มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ

lead image

มีลูกห่างกันกี่ปีดี มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ ติดๆ กันไปเลยจะได้ปิดอู่เลยทีเดียว หรือห่างๆ กันหน่อยลูกจะได้ช่วยเลี้ยงน้องได้

มีลูกห่างกันกี่ปีดี มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ 

มีลูกห่างกันกี่ปีดี มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ มีลูกติดๆ กันบางทีก็ดีจะได้สนิทกัน เป็นเพื่อนเล่นกัน แต่บางทีก็มีดราม่าจากลูกๆ ให้เหนื่อยและปวดหัวอีก แต่ถ้าห่างกันเกินไป พี่น้องจะไม่สนิทกันรึเปล่านะ หรือว่าพี่อาจจะไม่เล่นกันน้องก็ได้ โอ้ย ปวดหัวๆ แล้วตกลงว่า จะมีลูกห่างกันกี่ปีดีละเนี่ย

มีลูกห่างกันกี่ปีดี ???

ระยะเวลาประมาณ 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี คือเวลาที่ดีที่สุดที่คุณแม่จะมีน้องคนใหม่ค่ะ เนื่องจากหากคุณแม่ตั้งครรภ์อีกครั้งในระยะเวลาต่ำกว่า 17 เดือน ถือว่าเร็วเกินไป และจะทำให้มีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้มากขึ้น นอกจากนี้หากมีลูกห่างกันเกิดไป หรือมากกว่า 5 ปี ก็ยังทำให้ความเสี่ยงที่จะมีปัญหาในการคลอด หรือเรียกว่าคลอดลูกยากมากขึ้นอีกด้วย

Tips

คลอดลูกยาก คือ การคลอดลูกที่มีความยากมากขึ้น เช่น ใช้เวลาคลอดนานกว่าปกติ และอาจต้องใช้เครื่องดูดสูญญากาศ ใช้คีม และการผ่าตัด เพื่อช่วยในการคลอก ทำให้อาจะเกิดผลกระทบต่อคุณแม่และลูกเพิ่มขึ้นด้วย

สุขภาพแม่ มีผลต่อการมีลูกไหม ???

การคลอดลูกเป็นงานหนักค่ะ เพราะต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นสุขภาพกายและสุขภาพใจต้องพร้อมในระดับหนึ่ง ระยะห่างที่มากกว่า 18 เดือนนั้น จะช่วยให้ระดับของฮอร์โมน ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ความแข็งแรงของร่างกาย จะกลับไปสู่ระดับที่ปกติอีกครั้งนึง เพื่อให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายคุณแม่เอง และลูกน้อยคนใหม่ที่กำลังเกิดมาค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/10/shutterstock 564511642.jpg มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ

อายุของลูกคนแรก ควรห่างกับน้องกี่ปี ???

มีการศึกษาว่าเด็กที่ต่ำกว่า 1 ขวบ ควรที่จะต้องได้รับความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่ให้เต็มที่ก่อนค่ะ ขณะเดียวกัน เด็กที่มีอายุ 4 ขวบขึ้นไป รู้สึกว่าอยากทำเรื่ิองต่างๆ ด้วยตัวเองแล้ว และคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องจับตาดูตลอดเวลาเหมือนเด็กเล็กๆ อีกต่อไป ความห่างระหว่างอายุนี้ควรจะเป็นไปให้เหมาะสม ถึงจะหลีกเลี่ยงการแข่งขันกันของพี่น้อง และพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจได้ค่ะ

5 ปัจจัยต้องพิจารณา

นอกจากเรื่องความห่างของอายุลูกทั้งสองคนแล้ว ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาก่อนจะตั้งครรภ์ครั้งที่สองก็มีเช่นกันนะคะ

1.อายุของคุณแม่

หากคุณแม่อายุมากกว่า 35 ปี สุขภาพของคุณแม่บางคนอาจทำให้มีความเสี่ยงสูงที่อาจจะตั้งครรภ์ผิดปกติ เสี่ยงแท้งและคลอดก่อนกำหนดได้ค่ะ และในคุณแม่ที่อายุต่ำว่า 30 ปี ก็ควรคำนึงถึงสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น เนื่องจากคุณแม่ที่แข็งแรงจะให้กำหนดลูกที่แข็งแรงนั่นเองค่ะ และแน่นอนว่าเมื่อเด็กๆ เริ่มโตขึ้น ความซนจะยิ่งมากเท่าทวีคูณค่ะ

2.สามีว่าไง

ก่อนที่ถามว่าคุณสามีเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการมีลูกอีกคน ซึ่งสำคัญก็จริง แต่คุณแม่ควรจะต้องพิจารณาว่า ลูกคนแรก สามีช่วยเลี้ยงมากน้อยแค่ไหน หรือปล่อยให้คุณแม่เลี้ยงคนเดียว และสามียังไปลัลล้าอยู่ เพราะแน่นอนว่า เมื่อมีลูกคนที่สอง ขณะที่คุณแม่ต้องสาละวนกับการให้นมและดูแลลูกคนที่สองอยู่ สามีต้องดูลูกคนแรกได้ด้วยตัวเอง และคุณพ่อคุณแม่ต้องสลับกัน เพื่อไม่ให้ลูกคนแรกน้อยใจด้วยเช่นกันนะคะ

3.การเงินพร้อมไหม

มีลูกคนเดียวสมัยนี้ก็จนไปทั้งชาติค่ะ ดังนั้นเรื่องเงินก็สำคัญเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียวนะคะ และคุณแม่อย่าเพิ่งวางใจ เพราะลูกคนแรกไม่ป่วยบ่อย แข็งแรงเอามากๆ แต่นั่นไม่ได้การันตีเลยว่า ลูกคนที่สองจะแข็งแรงตามพี่ไปด้วย อย่างน้อยก็ต้องมีเงินฉุกเฉินตอนลูกป่วยละค่ะ และยังไม่นับค่าใช้จ่ายอื่นที่จะคูณสองตามมาอีกนะคะ

4.เวลาพอไหม

อีกเรื่องที่อาจจะสำคัญที่สุด คือนอกจากสุขภาพร่างกาย การเงินที่พร้อม นั่นคือเวลาที่ต้องมีให้ลูกๆ ค่ะ แน่นอนว่าลูกคนแรกก็ต้องการเวลากับคุณพ่อคุณแม่ ลูกคนที่สองก็เช่นกัน

5.ถามตัวเองก่อน

ทำไมคุณแม่ถึงอยากจะมีลูกอีกคน เป็นคำถามแรกเลยที่คุณแม่ต้องถามตัวเองให้ได้ก่อนค่ะ ลูกอยากมีน้อง หรือคุณแม่รู้สึกว่าครอบครัวยังไม่สมบูรณ์ หากยังหาคำตอบไม่ได้ ควรปรึกษากับสามีให้ได้คำตอบก่อน แล้วค่อยมีก็ยังไม่สายค่ะ

ที่มา New Kids Center

บทความที่เกี่ยวข้อง

11 เคล็ดลับสอนให้พี่น้องรักกัน (ไม่ใช่เรื่องยาก)

มีลูกคนเดียว ลูกจะเหงาไหม ลูกอยากมีน้องหรือเปล่า ถามเค้าดูหรือยัง?

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/07/parenttownnewbanner.jpg มีลูกคนที่สอง ห่างจากคนแรกกี่ปีดีนะ

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!