โบราณว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ผลวิจัยชี้พ่อแม่ยิ่งดุ ยิ่งตี ลูกยิ่งดื้อ จริงเหรอ!!

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ย้อนไปในสมัยตอนที่คุณพ่อคุณแม่เด็ก ๆ มีมั้ยที่จะไม่เคยรอดพ้นจากฝ่ามือเพชรฆาตหรือไม้เรียวจากก้านมะยม ในสมัยที่ไม่มีใครคิดว่าการตีเด็กดื้อ เด็กจอมซนเป็นเรื่องผิด แต่ในปัจจุบันนี้การตีลูกนอกจากจะทำให้ลูกไม่เชื่อฟังแล้วยังส่งผลทำให้ลูกกลายเป็น “ดื้อ” มากขึ้นด้วย!!

การเลี้ยงลูกสมัยก่อนกับสมัยนี้ดูทีท่าว่าจะเปลี่ยนไปแล้ว จากที่โบราณว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ปัจจุบันนี้การตีลูกนั้นกลับไม่ถูกส่งเสริมให้ใช้กับเด็ก ๆ เพราะอะไร?

โบราณว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี แต่ผลวิจัยชี้พ่อแม่ยิ่งดุ ยิ่งตีลูกยิ่งดื้อ!!

ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่รวมถึงประเทศไทยในสมัยที่ผ่านมามองว่าการตีเป็นวิธีสั่งสอนลูกที่ดีที่สุด และยังคงปฏิบัติกันทั่วไปในบางแห่ง แต่ด้วยกาลเวลาที่เปลี่ยนไป คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักเห็นว่าการตีเป็นวิธีสอนเด็กแบบผิด ๆ แน่นอนว่าผู้ใหญ่รุ่นเก่าบางคนอาจจะไม่เห็นด้วย และมองว่าเด็กดื้อเกเรก็สมควรถูกตีเป็นการลงโทษเพื่อจะได้หลาบจำ แต่ต้องยอมรับว่าโลกเรามีมุมมองเกี่ยวกับเรื่องนี้เปลี่ยนไป และก็มีเหตุผลที่น่าสนใจ เพราะงานวิจัยของรองศาสตราจารย์เอลิซาเบธ เกอร์ชอฟฟ์ นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ครอบครัวและพัฒนาการมนุษย์ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ร่วมกับรองศาสตราจารย์แอนดรุว์ โกรแกร-เคย์เลอร์ จากสำนักจิตวิทยาสังคม มหาวิทยามิชิแกน ได้ใช้วิธีประมวลและวิเคราะห์ผลการศึกษาเกี่ยวกับงานวิจัยเรื่องนี้ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็ก 160,000 คน พบว่า “การตีลูก” นั้นไม่ได้ส่งผลให้ลูกเชื่อฟังพ่อแม่มากขึ้น แถมยังส่งกระทบต่อพฤติกรรมและจิตใจของลูกในระยะยาวอีกด้วย

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี

เด็กที่ถูกตีบ่อย ๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นคนที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต มีระดับความก้าวร้าวที่สูงขึ้น มีสภาพอารมณ์ที่หดหู่ ซึมเศร้า กระวนกระวายกลายเป็นคนหวาดระแรง และมีลักษณะต่อต้านสังคมมากขึ้น มากกว่าเด็กๆ ที่ไม่ถูกทำโทษด้วยวิธีการนี้ นักวิจัยได้กล่าวว่า การทำโทษด้วยการตีไม่ว่าจะตีแบบไหนก็ตาม จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พ่อแม่ตั้งใจเสียมากกว่า’ ซึ่งผลจากการตีจะทำให้ลูกเชื่อฟังก็จริงแต่ก็เกิดขึ้นในระยะสั้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าการตีหรือไม่ตีนั้น ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของแต่ละครอบครัว แต่สิ่งที่พ่อแม่ควรถามตัวเองก่อนลงมือทำโทษด้วยการตีนั้นคือ ลูกจะได้บทเรียนอะไรจากการถูกลงโทษครั้งนี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากที่ลูกควรจะรู้ว่าเขาถูกตีด้วยเหตุผลที่ผิดตรงไหน หรือถูกตีเพราะความที่พ่อแม่ไม่เข้าใจลูก นั่นคือเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าการตีจึงไม่ใช่วิธีลงโทษที่ดีที่สุด แต่สุภาษิตที่มีมาแต่โบราณ ก็ยังคงเป็นคำสอนที่ให้หลักคิด อยู่ที่ว่าถ้าได้นำไปใช้อย่างถูกต้องก็ย่อมเกิดประโยชน์ต่อครอบครัวนะคะ.


ที่มา : www.matichon.co.th

บทความใกล้เคียงที่น่าสนใจ :

รักลูกให้ตี รู้ไหมว่าการโดนตีตอนเด็กๆ ส่งผลต่อบุคลิกภาพตอนโตยังไงบ้าง

อยากเลี้ยงลูกให้ดีในยุคนี้ เลิกทำ 10 สิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูก!!

การเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยรุ่น การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ การเลี้ยงดูเด็กวัยเรียน คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ชีวิตครอบครัว โรงเรียนพ่อแม่