มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยเงียบคร่าชีวิตผู้คน

มะเร็งหลังโพรงจมูก ภัยเงียบคร่าชีวิตผู้คน

มะเร็งหลังโพรงจมูก อีกหนึ่งภัยเงียบที่พวกเราทุกคนควรทำความรู้จัก

คุณพ่อคุณแม่คะ ปกติเราจะได้ยินแต่มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งลำไส้ อะไรแบบนี้เป็นต้น แต่วันนี้ยังมีอีกโรคหนึ่งที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทำความรู้จัก นั่นก็คือ "โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก" โรคดังกล่าวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านบทความกันค่ะ

มะเร็งหลังโพรงจมูก

มะเร็งหลังโพรงจมูก อีกหนึ่งมะเร็งร้ายที่กลายเป็นภัยเงียบคร่าชีวิตผู้คนได้ไม่แพ้มะเร็งชนิดอื่น ๆ เพราะมะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นโรคที่อยู่ในตำแหน่งที่ซ่อนเร้น ยากแก่การตรวจพบ จึงทำให้ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการของระยะที่มะเร็งลุกลามมากแล้ว ส่งผลให้ยากต่อการรักษา ในแต่ละปีพบผู้ป่วยทั่วโลกเกือบ 1 ต่อประชากรแสนคน โดยเฉพาะในแถบเอเชียจะพบผู้ป่วยมะเร็งชนิดนี้สูงมาก ได้แก่ จีนตอนใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน

และสำหรับประเทศไทย พบว่าผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิงเกือบสองเท่า โดยส่วนมากอยู่ในวัยหนุ่มสาวถึงกลางคน

สาเหตุของมะเร็งหลังโพรงจมูก แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิด ได้แก่

1. สิ่งแวดล้อมและอาหาร  เนื่องจากมะเร็งหลังโพรงจมูกพบบ่อยในประเทศจีนตอนใต้ และชาวเอสกิโมในรัฐอลาสก้า และกรีนแลนด์ ตลอดจนในแถบทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บ่งชี้ได้ว่าสาเหตุหนึ่งของการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกน่าจะเป็นผลจากสิ่งแวดล้อม และอาหาร โดยอาหารที่คนเหล่านี้รับประทานจะคล้ายคลึงกัน คือ ปลาเค็มและเนื้อเค็ม ซึ่งจะมีสารก่อมะเร็งไนโตรซามีนปนเปื้อนอยู่ในสารอาหารเหล่านี้ และเมื่อสูดดมสารนี้เข้าไปสัมผัสกับเยื่อบุของหลังโพรงจมูก อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ DNA ของเซลล์เยื่อบุผิว จนเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ได้

2. พันธุกรรม ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาของระบาดวิทยา พบว่ามะเร็งหลังโพรงจมูก พบบ่อยในคนจีน โดยเฉพาะในคนจีนตอนใต้ของประเทศ ตลอดจนคนจีนที่อพยพไปตั้งรกรากในประเทศต่าง ๆ แสดงให้เห็นว่าภาวะทางพันธุกรรมน่าจะมีส่วนในการส่งเสริมให้เกิดมะเร็งหลังโพรงจมูก

3. เชื้อไวรัส Epstein-Barr Virus (EBV) เป็น DNA virus ซึ่งอยู่ในกลุ่มของ Herpes virus พบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกมักจะมีประวัติเคยติดเชื้อ EBV และพบเชื้อไวรัสหรือ DNA ของ EBV ในเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย ทำให้เชื่อว่าเชื้อไวรัสนี้น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก

ควรสังเกตตัวเอง หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์

    • มีก้อนที่คอ
    • มีเลือดกำเดาไหลเป็นประจำ
    • มองเห็นภาพซ้อน
    • หน้าชาด้านใดด้านหนึ่ง
    • หูอื้อ

ถ้าหากพบว่า มีอาการที่เข้าข่ายอาการดังกล่าว อย่านิ่งนอนใจไปนะคะ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน เพราะเซลล์มะเร็งอาจลุกลามไปมากจนยากที่จะเยียวยาได้ การรีบรักษาตั้งแต่เป็นระยะแรก จะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที เพิ่มโอกาสในการหายขาดได้

ที่มา: หนังสือพิมพฺคมชัดลึก

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

ระวัง! อาหารเสี่ยงมะเร็งที่แม่อาจเผลอให้ลูกกินบ่อย ๆ

10 ความในใจ จากปากคนเป็นมะเร็งเต้านม

theAsianparent Community

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner