มนุษย์เงินเดือนอาจมีเฮ! หากปรับลดหย่อนภาษีแบบนี้จริง!

มนุษย์เงินเดือนอาจมีเฮ! หากปรับลดหย่อนภาษีแบบนี้จริง!

ภาวนาขอให้นโยบายที่ว่านี้ผ่านจริง มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ คงจะดีใจ

ไม่ว่าจะคุณจะดำรองอาชีพไหน จะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือไม่ หากเข้าเกณฑ์ตามที่กรมสรรพากรกำหนด ต่างก็ต้องจ่ายเงินค่าภาษีด้วยกันทั้งนั้น

มนุษย์เงินเดือน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา ๆ ที่กรมสรรพากรให้เงินได้กำหนดเงินได้เป็นเงินได้ ตามมาตรา 40(1) คือ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้าง มีหน้าที่ต้องชำระ และเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใด ