ระทึก! คลิปนาทีคนร้ายฉกเด็กต่อหน้าแม่กลางวันแสก ๆ

ระทึก! คลิปนาทีคนร้ายฉกเด็กต่อหน้าแม่กลางวันแสก ๆ

คลิปเตือนภัย เมื่อคนร้ายไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ฉกเด็กไปต่อหน้าต่อตา!

เหตุการณ์น่าสะพรึงกลัวนี้ถูกบันทึกไว้ได้ผ่านกล้องวงจรปิดของร้ายขายมือถือแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในขณะที่แม่กำลังต่อคิวอยู่ในร้าน โดยอุ้มลูกคนเล็กไว้ และปล่อยให้ลูกสาววัยเพียงสี่ขวบยืนเล่นอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าตามลำพัง

คนร้าย ฉกเด็ก

ชั่วเพียงวินาทีเดียว ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เมื่อจู่ ๆ คนร้ายได้เดินเข้ามาฉุดกระชากแขนเด็กออกไปต่อหน้าต่อตาแม่และคนในร้านอย่างไม่เกรงกลัว

คนร้าย ฉกเด็ก

แม่จึงรีบออกไปกระชากแขนลูกกลับมา และพลเมืองดีที่อยู่ในเหตุการณ์ระแวกนั้น ก็สามารถช่วยกันจับคนร้ายเอาไว้ได้ทันควัน

คนร้าย ฉกเด็ก

เมื่อตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ จึงรู้ว่าคนร้ายที่ว่านี้ เป็นชายวัยรุ่นอายุเพียง 24 ปี กำลังอยู่ในสภาพเมายา ในที่สุดคนผิดก็ต้องถูกลงโทษ โดยคนร้ายรายนี้ถูกจับกุมในข้อหาพยายามลักพาตัว เหตุการณ์นั้นจะน่ากลัวเพียงใด สามารถดูคลิปได้ที่นี่เลยค่ะ

[youtube

 

คลิปนี้สามารถเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลาย ๆ ครอบครัวได้เป็นอย่างดีว่าเพราะอะไรทำไมเราถึงควรดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดจริง ๆ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงชั่ววินาทีเดียวเราก็ไม่ควรประมาท นอกจากนั้นการสอนให้ลูกรู้ทันมิจฉาชีพก็เป็นหน้าที่ของเราเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

  1. การบอกลูกว่า “คนร้ายอาจไม่ใช่คนแปลกหน้าเสมอไป”

อย่าใช้แค่คำว่า คนแปลกหน้ากับลูกบ่อยๆ เพราะทุกวันนี้คนร้ายอาจมาในรูปแบบคนใจดีหรือคนสนิท สอนให้ลูกดูจากพฤติกรรมแทน เช่น หากมีคนขับรถผ่านไปแล้วยิ้มให้นั่นถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีคนขับรถมาจอดแล้วพยายามดึงลูกเข้าไปในรถ นั่นเป็นเรื่องผิดปกติให้ลูกมีปฏิกิริยาตอบโต้ เช่น ส่งเสียร้อง

  1. ควรฝึกทักษะการร้องขอความช่วยเหลือ

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยตั้งกฎกับลูกว่า ห้ามร้องเสียงดังในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือที่สาธารณะ ให้ปรับเปลี่ยนวิธีการพูดกับลูกว่า หากลูกรู้สึกไม่ปลอดภัย มีคนรังแกให้ลูกลืมกฎเรื่องนี้ไปซะ และให้ลูกร้องเสียงดังเพื่อเป็นการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้

  1. สอนลูกให้รู้จักขออนุญาตทุกครั้งเวลาจะไปไหนกับใคร

ตั้งกติกากับลูกว่าหากลูกต้องออกไปวิ่งเล่นกับใครที่ไม่ใช่พ่อแม่ ให้ลูกมาขออนุญาตพ่อหรือแม่ทุกครั้งก่อนออกไปเล่นได้ ฝึกความเคยชินให้ลูกตั้งแต่เด็ก ให้ลูกมาขออนุญาตทุกครั้งแม้ต้องออกไปกับคนสนิท เช่น ตา ยาย หรือพี่เลี้ยง เพื่อเป็นนิสัยให้ลูกรู้ว่า หากมีคนชวนไปไหน ลูกจะต้องบอกพ่อแม่ก่อนเสมอ เป็นการบังคับให้ลูกอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา

คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับคุณพ่อคุณแม่

  • หมั่นไปสังเกตการณ์ที่หน้าโรงเรียนลูกบ่อยๆว่ามีใครเข้ามาคุยหรือเล่นกับลูกบ้าง
  • สถานที่เสี่ยงที่เพิ่งระวัง เช่น บ้าน ตลาด ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ เป็นต้น
  • เวลาไปไหนควรจูงมือเด็กตลอดเวลา ไม่ทิ้งไว้ลำพังและไม่ให้คลาดสายตา

ที่มา: 6abc

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ก่อนหัวใจสลาย เรื่องคนแปลกหน้าที่ต้องสอนลูก

คนแปลกหน้า

TAP mobile app

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner