รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยเป็นหวัดVSไซนัสอักเสบ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยเป็นหวัดVSไซนัสอักเสบ

อากาศร้อน ๆแบบนี้อย่าคิดว่าไข้หวัดจะถามหาไม่ได้นะคะ เจ้าตัวน้อยอาจจะพบกับหวัดแดดจนเกิดเป็นไข้หวัด น้ำมูกไหลย้อยได้ แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจเป็นไซนัสอักเสบได้เช่นกัน มาดูกันว่า ระหว่างเป็นหวัดกับไซนัสอักเสบแตกต่างกันอย่างไร ติดตามอ่าน

ความแตกต่างระหว่าง ไข้หวัด หรือไซนัสอักเสบ

เจ้าตัวน้อยอาจมีอาการผิดปกติทางจมูก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมูกไหล  เสียงหายใจครืดคราด  คัดแน่นจมูก  จามหรือไอมากผิดปกติ   อาการเหล่านี้อาจทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความกังวลอยู่บ้างว่าลูกจะเป็นไข้หวัดหรือไซนัสอักเสบกันแน่

หวัด  คือ  อาการคัดจมูก  น้ำมูกไหล  ส่วนมากจะเป็นเพียงไข้หวัด  ซึ่งจะมีอาการไม่นานสามารถหายได้เองภายใน 7 – 10 วัน

ไซนัสอักเสบ  คือ  โพรงอากาศที่อยู่ภายในกะโหลกศีรษะบริเวณส่วนใบหน้ามีรูขนาดเล็กเชื่อมต่อกับโพรงจมูก  สาเหตุของไซนัสอักเสบ  คือ  การติดเชื้อไวรัส  หรือเชื้อแบคทีเรียหรือเยื่อบุโพรงไซนัสบวมอักเสบจากภูมิแพ้ นอกจากนี้สิ่งแปลกปลอมในจมูกมีก้อนเนื้อหรือริดสีดวงจมูกก็ทำให้เกิดไซนัสอักเสบได้

บทความแนะนำ  ระวัง! โรคไข้หวัดใหญ่คร่าชีวิตเด็กชายสุขภาพดีวัย 5 ขวบ

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดกับไซนัสอักเสบ

รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยเป็นหวัดหรือไซนัสอักเสบ

ลูกมีอาการน้ำมูกไหล  คัดจมูก  คันจมูก  แต่หายได้เองภายใน 7 – 10 วัน  อาการแบบนี้เรียกว่า หวัด ถ้าหลังจาก 10 วันไปแล้ว จะมีโอกาสเกิดการอักเสบเข้าสู่โพรงไซนัส  นอกจากนี้จะมาการไข้สูง  ไอ  น้ำมูกเขียว  รวมไปถึงปวดบริเวณใบหน้า  อาการแบบนี้เรียกว่าไซนัสอักเสบเฉียบพลัน   ต้องรีบพาไปพบคุณหมอนะคะ  เพื่อให้คุณหมอทำการรักษา  โดยจัดยาปฏิชีวนะ  ยาพ่นจมูก  หรือน้ำเกลือล้างจมูก ตามอาการที่เกิดขึ้น

บทความแนะนำ เผยเกร็ด เคล็ดลับ ล้างจมูก ลูก Happy (มีคลิป)

คุณหมอฝากบอก

ตามปกติแล้วมากกว่า 90 % อาการคัดจมูก  น้ำมูกไหลในเด็กจะเป็นเพียงไข้หวัดหรือโรคหวัด  แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าอาการน้ำมูกไหล คัดจมูกมีระยะเวลานานผิดปกติ  รวมถึงการเป็นแบบเรื้อรัง คือ  กลับมาเป็นซ้ำ ๆ ควรพาลูกไปพบคุณหมอจะดีที่สุด  การซื้อยาปฏิชีวนะมาทานเองอาจทำให้เกิดการดื้อยา  ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานการรักษาจะยากขึ้น  และอาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงตามมาได้

