ยาเร่งคลอด ส่งผลต่อทารกอย่างไร อันตรายกับแม่ท้องมากไหม

lead image

มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องของยาเร่งคลอด ว่ายาเร่งคลอดนั้น มีอันตรายไหม แล้วจะส่งผลต่อทารกหรือไม่อย่างไร เราไปหาคำตอบพร้อมกัน

ยาเร่งคลอด คืออะไร

ยาเร่งคลอด เป็นยาที่ช่วยให้มดลูกบีบตัว ทำให้การคลอดดำเนินไปตามปกติ ไม่ใช้เวลานานในการคลอด โดยมักจะใช้ก่อต่อเมื่อมีสาเหตุที่จำเป็นต้องเร่งคลอด เช่น

  • คุณแม่ตั้งครรภ์เกิน 40 สัปดาห์ ซึ่งในกรณีนี้จะพบได้บ่อยที่สุด
  • ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์คลอด ในกรณีนี้ หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อ หรือมีความเสี่ยงที่จะทำให้ทารกเสี่ยงพิการแต่กำเนิดได้
  • รกผิดปกติ หรือการเจริญเติบโตของทารกผิดปกติ ทารกในครรภ์โตช้า หรือมีน้ำหนักน้อย เนื่องจากคุณแม่มีโรคประจำตัว เช่นโรคเลือด โรคติดเชื้อต่างๆ หรือมีสภาพมดลูกไม่สมบูรณ์
  • คุณแม่ทีสูบบุหรี่จัด
  • แม่ท้องมีความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือตกเลือดก่อนคลอด เป็นต้น

วิธีกระตุ้นคลอด ทำได้อย่างไรบ้าง

1. การเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ หรือการกวาดปากมดลูก (Membrane stripping, Membrane sweeping)

วิธีนี้ ถือเป็นวิธีการเร่งคลอดที่ทำได้ง่าย มีความปลอดภัย และได้ผลดี โดยที่สูติแพทย์จะใช้นิ้วกวาดปากมดลูก เพื่อค่อยๆ  ขยายปากมดลูก และกระตุ้นให้เริ่มมีการเจ็บครรภ์คลอด

2. การเจาะถุงน้ำคร่ำ (Amniotomy)

ในกรณีที่ปากมดลูกขยายมากเพียงพอแล้ว แต่ถุงน้ำคร่ำยังไม่แตก คุณหมอจะทำการเจาะถุงน้ำคร่ำเมื่อปากมดลูกเปิดได้ประมาณ 3 เซนติเมตร เพื่อให้มดลูกเกิดการหดตัว

3. ยาเร่งคลอด (ฮอร์โมนออกซีโตซิน – Oxytocin)

เป็นยาที่มีคุณสมบัติช่วยให้มดลูกบีบตัว ทำให้การคลอดดำเนินไปตามปกติไม่ใช้เวลานานมากนัก

4. การใช้ฮอร์โมนพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin)

นับเป็นวิธีล่าสุดที่ใช้ในการเร่งคลอด ยาที่ใช้มีทั้งรูปแบบของเจล และแบบที่เป็นยาเหน็บช่องคลอด โดยการสอดเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งตัวยาจะฤทธิ์ทำให้ปากมดลูกอ่อนนุ่มลง และเปิดขยาย รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้มีการหดรัดตัวของมดลูกดีขึ้น

เร่งคลอด

ยาเร่งคลอด ส่งผลต่อทารกอย่างไร

การใช้ยากระตุ้นเพื่อเร่งคลอดนั้น จะช่วยให้กล้ามเนื้อมดลูกมีการบีบตัว ส่งผลให้รูปากมดลูกค่อยๆ เปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และในขณะที่มดลูกบีบตัว หลอดเลือดต่างๆ ในมดลูก จะมีการไหลเวียดเลือดจากมดลูกแระรก ไปยังทารกในครรภ์น้อยลง ซึ่งอาจจะส่งผลให้ทารกเกิดอาการของภาวะขาดเลือด ขาดสารอาหาร หรือขาดออกซิเจนในช่วงนั้นได้

อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นกับทารกนั้น จะสังเกตได้จากกราฟ หรือจากการฟังเสียงหัวใจของทารกในครรภ์ ซึ่งก็จะพบว่า หัวใจของทารกเต้นช้าลง โดยแพทย์จะรีบทำการช่วยเหลือโดยรีบด่วน หากพบอาการผิดปกติกับทารกดังกล่าว

ยาเร่งคลอดส่งผลต่อแม่ท้องหรือไม่ มีข้อห้ามอย่างไร ติดตามต่อหน้าถัดไป >>>

ยาเร่งคลอดส่งผลต่อแม่ท้องหรือไม่

ผลกระทบต่อคุณแม่ ในการใช้ยาเร่งคลอดนั้น จะทำให้เกิดการเจ็บท้องมาก เพราะการหดรัดตัวมีมากขึ้น และอาจส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากการหดรัดตัวของมดลูกมีมาก ก็อาจทำให้เกิดการติดขัดในกระบวนการคลอดได้ เช่น ทารกคลอดลำบากเพราะไม่ได้สัดส่วนกับเชิงกรานของแม่ท้อง ซึ่งในกรณีเช่นนี้คุณหมออาจทำการผ่าคลอดแทน

ยากระตุ้นคลอด

ข้อห้ามการใช้ยาเร่งคลอด

กรณีที่เป็นข้อห้ามในการใช้ยาเร่งคลอดที่ต้องระวังมีดังนี้

  1. เคยผ่าคลอดมาก่อน หรือมีแผลบริเวณมดลูก เพราะอาจเสี่ยงต่อภาวะมดลูกแตกได้
  2. มีสภาวะรกเกาะต่ำ กรณีนี้ คุณหมออาจให้ทำการผ่าคลอดแทน
  3. ทารกตัวใหญ่กว่าอุ้งเชิงกรานของคุณแม่
  4. ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าขวาง ท่าก้น เป็นต้น

หากแม่ท้องมีการตั้งครรภ์ที่เป็นปกติ ก็ควรรอให้มีการเจ็บครรภ์คลอดตามธรรมชาติจะดีที่สุด เพราะการใช้ยาเร่งคลอดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ทั้งจากการที่ทารกคลอดก่อนกำหนด รกลอกตัวก่อนกำหนด หรืออาจทำให้มดลูกแตกได้ หากการเร่งคลอดรุนแรงเกินไป และหากเร่งคลอดไม่สำเร็จ ยังอาจจะต้องทำการผ่าตัดคลอดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ท้องไม่ควรเป็นกังวลใจมากเกินไป เพราะทุกอย่างอยู่ในดุลพินิจของคุณหมอ ซึ่งคำนึงถึงความปลอดภัยของแม่ท้องเป็นหลักอยู่แล้ว ซึ่งก็จะไม่ได้ใช้กับแม่ท้องที่ตั้งครรภ์ปกติทั่วไปนะครับ ในระหว่างนี้ แม่ท้องก็ควรดูแลสุขภาพของตัวเองตามปกติ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นมีเลือดออก หรือมีอาการปวดท้องคลอดก่อนกำหนด หากพบว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น ก็ให้รีบพบคุณหมอโดยด่วน เพื่อความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่ และลูกในท้องครับ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ท้องลด รู้สึกอย่างไร คนท้องท้องลด แสดงว่าใกล้คลอดจริงไหม

6 สัญญาณเตือน โค้งสุดท้ายใกล้คลอด คุณแม่เตรียมตัวได้เลย

เล่าประสบการณ์จริง บล็อคหลังผ่าคลอด ช็อตต่อช็อต นาทีต่อนาที

parenttown