มารู้จักโรคหลับไม่ตื่น(Sids) ที่คร่าชีวิตเบบี๋

มารู้จักโรคหลับไม่ตื่น(Sids) ที่คร่าชีวิตเบบี๋

หนูน้อยโอลิเวอร์ คาร์เตอร์ หนุ่มน้อยวัย 4 เดือน ต้องจบชีวิตอย่างสงบด้วยโรคหลับไม่ตื่น หรือ Sids

ภายหลังจากที่นักการเมืองชื่อดัง เบอร์นี่ แซนเดอร์ วัย 74 ปี ชนะผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค Democrat เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา ทำให้ผู้คนต่างพากันดีใจกับผลการคัดเลือกดังกล่าว เช่นเดียวกับ ซูซาน โลมาส์ แม่ของลิตเติ้ลเบอร์นี่ หรือ โอลิเวอร์ โลมาส์ วัยสี่เดือน ที่จากไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ก่อนประกาศวันการคัดเลือก

โรคหลับไม่ตื่น Sids

ลิตเติ้ลเบอร์นี่ หรือหนูน้อยโอลิเวอร์โลมาส์ ที่จากไปอย่างสงบด้วยโรคหลับไม่ตื่นหรือ Sids

ในช่วงระยะเวลาการหาเสียงของเหล่าบรรดาผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกผู้นำพรรค ซูซาน แม่ของหนูน้อยได้โพสต์รูปของเขาที่แต่งกายคล้ายกับ เบอร์นี่ ผ่านเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ เพื่อเชียร์และสนับสนุนการคัดเลือกของเบอร์นี่ทำให้หนูน้อยโอลิเวอร์นั้น กลายเป็นที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน

แน่นอน พวกเขาได้มีโอกาสพบและถ่ายรูปร่วมกันบ้างตามสถานที่ต่าง ๆ ที่เบอร์นี่ไปหาเสียง แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อหนูน้อยเบอร์นี่ ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยโรคหลับไม่ตื่นในทารก หรือโรค Sids

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา โอลิเวอร์ เป็นเด็กร่าเริง และมีสุขภาพแข็งแรง ทุกคนต่างรักและเอ็นดูเขามา แต่น่าเศร้าที่เขาต้องมาจบชีวิตเร็วเกินไปด้วยโรคนี้” ซูซานกล่าว

และเธอก็ได้ลงข้อความไว้อาลัยให้กับหนูน้อยเบอร์นี่ผ่านเฟสบุ๊คว่า “ลูกรักของแม่ แม่อยากให้ลูกรู้ว่า แม่รักลูกมาก และมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แม่รักลูกหมดทั้งกายและวิญญาณ และแม่รู้ว่า พระเจ้าคงจะอนุญาตให้ลูกอยู่ใกล้ ๆ เรา”

และเมื่อเบอร์นี่ทราบข่าว ก็เสียใจกับการจากไปของหนูน้อยเช่นเดียวกัน

ทำความรู้จักกับโรคหลับไม่ตื่น หรือ Sids ได้ที่หน้าถัดไปค่ะ

โรคหลับไม่ตื่น Sids

โรคหลับไม่ตื่น หรือSIDs คืออะไร?

SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรืออาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก เมืองไทยเรียกว่าโรคไหลตายในทารก คร่าชีวิตเด็กกว่าสามพันคนต่อปี เด็กที่เป็นเหยื่อของ SIDS นี้มักเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงดี พ่อแม่เอาลูกเข้านอนแต่ลูกก็หลับไม่ตื่นอีกเลย เป็นการเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ เรื่องเลวร้ายนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเวลา

สาเหตุการเกิด SIDS

ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าสาเหตุที่ก่อให้เกิด SIDS คืออะไร สิ่งที่เรารู้คือเด็กจะหยุดหายใจและไม่สามารถที่จะทำให้ตัวเองตื่นตัวจนกลับ มาหายใจได้อีกครั้ง SIDS มักเกิดขึ้นในเด็กอายุระหว่าง 2-4 เดือน แต่ก็มีบางกรณีที่เกิดขึ้นกับเด็กที่มีอายุมากกว่าหนึ่งขวบ 3 ใน 5 เกิดขึ้นกับเด็กผู้ชาย และเด็กที่เสี่ยงกับการเสียชีวิตจาก SIDS คือ เด็กที่คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักตัวน้อย หรือมีคนใกล้ชิดสูบบุหรี่

คลิกเพื่ออ่านวิธีการป้องกันได้ที่หน้าถัดไป

โรคหลับไม่ตื่น Sids

วิธีการป้องกันให้ลูกน้อยห่างไกลจากโรคหลับไม่ตื่นหรือ Sids

1. ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่กล่าวว่า ควรให้เด็กนอนหงาย เพราะเด็กจะสามารถหายใจเอาอากาศที่มีปริมาณออกซิเจนได้มากกว่าเด็กที่นอน คว่ำ แต่ในสองสามปีที่ผ่านมา เชื่อว่าเด็กควรนอนคว่ำเพื่อป้องกันการสำลักน้ำลายเข้าไปในปอดขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดSIDS

2. ต้องแน่ใจว่าเด็กได้นอนบนที่นอนที่แข็งพอ

3. อย่าให้ลูกนอนบนที่นอนที่อ่อนยวบ ย้ายตุ๊กตาและผ้าห่มที่หลวมจนเกินไปออกจากเตียงเวลาที่ลูกหลับ ให้ใช้ผ้าห่มที่สามารถหายใจผ่านได้เพื่อป้องกันเวลาที่ลูกนอนแล้วผ้าห่มมา คลุมหน้า หากคุณต้องการใช้แผ่นกันชนรอบเตียงลูก ควรใช้ผ้าที่ทอเหมือนผ้าตาข่ายที่สามารถหายใจผ่านได้ ต้องแน่ใจว่าแผ่นกันชนเตียงติดตั้งแบบสอดเข้าและออกสลับกันรอบลูกกรงเตียง เพื่อทำให้มันแน่นและมั่นคงไม่หลุดลงมาคลุมหน้าลูกน้อย

4. ห้องนอนลูกควรมีอุณหภูมิที่เย็นพอ ไม่อุ่นหรืออบอ้าวจนเกินไป เพราะอากาศร้อนอบอ้าวจะทำให้หายใจได้ลำบากขึ้น

5. ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีหลักฐานพิสูจน์อย่างแน่ชัด แต่ผลวิจัยบางอันชี้ให้เห็นว่านมจากเต้าของแม่สามารถลดความเสี่ยงของ SIDS ได้ นมแม่เป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีของลูกน้อยในหลาย ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นแม้ไม่ได้รับการพิสูจน์ ก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะให้ลูกกินนมจากเต้า

6. อย่าให้ลูกมานอนเตียงเดียวกับคุณ มีสิ่งปกคลุมหลายอย่างที่ใหญ่ไปสำหรับลูกน้อยซึ่งมันจะเพิ่มความเสี่ยงที่ เครื่องนอนจะมาทับหรือคลุมลูกคุณได้

7. ให้ลูกน้อยของคุณใช้จุกนมปลอมเพื่อการนอนหลับอย่างสบาย การดูดจุกนมจะช่วยให้การหายใจสม่ำเสมอ

มันสามารถเกิดขึ้นได้แม้จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ดีที่สุด

แม้ว่าคุณจะทำตามคำแนะนำในการป้องกัน SIDS เป็นอย่างดี ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีเด็กที่เสียชีวิตจาก SIDS แม้ว่าผู้ปกครองจะทำสิ่งทุกอย่างอย่างถูกต้อง เราหวังว่าซักวันหนึ่งเราจะทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดภาวะนี้และสามารถ นำไปสู่วิธีการรักษาที่ถูกวิธี

ที่มา: Theguardian และ Hollywoodreporter

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ท่านอนที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย

ลูกน้อยนอนลืมตาเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner