ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัย

ยาลดไข้สำหรับเด็ก เลือกใช้ให้ฉลาดและปลอดภัย

ยาลดไข้สำหรับเด็กที่ใช้กันอยู่แพร่หลายในปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด คือ พาราเซตามอล (paracetamol) และ ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen ) ยาทั้ง 2 ชนิดแตกต่างกันอย่างไร คุณแม่ควรเลือกใช้อย่างไรให้ฉลาดและปลอดภัย คำตอบอยู่ที่นี่

ยาลดไข้สำหรับเด็ก

เมื่อลูกมีไข้ คุณพ่อคุณแม่ควรใช้การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ก่อน แล้วจึงพิจารณาใช้ยาลดไข้ เนื่องจากการใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กโดยเฉพาะเด็กเล็ก ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหากใช้ในปริมาณที่เกินขนาด หรือใช้บ่อยเกินไป ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ควรทราบวิธีเลือกใช้ยาลดไข้สำหรับเด็กอย่างถูกต้องค่ะ

  1. ยาพาราเซตามอลเป็นยาลดไข้ที่มีความปลอดภัยสูงในเด็ก ตัวยาพาราเซตามอล เป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย และคุณหมอนิยมจ่ายยานี้เป็นอันดับแรก โดยยาพาราเซตามอลมีทั้งชนิดน้ำ สำหรับเด็กเล็ก และชนิดเม็ด สำหรับเด็กโต โดยขนาดยาที่ใช้คือ 10-15 มิลลิกรัมของยา ต่อน้ำหนักตัวของเด็กหนึ่งกิโลกรัม ใช้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมงเวลามีไข้ แต่วันหนึ่งไม่ควรเกิน 5 ครั้ง และไม่ควรทานติดต่อกันเกิน 3-5 วัน หากเด็กมีอาการไข้ติดต่อกันนานเกิน 3 วัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้
  2. ยาไอบูโปรเฟนเป็นยาแก้ปวดลดไข้ในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่ยาสเตียรอยด์ สามารถลดอาการไข้สูงได้ดี แต่มีผลข้างเคียงคือ ทำให้เลือดออกง่ายเนื่องจากเกร็ดเลือดทำงานผิดปกติ ต้องระมัดระวังในผู้ป่วยที่ยังไม่ทราบว่าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออกหรือไม่ และอาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จากกระเพาะอาหารอักเสบ

ถึงแม้ว่ายาพาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยสูง แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานก็มีโอกาสเกิดผลข้างเคียงคือ ตับถูกทำลาย และตับล้มเหลวซึ่งจะมีอาการตาเหลือง ตัวเหลือง และอาจมีความรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรให้ยาลดไข้เมื่อลูกมีไข้ ตัวร้อน และเช็ดตัวแล้วไข้ไม่ลด ที่สำคัญการให้ยาต้องให้ในขนาดที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวของลูก ไม่ควรใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลบ่อยกว่าทุกๆ 4 ชั่วโมง หากให้ยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลด หรือมีไข้ติดต่อกันหลายวัน ควรไปพบคุณหมอเพื่อหาสาเหตุของไข้นะคะ

ไทลินอล

เมื่อลูกมีไข้สูง: สิ่งที่ห้ามทำและวิธีลดไข้ที่ถูกต้อง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner