theAsianparent Logo

รู้ไว้ไม่เสี่ยง! 6 ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 1-3 เดือนแรก

มาดูกันว่า ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 1-3 เดือนแรกมีอะไรบ้าง

6 ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 1-3 เดือนแรก

ระยะการตั้งครรภ์ใน 3 เดือนแรก เป็นระยะของการพัฒนาอวัยวะต่างๆ ที่สำคัญของลูกน้อยในครรภ์ คุณแม่จึงควรระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้มาก หากคุณแม่รับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ได้รับยาบางอย่าง ฉายรังสี หรือแม้แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ มีสารเคมี ก็สามารถส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ได้ มาดูกันว่า ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 1-3 เดือนแรกมีอะไรบ้าง

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง ข้อห้ามสำหรับคนท้อง

1. อาหารการกิน

ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงไม่สุก

เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย และพยาธิ ทำให้ท้องเสียได้ โดยเฉพาะโรคทอกโซพลาสโมซิส (toxoplasmosis) ที่เกิดจากการติดเชื้อ ทอกโซพลาสมา กอนดิไอ (Toxoplasma gondii) เมื่อคุณแม่กินเนื้อสัตว์ที่มีซิสต์เนื้อเยื่อดิบๆ สุกๆ เข้าไป เช่น สเต็ก ลาบดิบ โดยไม่ได้ทำให้สุกพอที่จะฆ่าเชื้อนี้ได้ สามารถติดเชื้อไปสู่ทารกในครรภ์ได้

ถ้าคุณแม่ติดเชื้อทอกโซพลาสมา กอนดิไอเป็นครั้งแรก ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ มีความเสี่ยงถึง 45 เปอร์เซ็นต์ที่จะติดต่อสู่ลูกน้อยในครรภ์ผ่านทางรก โดยทารกที่ติดเชื้อนี้มีโอกาสแท้ง หรือตายแรกคลอด หรืออาจมีอาการตับม้ามโต ต่อมน้ำเหลืองโต ปอดอักเสบ ชัก น้ำคั่งในสมอง หัวบาตหรือหัวลีบ สมองและไขสันหลังอักเสบ ตาเหล่ ต้อกระจก จอตาอักเสบ ตาบอด หูหนวก ปัญญาอ่อน เป็นต้น

ควรหลีกเลี่ยงอาหารทะเล

หลีกเลี่ยงการบริโภคปลาและหอยบางประเภทซึ่งอาจมีสารปรอทสูง สารปรอทจะทำลายระบบประสาท ของทารก ยิ่งปลามีขนาดใหญ่เท่าไหร่ ก็ยิ่งมีสารปรอทสูงเท่านั้น

  • องค์การอาหารและยาของสหรัฐแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หลีกเลี่ยง ปลาดาบ ปลาอินทรี ปลาฉลาม ปลา Tile fish ปลากระโทงแทง
  • หากคุณกังวลเกี่ยวกับการบริโภคอาหารทะเล องค์การอาหารและยาระบุว่าคุณสามารถกิน ปลาดุก ปลาพอลล็อค ปลาแซลมอน กุ้ง ทูน่ากระป๋อง ได้สัปดาห์ละ 12 ออนซ์ (ประมาณอาหารมื้อปกติ 2 มื้อ)
  • หลีกเลี่ยงการกินปลาและหอยดิบ หรืออาหารทะเลรมควันแช่เย็น ซึ่งแปลว่า คนท้องควรงดซูชิตลอดช่วงตั้งครรภ์ พยายามปรุงอาหารทะเลด้วยอุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส เนื้อปลาสุกจะล่อนเป็นชิ้นและมีสีขุ่น สำหรับกุ้ง ล็อบสเตอร์ และหอยเชลล์ ปรุงจนกลายเป็นสีขาวขุ่น หอยชนิดต่าง ๆ ควรปรุงจนฝาเปิด

2. การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์

การใช้ยาระหว่างตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่แม่ท้องต้องระวังให้มาก ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น และต้องแจ้งคุณหมอทุกครั้งด้วยว่าตั้งครรภ์อยู่ อายุครรภ์กี่สัปดาห์ เนื่องจากยาบางตัว หากคุณแม่ได้รับในช่วง 1-3 เดือนของการตั้งครรภ์อาจส่งผลให้เด็กพิการ เจริญเติบโตช้า หรืออาจเสียชีวิตในครรภ์ได้

