มาเริ่มเก็บเงินกับ วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์ กันเถอะ

มาเริ่มเก็บเงินกับ วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์ กันเถอะ

การออมเงินให้ได้สัก 1 แสน 3 หมื่นกว่าบาทภายใน 1 ปี...ทำได้! มาลองปฏิบัติการออมเงิน 52 สัปดาห์กันดีกว่า อ่านบทความนี้ต่อสิ ถ้าคุณอยากรู้ว่าวิธีออมเงินทำยังไง

ปฏิบัติการออมเงินนี้เริ่มต้นในสหรัฐ แต่เราได้นำมาแปลงเป็นเงินบาทให้เหมาะกับประเทศไทยเราเรียบร้อย ถ้าคุณทำตามปฏิบัติการนี้อย่างเคร่งครัดล่ะก็ เรารับรองเลย คุณจะมีเงิน 137,800 บาทเก็บออมได้ภายใน 52 สัปดาห์แน่นอน มาเริ่มเก็บเงินตามแบบ วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์ กันเถอะ

วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์ ก็คือ สัปดาห์แรกให้คุณเก็บเงิน 100 บาท แล้วสัปดาห์ที่ 2 ให้คุณเพิ่มเป็น 200 บาท สัปดาห์ที่ 3 ก็เพิ่มเป็น 300 บาท เพิ่มไปเรื่อย ๆ ใส่กระปุกไว้ (แต่ถ้าคุณเริ่มเก็บเงินสัปดาห์แรกมากกว่า 100 บาท แน่นอนว่ายอดเงินสุดท้ายหลัง 52 สัปดาห์ก็จะสูงตามไปด้วย)

ฟังดูง่ายใช่รึเปล่าล่ะ แต่เรามีเคล็ดลับเพื่อช่วยให้คุณเก็บเงินได้มาฝากด้วย

– กำหนดเป้าหมายการออมเงิน การกำหนดเป้าหมายจะทำให้คุณมีแรงจูงใจ ลองจินตนาการว่าเมื่อครบ 52 สัปดาห์ คุณก็จะมีเงินก้อนไว้ทำสิ่งที่คุณต้องการ ซื้อของขวัญให้ตัวเองและคนที่เรารัก ขอให้คุณเขียนลงไปว่าแต่ละสัปดาห์ต้องออมเท่าไหร่ตามกำหนด การคิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากได้อยากซื้ออาจทำให้คุณอมยิ้มและมีความมุ่งมั่นเก็บเงินมากขึ้น (แต่ถ้ายิ่งคิดแล้วยิ่งเกิดกิเลสพาลจะเก็บเงินไม่อยู่ก็เลิกเถอะ)

– กระปุกออมสิน บางคนอาจชอบแบบใส จะได้เห็นว่ามีเงินเท่าไหร่แล้วในนั้น บางคนก็ชอบแบบทึบมองไม่เห็นว่าข้างในมีเงินเท่าไหร่ แต่อยากจดเอาไว้เองว่าเก็บเงินได้เท่าไหร่แล้ว คุณจะใช้อะไรเป็นกระปุกออมสินก็ได้ กระปุกออมสินใบนี้จะเป็นที่ที่เงินของเราค่อย ๆ งอกเงยออกมาจากความพยายามของเรา

มาเริ่มเก็บเงินกับ วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์ กันเถอะ

เก็บเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 1 บาท

วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์

เก็บเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 5 บาท

วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์

เก็บเงินเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 10 บาท

วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์

เก็บเงินเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละ 100 บาท

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ตั้งแต่อายุยังน้อย

บทความ : สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี ใช้เงินเป็น ไม่ให้ตกเป็นทาสของเงิน 

สอนลูกอย่างไรให้เป็นเศรษฐี มีเงินเลี้ยงตัวเอง และเลี้ยงพ่อแม่ได้ พ่อแม่ควรเริ่มปลูกฝังลูกอย่างไรดี ในยุคที่มีแต่สิ่งล่อลวงใจมากมายขนาดนี้ หากมองย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึงได้ง่าย การจับจ่ายซื้อของก็ไม่สะดวกเท่าทุกวันนี้

พ่อแม่ส่วนใหญ่ที่จะสอนให้ลูกตั้งใจเรียน เรียนให้ได้เกรดดีๆ พอเรียนจบก็ให้หางานทำ ที่ให้เงินเดือนเยอะๆ เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว พ่อแม่ต้องรู้จักสอนให้ลูกใช้เงินให้เป็นอีกด้วย

ยีน ชาทสกี นักเขียนชื่อดังของอเมริก ได้เขียนกฎเหล็ก 7 ประการ สำหรับสอนเด็กยุคใหม่ให้มีวินับบในการใช้เงิน รู้จักพอเพียง รู้จักการใช้เงิน ดังต่อไปนี้

วิธีเก็บเงินรายสัปดาห์

1. สอนลูกให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุด 

ในทุกก้าวของชีวิตทุกคนจะต้องผ่านการเลือกระหว่างสองสิ่ง หรือมากกว่านั้นมานับไม่ถ้วน การจะตัดสินใจเลือกในแต่ละครั้งไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะมันมีทั้งข้อดีและข้อเสียกันทั้งนั้น การสอนลูกให้รู้จักตัดสินใจเลือกอย่างถูกต้อง จะต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังแบเบาะจนถึง 2 ขวบ เพื่อสอนให้รู้ว่าไม่ใช่ว่าอยากได้อะไรแล้วต้อง ได้ตามใจไปซะทุกอย่าง ซึ่งพ่อแม่ควรฝึกให้ลูกเลือกของสองอย่างก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มไปเรื่อยๆ และให้ลูกเลือกเพียงหนึ่งอย่างเท่านั้น เพื่อที่อนาคตลูกจะได้ไม่เป็นเด็กที่ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า อยยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่ให้เด็รู้จักเลือกซื้อของที่คุ้มค่าที่สุด

2. กฎต้องเป็นกฎ

พ่อแม่ต้องเข้มงวดอย่างมีเหตุผลกับลูก อย่าตามใจไปซะทุกเรื่อง เพื่อให้ลูกได้อยู่ในเส้นทางที่พ่อแม่ได้วางไว้ สำหรับพ่อแม่ที่ให้เงินลูกเป็นค่าขนมรายสัปดาห์หรือรายเดือนก็ลองใช้เทคนิคนี้ได้ โดยพ่อแม่จะใช้วิธีการหักเงินทุกครั้งที่ลูกไม่ทำตามกติกา หรือลงโทษลูกโดยห้ามดูทีวีค่ะ

3. ให้ค่าขนมตายตัว

สำหรับพ่อแม่ที่ให้ค่าขนมลูกเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือนอยู่แล้วก็คุณผ่านข้อนี้ไปได้เลย สำหรับพ่อแม่คนไหนที่ยังไม่ได้ทำลองเริ่มทำดูนะคะ หากลูกยังเล็กเกินไป อาจจะกำหนดให้ลูกเป็นค่าของเล่นหรือค่าหนังสือรายสัปดาห์ก่อนก็ได้ค่ะ เด็กจะได้เข้าใจ

4. สอนให้ลูกรู้จักการรอคอย

พ่อแม่ต้องปลูกฝังว่าเงินไม่ได้หาได้ง่ายๆ กว่าจะได้มาต้องอดทนรอคอยมากขนาดไหน หากพ่อแม่เห็นว่าของที่ลูกอยากได้มีราคาสูงมากเกินไปก็บอกว่าให้ลูกลองงเก็บเงินดูก่อน เดี๋ยวพ่อแม่ช่วยลูกเก็บด้วยนะ หรืออาจจะสอนให้ลูกหางานพิเศษ โดยเริ่มจากงานในบ้านง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นไป เพื่อที่ลูกจะได้รู้สึกภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง

5. สนับสนุนให้ลูกทำงานพิเศษ

สำหรับเด็กเล็กอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ แต่อาจเป็นการจ้างงานลูกภายในบ้านได้ เช่น ล้างรถ รดน้ำต้นไม้ หรือเลี้ยงน้อง เป็นต้น สำหรับเด็กโตแล้วแนะนำให้พ่อแม่ลองให้ลูกหางานพิเศษบ้าง แทนการให้ลูกไปเรียนพิเศษอย่างเดียวนะคะ อาจจะทำเฉพาะในช่วงปิดเทอมก็ได้ค่ะ

6. สอนให้รู้จักคุณค่าของเงิน

เด็กหลายคุณเริ่มนับเลขเป็นแล้ว แน่นอนว่าเริ่มที่จะรู้จักการใช้จ่ายเงิน ดังนั้น ถ้าพ่อแม่เห็นว่าเมื่อไหร่ที่ลูกร้องไห้อยาากได้ของเล่น หรือของอื่นๆ ที่ตัวเองอยากได้ สิ่งแรกที่พ่อแม่ควรทำคือ ถามลูกว่าอยากได้มากขนาดไหน โดยมีระดับตั้งแต่ 1-5 จากน้อยไปมาก ถ้าเด็กตอบว่า 5 แสดงว่ามาก หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาหืลองมาถามใหม่ ดูว่าคำตอบยังเป็นเท่าเดิมใหม่ เพื่อให้ลูกรู้จักการตัดสินใจและการรู้คุณค่าของเงินค่ะ

7. เป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก

วินับทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าพ่อแม่สอนให้ลูกรู้จักการใช้เงินให้เป็น แต่พ่อแม่กับมีนิสัยตรงกันข้ามทุกอย่าง ลูกก้จะไม่เชื่อและจะทำตามสิ่งที่เห็น ดังนั้น คุณควรเริ่มตั้งแต่การจ่ายเงินให้ลูกตรงเวลา บอกว่าจะให้เท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น อย่ามากหรือน้อยเกินกว่าที่ตกลงไว้ และถ้าสัญญาอะไรไว้ก็ควรทำตามสัญญา ไม่ใช่ว่าพูดไปงั้นแหละจะได้จบๆ เพราะเด็กๆ เขาจำแม่นนะคะ!

_________________________________________________________________________________________

theAsianparent Thailand เว็บไซต์ข้อมูลคุณภาพ และสังคมคุณแม่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และเอเชีย เรามีผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์ แหล่งความรู้แม่และเด็ก รวมถึงแอพพลิเคชั่น theAsianparent Thailand ที่ติดตามการตั้งครรภ์ให้คุณแม่ได้ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อติดตามพัฒนาการทารกตั้งแต่ตั้งครรภ์ จนถึงติดตามหลังคลอดที่ครอบคลุมที่สุด และผู้ใช้งานสูงสุดในประเทศไทย นอกจากความรู้ ยังมีไลฟ์สไตล์ และสื่อมัลติมีเดียหลากหลาย ไม่ว่าสุขภาพแม่และเด็ก โภชนาการแม่และเด็ก กิจกรรมสำหรับครอบครัว 

การวางแผนครอบครัวไปจนถึง การดูแลลูก การศึกษา และจิตวิทยาเด็ก theAsianparent Thailand เราพร้อมสนับสนุนพ่อแม่ทุกท่าน ให้มีความรู้ และมีสุขภาพกายใจเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างครอบครัวอย่างแข็งแรง

เพราะเราเชื่อว่าพ่อแม่เข้มแข็ง ครอบครัวแข็งแรง

ขอบคุณที่มา : Kuripotpinay.com

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

นิทานธรรมะ เล่าให้ลูกฟังก่อนนอน : ความประหยัด สอนลูกให้รู้จักออม

เลี้ยงลูกใช้เงินเท่าไหร่ เลี้ยงลูกหนึ่งคนต้องเตรียมเงินแค่ไหน มีอะไรบ้าง?

เลี้ยงลูกแบบธรรมชาติ เคล็ดไม่ลับฝึกลูกให้มีความพยายาม พร้อมประสบความสำเร็จในอนาคต

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

theAsianparent Editorial Team

app info
get app banner