ระยะสายตาทารก ห่างแค่ไหนถึงเห็นชัด

ระยะสายตาทารก ห่างแค่ไหนถึงเห็นชัด

คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตปฎิกิริยาของลูกน้อยเวลาที่เราทำหน้าตาประหลาดๆตอนเล่นกับเค้ากันบ้างไหมครับ

ระยะห่างเท่าไร เด็กแรกเกิดจึงจะมองเห็นคุณชัด

เว็บไซต์ Bright Side ได้เปิดเผยข้อมูลของคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย ออสโล ประเทศนอร์เวย์ และมหาวิทยาลัยอุปซอลา ประเทศสวีเดน ที่ได้ทำการวิจัยเด็กทารกหลังจากคลอดได้ 2 – 3 วัน เกี่ยวกับ ระยะการมองเห็น

ระยะการมองเห็น 1

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าระยะทางที่เด็กแรกเกิดจะสามารถมองเห็นและสังเกตความแตกต่างของอารมณ์ที่แสดงออกทางสีหน้าเช่นยิ้มหรือทำหน้าบึ้งได้จะอยู่ที่ระยะ 30 เซนติเมตร และหากเพิ่มระยะทางไปเป็น 60 เซนติเมตรหรือมากกว่านั้น เด็กจะมองเห็นเป็นภาพเบลอและไม่สามารถแยกความแตกต่างของอารมณ์ที่แสดงออกทางสีหน้าได้ครับ

วิธีการทดสอบของนักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการบันทึกวีดีโอที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของใบหน้า และได้ทำการเปิดภาพที่ถ่ายไว้ให้ผู้ใหญ่ดูก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าสีหน้าที่บันทึกไว้นั้นง่ายต่อการแยกแยะ

หลังจากนั้นจึงให้เด็กแรกเกิดดูภาพชุดเดิม โดยคณะนักวิจัยจะใช้ปฏิกิริยาของเด็กแรกเกิดเมื่อเด็กได้เห็นภาพ เป็นตัวบ่งชี้ความสามารถในการมองเห็น ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เด็กแรกเกิดจะมีการตอบสนองต่อภาพที่เห็นระยะระหว่าง 30 เซนติเมตรและหากมีระยะที่ใกล้กว่านั้น เด็กก็จะมีอัตราการตอบสนองมากขึ้น

ลูกน้อยเห็นอะไรกันนะ

ลูกมองเห็น

 

ศาสตราจารย์ Svein Magnussen ได้ให้ความเห็นไว้ว่า เด็กแรกเกิดนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของผู้ใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เด็กน้อยจะเข้าใจและรับรู้ว่าสีหน้าต่างๆที่ผู้ใหญ่แสดงออกมานั้นหมายถึงอะไร

หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกน้อยเห็นหน้าคุณชัดๆ ก็ลองก้มลงมาใกล้ๆเจ้าตัวน้อยอีกสักนิดดูสิครับ

 

ที่มา brightside.me, telegraph.co.uk

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

4 เรื่องร้าย สาเหตุสายตาเสียของคุณและลูกน้อย

5 อาหารว่างมีประโยชน์ สำหรับคุณแม่ที่ต้องให้นมลูก

theAsianparent Community

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

P.Veerasedtakul

app info
get app banner