ระวัง!! ไส้เลื่อนในทารกเป็นได้ทั้งชายและหญิง

lead image

ไส้เลื่อนเรามักจะได้ยินว่าเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ แต่จริงๆ แล้วไส้เลื่อนสามารถเกิดในเด็กทารกได้นะคะ และที่สำคัญเป็นได้ทั้งทารกเพศชายและเพศหญิงเสียด้วย มาดูกันว่าทารกเป็นไส้เลื่อนเป็นอย่างไร มีวิธีการรักษาให้หายขาดหรือไม่

ระวัง!! ไส้เลื่อนในทารกเป็นได้ทั้งชายและหญิง

ไส้เลื่อนเป็นอย่างไร

รศ.นพ. รวิศ เรืองตระกูล สาขาวิชากุมารศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึง โรคไส้เลื่อนในทารก ดังนี้  โรคไส้เลื่อนเกิดขึ้นจากถุงเยื่อบุช่องท้องที่ยื่นออกมาบริเวณขาหนีบไม่ปิดเองตามธรรมชาติ  ส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็กผู้ชาย  เพราะถุงเยื่อบุช่องท้องนี้จะยืดยาวลงมาถึงถุงอัณฑะ  ขณะที่เด็กผู้หญิงจะลงมาถึงหัวหน่าวเท่านั้น   ซึ่งถ้าถุงเยื่อบุช่องท้องนี้ไม่ปิดไปตามธรรมชาติ  ก็จะเกิดการผิดปกติขึ้นได้ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย  โดยในลักษณะของความผิดปกตินั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดของถุง  ถ้าถุงมีขนาดใหญ่ก็ทำให้มีลำไส้  หรืออวัยวะภายในช่องท้องเลื่อนลงมาทำให้กลายเป็นไส้เลื่อน  พบว่า เด็กผู้ชายมีโอกาสเป็นไส้เลื่อนได้มากกว่าเด็กผู้หญิง  ประมาณ 5-10 เท่า  และเกิดขึ้นในข้างขวามากกว่าข้างซ้าย และพบในเด็กที่คลอดก่อนกำหนดมากกว่าเด็กที่ครบกำหนด

อาการของเด็กที่เป็นไส้เลื่อน

1. จะมีก้อนบริเวณเหนือขาหนีบและข้างหัวเหน่าเข้าๆ ออก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเบ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเบ่งอุจจาระ ปัสสาวะ ไอ หรือร้องไห้ก็ตาม โดยสังเกตเห็นว่าเป็นก้อนนูนจากข้างหัวเหน่าลงไปในถุงอัณฑะในผู้ชายหรือข้างหัวเหน่าในผู้หญิง

2. ก้อนที่ออกมาจะยุบหายไปหมดเมื่อเด็กนอนหลับ

3. บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ก็สามารถดันก้อนไส้เลื่อนกลับเข้าไปในช่องท้องได้   ซึ่งถ้าคุณหมอได้ตรวจร่างกายและพบก้อนไส้เลื่อนและสามารถดันกลับเข้าไปได้   ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้ทันทีว่าเป็นไส้เลื่อน  สมควรที่จะได้รับการผ่าตัดรักษาโดยไม่ต้องรับการตรวจด้วยวิธีการพิเศษอื่น ๆ

ปล่อยไว้  อาจไส้เน่า

หากตรวจพบว่าเป็นไส้เลื่อน  ก็ควรได้รับการผ่าตัดรักษาเลย ไม่ควรปล่อยทิ้งเอาไว้ เนื่องจากจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง คือ “ไส้เลื่อนติด” โดยลำไส้ที่เลื่อนลงมาในถุง ไม่สามารถเลื่อนกลับขึ้นสู่ช่องท้องได้  ทำให้เกิดการขาดเลือดและลำไส้เน่าได้ เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น  อาการของโรคไส้เลื่อนจะเปลี่ยนไปจากอาการที่มีก้อนโต ๆ ยุบ ๆ ได้ กลายเป็นก้อนติดแน่น อาจมีอาการบวมแดงร่วมด้วย ขณะเดียวกันก็จะมีอาการปวดรุนแรง ร่วมกับการคลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ กลายเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาก่อนที่ลำไส้จะเน่า

คุณหมอฝากเตือน

การรักษาไส้เลื่อนที่ดีที่สุด คือ  การผ่าตัดแม้ว่าจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่สบายใจเมื่อได้ยินคำนี้  แต่การประวิงเวลาการผ่าตัดออกไม่มีผลดีต่อเด็ก  และการผ่าตัดไส้เลื่อนในเด็กไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด คือ

1. การดมยาสลบในเด็กซึ่งไม่เคยมีโรคประจำตัวใด ๆ มาก่อนมีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ  การผ่าตัดนี้ไม่ได้ผ่าตัดเข้าไปภายในช่องท้องเพียงแต่ผ่าตัดซ่อมแซมผนังหน้าท้องที่เป็นปัญหาเท่านั้น

2. การผ่าตัดใช้เวลานาน 30 - 45นาที และเมื่อเด็กฟื้นจากการดมยาสลบและตื่นได้ดี ทางโรงพยาบาลก็จะให้กลับบ้านได้เลยในวันเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องนอนรับการรักษาในโรงพยาบาล

3. กรณีเด็กมีอายุน้อยมาก ๆ เช่นเป็นเด็กคลอดก่อนกำหนดและมีอายุน้อยมาก ๆ ในขณะที่ผ่าตัดหรือเด็กมีโรคประจำตัวบางอย่างเช่นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โรคไต เป็นต้น ซึ่งในกรณีเช่นนี้ ก็ควรนอนโรงพยาบาลหลังผ่าตัด 1 - 2วัน

4. การรอทำผ่าตัดตอนเด็กโต จะมีความเสี่ยงของการเกิดไส้เลื่อนติดคาได้ ถ้าประวิงเวลาการผ่าตัดไส้เลื่อนออกไป เด็กอาจจะเกิดไส้เลื่อนติดคาอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

หากพบว่าลูกมีอาการไส้เลื่อนตามที่ได้กล่าวมา  อย่ารอช้ารีบปรึกษาคุณหมอเพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป เพื่อความปลอดภัยของลูกนะคะ

อ้างอิงข้อมูลจาก

http://www.si.mahidol.ac.th

https://th.answers.yahoo.com

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ลูกสะดือจุ่นแบบนี้ ทำไงดี มีอันตรายหรือเปล่า

พบ! เด็กไทยเป็นโรคไตมากขึ้น! ผลจากขนมซองและฟาสต์ฟู้ด