รับทารกเป็นลูกบุญธรรม

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณอาจเคยคิดว่ามันจะไม่มีวันเกิดขึ้น “มัน” ในที่นี้หมายถึงการได้เป็นพ่อแม่สมใจ ความเครียดที่เกิดจากปัญหามีลูกยากถูกแทนที่โดยความสุขและหัวใจอันพองโตที่ในที่สุดก็มีสมาชิกใหม่ในบ้าน แต่ความสุขที่ว่าก็ไม่ได้มาเปล่า ๆ ยังมีปัญหาอื่น ๆ ที่พ่วงตามมา โดยเฉพาะเมื่อเจ้าตัวเล็ก เป็นเด็กที่คุณรับมาเลี้ยง

สิ่งที่ควรทำเมื่อรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

สิ่งที่ควรทำเมื่อรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

ขั้นตอนยืดยาว

การขอรับเลี้ยงลูกบุญธรรมมักเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก ใช้ทั้งพลังงานและเวลา ดังนั้นเป็นธรรมดาที่คุณจะรู้สึกอยากให้ทุกอย่าง “ราบรื่น” นับตั้งแต่วันที่คุณได้เจ้าตัวเล็กมาอยู่ในอ้อมกอด ทุกอย่างยกเว้นคืนที่ต้องอดนอน อาการโคลิค ผื่นผ้าอ้อม และอื่น ๆ

การรับเด็กมาเลี้ยงมักทำให้คนนอกรู้สึกอยากรู้อยากเห็น และอาจทำให้คุณรู้สึกไม่ค่อยแน่ใจ  คุณควรรับมือกับคำถามประหลาด ๆ ของคนภายนอกอย่างไร? คุณควรส่งข่าวบอกคนอื่น ๆ มั้ย? ต้องจัดงานรับขวัญหรือเปล่า? แล้วต้องทำยังไงถ้ามีคนจ้อง หรือมีท่าทีประหลาด ๆ กับคุณ?

ดีที่สุดเท่านั้น

อันดับแรก จำไว้ว่าเด็กไม่ได้เรียกร้องอยากจะเกิดขึ้นมาบนโลกเอง ดังนั้นเมื่อเขาเกิดมาแล้ว เขาก็ควรได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุด และถ้าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของเด็กไม่สามารถให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเขาได้ แล้วทำไมคุณจะไม่มีสิทธิเป็นคนหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ที่เขาสมควรได้รับให้กับเขาล่ะ? อย่าให้คนอื่นมาบอกว่าคุณไม่มีสิทธินั้น เด็กมีสิทธิได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคุณนับตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาอยู่ในครอบครัวเสมือนกับเขาเป็นลูกแท้ ๆ ของคุณเอง

สิ่งที่ควรทำ

คุณควรส่งข่าวเกี่ยวกับเจ้าตัวเล็กให้ญาติ ๆ และเพื่อนรู้ เพราะคุณคงต้องผ่านอะไรมามากมายกว่าจะได้เรียกตัวเองว่าพ่อแม่ได้เต็มปากเต็มคำ คุณจึงควรแบ่งปันความตื่นเต้นและความสุขนี้ให้คนใกล้ชิดรู้ คุณอาจจะส่งรูปถ่ายเจ้าตัวเล็กกับคุณ พร้อมระบุวันเวลาที่เขาเกิดไปด้วย คุณอาจจะใช้วันเกิดจริง ๆ ของเด็ก หรือใช้วันที่เขามาอยู่กับคุณวันแรกเป็นวันเกิดก็ได้

แน่นอนว่าคุณควรจัดงานรับขวัญเด็กด้วย ก็คุณเป็นแม่เต็มตัวแล้วไม่ใช่เหรอ? ญาติ ๆ และเพื่อนฝูงของคุณอาจไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในกรณีลูกบุญธรรม แต่คุณก็เป็นคนริเริ่ม นัดวันที่ทุกคนจะสามารถมารวมตัวกันเพื่อรับขวัญลูก อาจจะเลี้ยงอาหารกลางวันที่บ้าน หรือปาร์ตี้น้ำชาเบา ๆ ยามบ่าย

