มาตรวจครรภ์หวังรู้เพศ กลับพบลูกเป็นภาวะงวงช้าง

มาตรวจครรภ์หวังรู้เพศ กลับพบลูกเป็นภาวะงวงช้าง

คู่สามีภรรยา Ben และ Alyssa มาพบแพทย์ขณะตั้งครรภ์ 23 สัปดาห์เพื่อตรวจเพศลูก แทนที่จะรู้ว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว กลับได้พบกับคำตอบที่น่าเศร้า เมื่อพบว่ากะโหลกของลูกปิดไม่สนิท

มาตรวจครรภ์หวังรู้เพศ กลับพบลูกเป็นภาวะงวงช้าง

หลังจากอดทนรอมา 23 สัปดาห์ คู่สามีภรรยา Ben และ Alyssa ก็ถึงเวลาได้ตรวจเพศลูก แทนที่จะรู้ว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว กลับได้พบกับคำตอบที่น่าเศร้า เมื่อพบว่ากะโหลกของลูกปิดไม่สนิท และอาจจะมีชีวิตอยู่หลังคลอดได้เพียงไม่กี่นาที เพราะลูกชายของทั้งคู่เป็นภาวะงวงช้าง

 

ว่าที่คุณแม่ Alyssa Reidhead ได้เล่าถึงเหตุการณ์ในวันนั้นว่า พวกเขาได้แต่ย้ำว่า ถ้าลูกชายคลอดออกมาอาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้เพียงไม่กี่นาที หรือไม่ ก็อาจจะเสียชีวิตระหว่างทำคลอด

 

ด้านสามีของเธอก็หวั่นวิตกไม่แพ้กัน เพราะกลัวว่าจะต้องสูญเสียลูกชายไป

 

แต่แล้วลูกชายของพวกเขาก็ได้รับการผ่าคลอดออกมาอย่างปลอดภัย หายใจได้ดี สามารถยกหัวได้ แล้วก็เคลื่อนไหวไปมา คล้ายกับเด็กปกติ หลังจากที่แพทย์ตรวจดูแล้วพบว่า เด็กคนนี้จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากภาวะแทรกซ้อน cutis aplasia ซึ่งเป็นผลพวงจากภาวะงวงช้าง ส่วนสมองของหนูน้อยก็ถูกปิดไว้ด้วยเนื้อเยื่อบางๆ เพียงเท่านั้น

 

แม้จะยากลำบากเพียงใดทั้ง Alyssa และ Ben ก็ตั้งใจจะดูแลลูกอย่างดีที่สุด ทั้งยังตั้งเพจ GoFundMe เพื่อระดมทุนสำหรับค่ารักษาพยาบาลลูกน้อย

 

ภาวะงวงช้าง เกิดจากอะไร

ภาวะงวงช้าง (Encephalocele) เป็นความผิดปกติที่กะโหลกศีรษะที่ควรจะปิดสนิทนั้นไม่ปิด จึงส่งผลให้มีส่วนของสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง ยื่นออกมานอกกะโหลกศีรษะ โดยเกิดจาก Neural Tube โครงสร้างที่มีลักษณะเป็นหลอดยาวไปตามแนวสันหลัง เพื่อให้ส่วนหน้าเป็นสมอง และส่วนหลังเป็นไขสันหลังนั้น ได้ทำการสร้างสมองแต่กลับปิดไม่สนิท

 

สำหรับอาการและผลกระทบต่อร่างกายของเด็กที่ต้องเผชิญกับภาวะงวงช้าง มีดังนี้

- สร้างน้ำในสมองมากเกินไป
- ทำให้อวัยวะอย่างขาและแขนไม่แข็งแรง
- ศีรษะเล็กกว่าปกติ
- ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว เช่น การเดิน
- พัฒนาการช้า
- มีปัญหาเรื่องการมองเห็น
- มีความผิดปกติของสมอง และมีอาการชักร่วมอยู่ด้วย

 

การเกิดภาวะงวงช้างหรือโรคงวงช้าง จะเกิดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างใบหน้า ที่เกิดความบกพร่องของเนื้อเยื่อใบหน้าด้านนอกและเนื้อเยื่อส่วนสมอง ซึ่งพบว่าเป็นโรคทางพันธุกรรม ทั้งยังมีผลมาจากสภาพแวดล้อมระหว่างการตั้งครรภ์ และอายุของคุณแม่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุด้วยเช่นกัน

 

โรคงวงช้าง โรคทางพันธุกรรม

โรคงวงช้างเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีผลงานวิจัยเรื่องโรคทางพันธุกรรมโดย ผศ.พญ.ดร.กัญญา ศุภปีติพร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ระบุว่า โรคงวงช้างเป็นชนิดของโรคที่พบในผู้ป่วยพิการแต่กำเนิด มักจะพบในผู้ที่มีเชื้อชาติไทย ฐานะยากจน และมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ ส่วนปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ก็เช่น มารดามีอายุมากและระยะห่างการมีบุตรที่ยาวนาน

 

วิธีป้องกัน โรคงวงช้าง และสิ่งที่คุณแม่ควรทำระหว่างตั้งครรภ์

- หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคพันธุกรรมหรือความพิการแต่กำเนิด ควรรีบปรึกษาแพทย์ก่อนการตั้งครรภ์ เพื่อขอคำแนะนำทางพันธุศาสตร์ ให้ทราบถึงทางเลือก โอกาสเสี่ยง เพื่อใช้ประกอบในการตัดสินใจ
- หลังจากวางแผนการมีลูก ควรที่จะลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ที่อาจมีผลต่อความพิการแต่กำเนิด ทั้งงดการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ รวมทั้งฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคที่อาจก่อให้เกิดความพิการแต่กำเนิด
- หมั่นตรวจสุขภาพอยู่เสมอ หากพบว่าตั้งครรภ์ ต้องรีบไปฝากครรภ์ทันที เพื่อให้แพทย์ตรวจสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์ ที่สำคัญ ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ต้องระวังการติดเชื้อ และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ว่าที่คุณแม่ต้องทานกรดโฟลิก วันละ 400 ไมโครกรัม เป็นเวลา 3 เดือนก่อนตั้งครรภ์ แล้วทานต่อเนื่องจนสิ้นสุดไตรมาสแรก วิธีนี้จะช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคความผิดปกติของหลอดประสาทลง
- หากตั้งครรภ์ราว 16 สัปดาห์ ทางสูติแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติของโครโมโซมหรือไม่ แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเลือดประเมินอัตราเสี่ยงของทารก แต่หากคุณแม่อายุมากกว่า 35 ปี แพทย์อาจแนะนำให้เจาะตรวจน้ำคร่ำ
- ความพิการแต่กำเนิด อาจเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ ไม่ใช่แค่ความผิดปกติของโครโมโซม คุณแม่จึงต้องรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และทำตามคำแนะนำของคุณหมอเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกเกิดภาวะงวงช้าง

 

ที่มา : sg.theasianparent.com, craniofacial.or.th และ research.chula.ac.th

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารกไม่มีกะโหลกและสมอง เพราะแม่ท้องขาด “โฟลิก”

รู้จักภาวะทารกไม่มีกะโหลกศีรษะ และการป้องกันในแม่ท้อง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner