ยา 10 ชนิดที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย

lead image

หยูกยาไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ สำหรับเด็กทารก คุณควรปรึกษาคุณหมอก่อนให้ยาใด ๆ แก่ลูกเสมอและพึงระลึกว่ามียาบางประเภทที่คุณไม่ควรให้ลูกเลย

ยา อันตราย ลูก ทารก

ยา 10 ชนิดที่เป็นอันตรายต่อลูกน้อย

ยาเป็นเรื่องชวนกลุ้มสำหรับคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ลองถามตัวเองดูว่าคุณทราบไหมว่ายาอะไรเป็นยาอันตรายต่อลูกน้อย คุณรู้ว่าลูกไม่สบาย แต่ยาอะไรล่ะที่คุณจะให้ลูกทานได้อย่างปลอดภัย?  คุณควรคุยกับคุณหมอทุกครั้งก่อนให้ลูกทานยาใด ๆ ก็ตาม แม้แต่ยาสมุนไพร ร่างกายของเด็กทารกยังไม่สมบูรณ์พร้อมด้วยภูมิคุ้มกันต่อหลายสิ่งซึ่งรวมถึงพืชด้วย เด็กทารกอาจมีปฏิกิริยาแปลก ๆ ต่อพืชและสมุนไพรหลากชนิด คุณจึงไม่ควรเสี่ยงให้ยาสมุนไพรกับลูกค่ะ

แอสไพริน

ห้ามให้ยาแอสไพรินกับเด็กทารกโดยเด็ดขาดเนื่องจากเด็กมีโอกาสเกิดอาการเรย์ซินโดรม (Reye’s Syndrome) ซึ่งอาจเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต คุณควรตรวจสอบยาที่ซื้อจากร้านขายยาทั่วไปเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนประกอบของแอสไพรินและควรสอบถามแพทย์ถึงยาตัวอื่น ๆ ที่จะช่วยลดไข้ให้ลูกน้อยของคุณสบายขึ้นได้

ยาแก้หวัดซึ่งจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป

ไม่ควรให้เด็กทารกทานยาแก้หวัดซึ่งจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป  ผลการวิจัยหลายชิ้นชี้ว่ายาเหล่านี้ไม่ช่วยบรรเทาอาการของโรคหวัดในเด็กทารกและหากใช้ยาไม่ถูกวิธีก็อาจกลายเป็นยาอันตรายต่อลูกน้อยของคุณ เพราะเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงขึ้นได้หลายอย่างเกินกว่าที่ร่างกายเด็กจะรับไหว

ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน

ห้ามให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียนซึ่งแพทย์ไม่ได้เป็นผู้สั่งแก่ลูกโดยเด็ดขาด ยาแก้คลื่นไส้อาเจียนหลายขนานมีส่วนประกอบของตัวยาต้านอาการคลื่นเหียน (Antiemetic) ซึ่งมีผลข้างเคียงร้ายแรงต่อเด็กทารกและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตัวอ่อนในครรภ์ หากได้รับตัวยานี้ ลูกอาจถ่ายเป็นสีดำคล้ำหรือได้ยินเสียงก้องสะท้อนในหู สำหรับผู้ใหญ่ อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสแต่กับเด็กทารกแล้วนี่อาจสร้างปัญหาที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้

ยาของผู้ใหญ่

สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนควรตระหนักอยู่เสมอคือเด็กทารกนั้นตัวเล็กกว่าเราหลายเท่า คุณไม่ควรเอายาของผู้ใหญ่ให้ลูกทานอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่งหรือจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กทารกบอบบางกว่าของผู้ใหญ่มาก ร่างเล็ก ๆ ของเด็กไม่อาจทนรับสารพัดสิ่งอย่างที่ร่างกายเราทำได้

ยาหมดอายุ

ยาใด ๆ ก็ตามที่หมดอายุแล้วควรเอาไปทิ้งทันที ยาหมดอายุอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ สูตรของตัวยาที่ควรจะช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ สามารถส่งผลในทางตรงข้ามโดยสิ้นเชิง ยาสามารถหมดอายุได้ในเวลาไม่นานนักหากเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

ยาอันตรายสำหรับเด็กอีก 5 ชนิด หน้าถัดไป >>>

ยาที่แพทย์สั่งให้ผู้อื่น

เมื่อมีการสั่งยา แพทย์จะคำนึงถึงลักษณะร่างกาย น้ำหนักตัวและประวัติสุขภาพของคน ๆ นั้น  แน่นอนว่าลูกของคุณย่อมไม่ได้มีรูปร่างแบบเดียวกัน ยาอาจได้ผลดีกับคนที่แพทย์สั่งให้แต่อาจเป็นยาอันตรายถึงชีวิตกับลูกของคุณ

ยาเม็ดชนิดเคี้ยว

ยาเม็ดชนิดเคี้ยวอาจติดคอเด็กทารกเป็นอันตรายได้ ห้ามให้ลูกทานอะไรก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของเหลว

ยาต้านพิษไอปิแคค (Ipecac)

ไอปิแคคเคยใช้เป็นยาขับสารพิษออกจากร่างกายทางการอาเจียน แต่ปัจจุบันแพทย์ค้นพบว่าการอาเจียนอาจไม่ใช่คำตอบ หากใช้ไอปิแคคกับเด็กอาจทำให้เกิดการอาเจียนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลังจากสารพิษถูกขับออกมาหมดแล้วและก่อให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กทารกได้

ยาแก้แพ้

ไม่ควรให้เด็กทารกทานยาแก้แพ้เว้นแต่จะเป็นยาที่แพทย์สั่ง ยาแก้แพ้ซึ่งจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไปมีส่วนประกอบของตัวยาต้านฮีสตามีน (Antihistmine) ซึ่งอาจส่งผลตรงกันข้ามในเด็กทารก นอกจากนี้ยังมีเด็กมากมายที่เกิดมาพร้อมอาการแพ้แต่ก็สามารถหายได้เองเมื่อโตขึ้น

น้ำผึ้ง

แม้ว่าน้ำผึ้งจะไม่ใช่ยา แต่ก็ถูกนำมาใช้ในการบำบัดรักษาเชิงสมุนไพรหลายรูปแบบ น้ำผึ้งมีสปอร์ของสารโบทูลิซึ่ม (Botulism) ซึ่งเกิดจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง หากเด็กทารกได้รับสปอร์โบทูลิซึ่มเข้าไป สปอร์จะฟักเชื้อในท้องและก่อให้เกิดสารพิษแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย ไม่ว่าใครที่ทานน้ำผึ้ง ร่างกายต้องย่อยสปอร์นี้ แต่ร่างกายของผู้ใหญ่และเด็กโตสามารถรับสปอร์ได้ดีกว่า

สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณควรปรึกษาคุณหมอก่อนให้ลูกทานยาใด ๆ  ทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นยาซึ่งคุณแม่ของคุณเคยให้คุณทานมาตลอดก็ตาม ยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปและผู้ผลิตมักหาหนทางที่ถูกกว่าในการผลิตยาเสมอ อย่าให้ลูกน้อยต้องทรมานจากการใช้ยาผิด ๆ เลยค่ะ

บทความใกล้เคียง: เมื่อไหร่ถึงจะพาลูกไปหาหมอ

บทความแนะนำ: วิธีดูแลลูกเป็นไข้

บทความแนะนำ: อาการป่วยที่พบบ่อยในทารก