ทารก ลูกบุญธรรม

รับทารกเป็นลูกบุญธรรม

อาจมีคนถามคำถามแปลก ๆ ไม่รู้จักกาละเทศะ หรือถึงขั้นหยาบคายกับคุณ ต่อหน้าเด็ก นี่เป็นคำถามที่คุณอาจเจอ พร้อมคำตอบดี ๆ ที่อาจจะช่วยให้คุณตอบคำถามเหล่านั้นได้ง่ายขึ้น

ถาม: เด็กหน้าเหมือนใคร?

ตอบ: หน้าเหมือนเด็กที่เรารอมาตั้งนาน

ถาม: ไม่กลัวว่าเด็กจะมีโรคติดต่อที่ “เขา” ไม่ได้บอกคุณเหรอ?

ตอบ: เรารับลูกมาเลี้ยงค่ะ ไม่ได้ไปซื้อรถ ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่าเด็กจะแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง แต่เรารักเขา เพราะเขาคือลูกของเรา ก็แค่นั้น

ถาม: จะบอกเด็กมั้ยว่าเขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของคุณ?

ตอบ: ฉันว่าเดี๋ยวเขาก็คงรู้เองแหละค่ะว่าทำไมเขาถึงหน้าไม่เหมือนพ่อแม่ (ในกรณีที่รับเด็กต่างชาติมาเลี้ยง)

ถาม: พ่อแม่คุณว่ายังไงกับเรื่องนี้?

ตอบ: ก็ว่าเหมือนกับที่คุณตาคุณยายทุกว่านั่นแหละค่ะ “เอามาให้อุ้มมั่ง”

ถาม: คุณจะตอบยังไง ถ้ามีคนถามนู่นนี่?

ตอบ: เหมือนกับที่คุณกำลังถามเนี่ยเหรอ?

ถาม: คุณกลัวมั้ยว่าเขาจะเกลียดคุณเมื่อเขาโตขึ้น เพราะคุณไปเอาเขามาจากประเทศของเขา?

ตอบ: นี่เป็นประเทศของเขา เขาก็แค่จะได้เรียนรู้ทั้งสองวัฒนธรรมเท่านั้นเอง

ถาม: คุณกลัวว่าคุณจะต้องส่งเด็กคืนให้พ่อแม่แท้ ๆ ของเขามั้ย?

ตอบ: การรับเลี้ยงลูกบุญธรรมเป็นขั้นตอนที่ซับซ้อน เรารู้ว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่เราควรจะมีความสุขกับช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมากกว่า

ถาม: คุณจะทำยังไงถ้าวันหนึ่งเด็กเกิดอยากออกตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา?

ตอบ: ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของเขา ฉันเป็นคนที่รัก ดูแล และเลี้ยงเขามา แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเกิดอยากตามหาแม่ที่ให้กำเนิดเขา ฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเขาหา

ประเด็นคือคุณต้องอดทน หนักแน่น และรักษาความเป็นส่วนตัว การอยู่แถว ๆ บ้านด้วยกัน (พ่อ แม่ ลูก) ในช่วงสองสามอาทิตย์แรกจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ดีกว่าการตะลอนออกไปเจอคนนู้นคนนี้ อย่าไปสนใจคนที่บอกว่าถ้าอุ้มเด็กมากเกินไป จะทำให้เด็กเสียนิสัย บางครั้งมันก็จำเป็น พยายามมีความสุขกับทุกช่วงเวลาที่อยู่กับเขา เพราะความรู้สึกที่ได้เป็นคุณแม่มือใหม่ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป

บทความแนะนำ: ให้ลูกบุญธรรมดื่มนมเราได้มั้ย

บทความแนะนำ: ผู้หญิงที่รับจ้างอุ้มบุญ

การรับอุปการะ ข้อเท็จจริงของการอุปการะ ชีวิตครอบครัว เรื่องราวของการรับอุปการะ