รักโดยไม่มีข้อแม้...เลยเถิดไปรึเปล่า

ความรักโดยไม่มีข้อแม้สำหรับเด็กเริ่มต้นที่บ้านและเริ่มจากพ่อแม่เป็นอันดับแรก มาเรียนรู้กันสักนิดเถอะค่ะว่าความรักโดยไม่มีข้อแม้คืออะไรและไม่ใช่อะไร เพื่อฟูมฟักให้ลูกน้อยเติบโตขึ้นอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ

รักโดยไม่มีข้อแม้ ลูก

รักโดยไม่มีข้อแม้…เลยเถิดไปรึเปล่า

ลองพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้และแยกแยะว่าความรักโดยไม่มีข้อแม้คืออะไรและไม่ใช่อะไร

แม่ของซาแมนธาพบลูกสาววัยหกขวบนอนคลุมโปงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่บนเตียง เธอคิดว่าลูกคงไม่สบายหรือมีเรื่องเลวร้ายอะไรเกิดขึ้นสักอย่าง แม่ของซาแมนธาอุ้มลูกสาวมากอดไว้และถามว่าเป็นอะไรไป ซาแมนธาต้องใช้เวลาครู่หนึ่งก่อนจะสงบลงและสารภาพว่าเธอไม่เชื่อฟังแม่ แอบเอาขนมปังทาแยมเข้ามากินในห้องและทำแยมหกใส่ที่นอน ซาแมนธาชี้ให้แม่ดูรอยเปื้อนซึ่งทิ้งคราบเป็นทางบนเนื้อผ้าเพราะเธอพยายามเช็ดออก

โชคดีที่แม่ของซาแมนธาตั้งใจจะเปลี่ยนสถานการณ์นี้เป็นโอกาสแสดงให้ซาแมนธาเห็นว่าความรักโดยไม่มีข้อแม้นั้นเป็นอย่างไร

สิ่งแรกที่แม่ของซาแมนธาทำคือบอกลูกว่าลูกเป็นคนดีและเธอรักลูกมากแค่ไหน เธอรับรองกับลูกว่าลูกสำคัญต่อเธอยิ่งกว่าที่นอน ขนมปังหรือแยมที่ไหนทั้งนั้น เมื่อซาแมนธาอบอุ่นใจและเชื่อมั่นว่าเธอเป็นที่รักแล้ว แม่ของซาแมนธาจึงบอกต่อไปว่าลูกจะไม่ถูกทำโทษเพราะทำที่นอนเลอะแต่เพราะลูกไม่เชื่อฟัง การที่ซาแมนธาถูกทำโทษนั้นไม่ใช่เพราะเอาอาหารเข้ามาทานในห้องนอนแต่เพราะไม่เชื่อฟังแม่ ซาแมนธาเข้าใจ แล้วชีวิตก็ดำเนินต่อไป

จะรักโดยไม่มีข้อแม้อย่างไรไม่ให้เกินเลย

คุณรู้ไหมคะว่ากฎการเคลื่อนที่ของนิวตันข้อที่สามคืออะไร? กฎข้อที่สามบอกว่าทุกกิริยาจะต้องมีแรงปฏิกิริยาที่มีขนาดเท่ากันและมีทิศทางตรงกันข้าม เราไม่รู้ว่านิวตันหมายถึงการเป็นพ่อแม่ด้วยหรือเปล่า อาจใช่ก็เป็นได้

ความรักโดยไม่มีข้อแม้ไม่สร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยแบบจอมปลอม การบอกลูกว่าลูกถูกเสมอ เป็นที่หนึ่งตลอดเวลาและควรได้รับทุกสิ่งทุกอย่างนั้นนับเป็นวิธีที่ผิดมหันต์ การสอนลูกให้เชื่อตัวเองในลักษณะนี้ไม่ใช่ความรักโดยไม่มีข้อแม้ แต่กลับจะส่งให้เกิดผลตรงกันข้ามกับลูกโดยสิ้นเชิงเพราะไม่ช้าลูกจะตระหนักว่าตัวเองไม่ได้สมบูรณ์แบบ แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ลูกจะแคลงใจว่าตนยังคู่ควรได้รับความรักจากคุณอยู่อีกหรือ

  • ความรักโดยไม่มีข้อแม้ไม่ใช่ข้ออ้างให้ลูกมีพฤติกรรมเหลือรับได้ น่าเศร้าที่มีพ่อแม่มากมายเชื่อสนิทใจว่าการรักลูกโดยไม่มีข้อแม้หมายถึงปล่อยให้ลูกลอยนวลทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ
  • ความรักโดยไม่มีข้อแม้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนบทบาทของคุณในชีวิตลูก จากการเป็นพ่อแม่ไปเป็นเพื่อนลูกแทน เพื่อนให้คำปรึกษา คอยบอกว่าลูกยอดเยี่ยมเพียงใด ให้กำลังใจลูกในยามท้อแท้ พูดในสิ่งที่ลูกอยากได้ยินได้ฟัง (แล้วแต่สถานการณ์) ยืนเคียงข้างลูกเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นบุคคลที่ลูกไว้วางใจและเชื่อมั่นในเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ฟังดูไม่ต่างจากการเป็นพ่อแม่เลยใช่ไหมคะ จริง ๆ  แล้วยังมีความแตกต่างระหว่างการเป็นเพื่อนกับการเป็นพ่อแม่ พ่อแม่เป็นผู้รับผิดชอบความต้องการพื้นฐานของลูกอันได้แก่ที่อยู่อาศัย อาหาร ยา เสื้อผ้า แต่เพื่อนเปล่า คุณต้องทุ่มเทเพื่อจัดหาปัจจัยพื้นฐานเหล่านั้นให้ลูกด้วยค่ะ

อุปสรรคของความรักโดยไม่มีข้อแม้

เราต้องยอมรับว่าการเป็นพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งความรักโดยไม่มีข้อแม้ก็หมายถึงการที่พ่อแม่ต้องตัดใจเลือกเดินทางที่ยากเพื่อลูก

ภูมิหลังของตัวเองคืออุปสรรคขัดขวางพ่อแม่จากการรักลูกโดยไม่มีข้อแม้ หากคุณไม่เคยได้รับความรักแบบนี้ การจะมอบความรักที่ปราศจากข้อแม้ต่อลูกโดยไม่มีใครช่วยเลยย่อมเป็นเรื่องยาก หนังสือคู่มือเลี้ยงลูก คลาสสอนการเลี้ยงดูลูกและที่ปรึกษาครอบครัวอาจเป็นสิ่งที่ครอบครัวคุณต้องการ

ความเห็นแก่ตัวเปรียบดั่งยาขม พ่อแม่บางคนหมกมุ่นแต่กับตัวเองจนไม่เหลือที่ว่างในหัวใจที่จะรักใครได้โดยไม่มีข้อแม้ ถ้าเป็นเช่นนี้ ผู้เขียนบอกได้เพียงว่า คุณเป็นคนสร้างลูกขึ้นมา ลูกไม่ได้ขอมาเกิด จึงเป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดในตัวให้แก่ลูก

ท้ายที่สุดแล้ว ความรักลูกเพียงเพราะลูกเป็นของคุณคือความหมายทั้งมวลของการเป็นพ่อแม่ มันคือการรักลูกมากพอที่จะมองผ่านข้อบกพร่องของลูก ช่วยลูกให้มองผ่านข้อบกพร่องเหล่านั้นและก้าวไปสู่ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง การรักลูกโดยไม่มีข้อแม้คือการอนุญาตให้ลูกทำผิดพลาด ปล่อยให้ลูกรับผิดชอบผลของความผิดพลาดนั้นและไม่รู้สึกรักลูกน้อยลงแต่อย่างใด จำไว้ว่าความรักโดยไม่มีข้อแม้ไม่ทำให้คุณเป็นรองใคร

บทความแนะนำ:

รักโดยไม่มีข้อแม้…คืออะไรกันแน่

สอนลูกให้มีมารยาท

คุณให้สินบนลูกเพื่อให้ลูกอยู่ในระเบียบหรือไม่