำยาขุ่นมีตะกอน หรือตัวยาเกิดการแยกชั้น เขย่ายาแล้วก็ไม่กลับสู่สภาพเดิม ก็ควรทิ้งยาเหล่านั้นไป เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.pharmacy.mahidol.ac.th

http://www.myfirstbrain.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ห้ามลืม ! ยารักษาโรคที่ควรพกติดกระเป๋าเวลาเดินทาง

เด็กชายอายุ 15 เดือน แพ้ยาไอบูโปรเฟนขั้นรุนแรง จนเกือบเสียชีวิต

 

 

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

app info
get app banner