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง ข้อห้ามสำหรับคนท้อง

หากคุณแม่รับประทานยามาก่อนหน้าที่จะรู้ตัวว่าท้อง เช่นยาแก้สิว ยาแก้ไข้ ลดน้ำมูก ยาแก้ปวดท้อง หรืออาหารเสริมต่างๆ คุณแม่ควรนำยานั้นไปปรึกษาคุณหมอว่ายังสามารถรับประทานต่อไปได้หรือไม่

แม้แต่ยาสามัญประจำบ้านหลายชนิดก็ทำให้เกิดอันตรายต่อลูกในครรภ์ได้ ซึ่งยาที่คุณแม่สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ มีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น คือ ยาพาราเซตามอล ลดไข้ แก้ปวด, ยาคลอเฟนิรามีน แก้แพ้ แก้คัน ลดน้ำมูก ,ยาเพนิซิลลิน แอมพิซิลลิน เป็นยาปฎิชีวนะที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสตรีมีครรภ์ และผงเกลือแร่

3. สิ่งแวดล้อม

เช่น สถานที่ที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่ บริเวณที่มีสัตว์ที่เป็นพาหะของโรคอาศัยอยู่ การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี รวมถึง งานบ้านที่ต้องสัมผัสกับสารเคมี สีทาบ้าน ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างเล็บ ยาฉีดยุง ซึ่งมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายเมื่อสูดหายใจ หรือสัมผัสและดูดซึมผ่านผิวหนัง อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ได้

จากการวิจัยพบว่า คุณแม่ท้องที่อยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมลภาวะทางอากาศในช่วงสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์จะมีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ และการคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น

แม้แต่ยาฆ่าแมลงที่ปนเปื้อนอยู่ในผักผลไม้ ยังมีความเชื่อมโยงไปสู่ภาวะหลอดประสาทไม่ปิด และภาวะแขนขาพิการแต่กำเนิด ดังนั้น คุณแม่ไม่ควรมองข้ามการล้างผักให้สะอาดทุกครั้ง

หลีกเลี่ยงการรับรังสีจากการเอ็กซเรย์ หรือบริเวณที่มีการแผ่รังสี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเด็กทารกในครรภ์ หากคุณแม่ได้รับรังสีปริมาณมาก จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด และจะผ่านจากรกไปสายสะดือ และเข้าสู่ทารก ทำให้พิการแต่กำเนิด เจริญเติบโตช้า มีผลต่อการพัฒนาของสมอง และเสี่ยงต่อมะเร็ง

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง 1-3 เดือนแรกมีอะไรอีกบ้าง ติดตามต่อหน้าถัดไป -->>

4. สารเสพติด

บุหรี่

เชื่อกันว่าสารนิโคตินในบุหรี่สามารถผ่านรกไปยังทารกได้ ซึ่งจะเข้าไปกดการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจและการเต้นของหัวใจ คุณแม่ที่สูบบุหรี่ระหว่างตั้งครรภ์มีโอกาสแท้งลูก หรือคลอดก่อนกำหนดได้มากกว่าคุณแม่ที่ไม่ได้สูบบุหรี่

และถึงแม้ว่าคุณแม่จะคลอดครบกำหนด ลูกก็มักจะออกมาตัวเล็กกว่าปกติ มีน้ำหนักน้อย หัวใจเต้นเร็วกว่าเด็กปกติ ระบบการหายใจล้มเหลวอย่างฉับพลันในทารกแรกเกิด มักจะเจ็บป่วยด้วยโรคของระบบทางเดินหายใจ และบางครั้งอาจเกิดความพิการรุนแรง หรือมีพัฒนาการทางสติปัญญาช้า และอาจแสดงออกเหมือนเด็กปัญญาอ่อน

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง ข้อห้ามสำหรับคนท้อง

แอลกอฮอล์

หากคุณแม่ท้องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงปฏิสนธิหรือในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ แอลกอฮอล์จะไปทำลายเซลล์ประสาท ทำให้ทารกมีปัญหาการเจริญเติบโต น้ำหนักแรกเกิดน้อย ศีรษะเล็ก โครงสร้างสมองผิดปกติ บกพร่องทางสติปัญญา มีปัญหาด้านความจำ และมีปัญหาพฤติกรรม เช่น ไม่อยู่นิ่ง สมาธิสั้น