นอกจากนี้ยังมีอาการภูมิแพ้จมูกกับไซนัสอักเสบ  “ภูมิแพ้จมูก” กับ “ไซนัสอักเสบ”  มีอาการใกล้เคียงกัน  หากลูกน้อยมีน้ำมูกไหลไม่หายขาดนานติดต่อกัน 3 เดือน ก็มีโอกาสเป็นภูมิแพ้หรือไซนัสอักเสบเรื้อรัง  ต้องพบคุณหมอให้ตรวจวินิจฉัย  เพราะอาจจะเป็นทั้งสองอาการร่วมกันได้  ที่สำคัญการรักษาภูมิแพ้จมูกและไซนัสอักเสบมีการรักษาที่แตกต่างกัน

อย่ามองข้าม : อันตรายที่เกิดจากไซนัสอักเสบ

อันตรายจะเกิดขึ้นตามความรุนแรงของโรคหากเกิดการอักเสบเฉียบพลันจากเชื้อแบคทีเรียรุนแรง  มีโอกาสที่จะติดเชื้อลามสู่อวัยวะใกล้เคียง  เช่น  ตาและสมอง  แต่หากไซนัสอักเสบเกิดจากเนื้องอกฟันผุ  มีสิ่งปลกปลอมในจมูก หรือมีความผิดปติของภูมิคุ้มกัน  หากไม่ได้รับการรักษามีโอกาสที่จะเป็นโรคแทรกซ้อนได้สูงและอาการจะแย่ลงเรื่อย ๆ

ความแตกต่างระหว่างไข้หวัดกับไซนัสอักเสบ

โรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากไซนัสอักเสบ

1. การติดเชื้อที่อาจลุกลามเข้าไปในกระบอกตาซึ่งจะทำให้เนื้อเยื่อรอบ ๆ ตาอักเสบและเกิดเป็นฝีรอบตา (Periorbital abcess) ความรุนแรงถึงขั้นตาบอดได้เลยทีเดียว โดยจะพบว่า มีอาการตาบวมข้างเดียว แดงรอบ ๆ และในลูกตา หนังตาบวมกดเจ็บ ลูกตาโปน สามารถรักษาได้โดยการฉีดยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม และการผ่าตัด

2.โรคแทรกซ้อนขึ้นสมอง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ฝีใต้เยื่อหุ้มสมอง ที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงที่ทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน

3.ริดสีดวงจมูก คือ ก้อนในจมูกที่เกิดจากภาวะไซนัสอักเสบเรื้อรัง หรือเกิดจากภูมิแพ้ ไม่ลุกลามไปที่อื่น แต่เบียดกระดูก หากทานยาแก้แพ้จะทำให้ยุบลงได้บ้าง การรักษาทำได้ด้วยการผ่าตัด

แต่อาการแทรกซ้อนเหล่านี้พบได้ไม่บ่อยนัก ในรายที่มีอาการเรื้อรังอาจจะมีความสัมพันธ์กับโรคทางปอด หลอดลมอักเสบ ไอเรื้อรัง หอบหืด และหูชั้นกลางอักเสบได้

สัญญาณเตือน  : หากลูกมีอาการดังนี้ต้องไปพบคุณหมอ

1. คัดจมูกน้ำมูกไหลเพียงข้างเดียว

2. มีอาการเกี่ยวกับตาร่วมด้วย เช่น ตาบวม ตามัว

3. มีอาการปวดฟัน ปวดเหงือก ร่วมด้วย

4. มีอาการซึมลง ไม่สดใสร่าเริงเหมือนปกติ

 ได้ทราบกันแล้วนะคะ  ความแตกต่างระหว่างหวัดกับไซนัสอักเสบว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร  สังเกตอาการได้จากสิ่งใด  สิ่งสำคัญหากลูกเป็นหวัดเรื้อรังบ่อยๆ หรือเป็นหวัดนานไม่หายควรพาไปพบคุณหมอนะคะ  ไม่ควรซื้อยามทานเองอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้

อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.doctor.or.th

http://health.kapook.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

10 อาหารต้านหวัดให้ลูกน้อยไม่ป่วยบ่อย

ลองยัง? รักษาหวัดให้ลูกแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องกินยา

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

Country ...

ผู้ป่วยทั้งหมด

...+ 0 วันนี้

รักษาหายแล้ว

...

ยอดผู้เสียชีวิต

...+ 0 วันนี้

ผู้ป่วยวิกฤติ

...