หากคุณแม่ท้องดื่มแอลกฮอล์ในปริมาณมากจะทำให้ทารกมีลักษณะร่างกายที่ผิดปกติ ช่องตาสั้น ร่องริมฝีปากบนเรียบ ริมฝีปากบนยาวและบาง หนังคลุมหัวตามาก จมูกแบน ปลายจมูกเชิดขึ้น บริเวณส่วนกลางใบหน้ามีการพัฒนาน้อยกว่าปกติ ซึ่งเป็นกลุ่มอาการเฉพาะของทารกที่เกิดจากมารดาดื่มแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า Fetal alcohol syndrome

5. ความเครียด

ความเครียดของแม่ท้องส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยในครภ์ และเพิ่มโอกาสแท้งบุตร กระตุ้นการผลิตสารเคมีและฮอร์โมนในร่างกาย ที่ทำให้หลอดเลือดแคบลง นำออกซิเจนไปเลี้ยงมดลูกไม่เพียงพอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารก โดยเด็กที่คลอดจากแม่ที่มีความเครียดสูง มักจะคลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์และอาจต้องได้รับการดูแลจากแพทย์เป็นกรณีพิเศษเพื่อให้เด็กกลับมามีสุขภาพที่สมบูรณ์

นอกจากนี้ เมื่อแม่ท้องเกิดความเครียด ฮอร์โมนความเครียดจะส่งไปยังทารกในครรภ์ เมื่อลูกน้อยได้รับสัญญาณความเครียดก็จะตีความว่าจะต้องมีความเครียดรุนแรงอยู่ในสภาพแวดล้อมข้างนอกแน่นอน สมองจึงสั่งการให้ทารกเตรียมพร้อมเพื่อตอบสนองต่อความเครียดเหล่านั้น ซึ่งหากสมองของทารกมีการตอบสนองที่มากเกินไปก็อาจเสี่ยงต่อความผิดปกติ เช่น โรคสมาธิสั้น หรือโรคในกลุ่มออทิสติก ได้

ข้อห้ามสำหรับคนท้อง ข้อห้ามสำหรับคนท้อง

6. ความสวยความงาม

  • ซาวน่า ความเสียงจากการซาวน่าของแม่ท้องเกิดจากความร้อนที่ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ที่ทำเป็น ส่งผลให้เลือดข้น มีโอกาสเกิดการอุดตันของเส้นเลือดได้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงทารกน้อยลง ทารกอาจเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หรืออาจถึงขึ้นแท้งบุตรได้
  • การทำสีผม ในปัจจุบันยังไม่มีการทดลองระยะยาว เพื่อยืนยันว่าการทำสีผมระหว่างตั้งครรภ์นั้นปลอดภัยหรือไม่ รวมถึงการทดลองในสัตว์ก็ยังไม่พบความผิดปกติในการพัฒนาของตัวอ่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แนะนำให้คุณแม่ทำสีผมในช่วง 3 เดือนแรก เพราะหนังศีรษะสามารถซึมซับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายได้ แม้จะเพียงปริมาณน้อย และไม่มีอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ แต่หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย
  • การลดน้ำหนักและอดอาหาร หากคุณแม่ไม่มีข้อจำกัดทางการแพทย์ว่าต้องกำจัดอาหาร ก็ควรจะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ และเพียงพอกับความต้องการในแต่ละวันของร่างกาย เพราะจากงานวิจัยพบว่า คุณแม่ท้องที่อดอาหารมีอัตราคลอดก่อนกำหนดสูงและยังสมองพิการอีกด้วย เนื่องจากขาดสารอาหารที่จะช่วยบำรุงสมองของทารก เช่น โฟเลตที่ได้จากผักผลไม้ รวมถึงวิตามินต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการสร้างอวัยวะสำคัญ ซึ่งลูกน้อยควรจะได้รับการบำรุงในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์อย่างเต็มที่ หากคุณแม่กังวลเรื่องน้ำหนักหลังคลอด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยลดน้ำหนักหลังคลอดได้ดีทีเดียวค่ะ

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

อาการคนท้องที่พบบ่อยในไตรมาสแรก

การปฏิบัติตัวของคนท้อง : ยืน เดิน นั่ง นอน อย่างไรให้ถูกต้อง

9 ภาพตัวอ่อนในท้องแม่ ซูมให้เห็นกันชัด ๆ แบบที่คุณต้องอึ้ง

parenttown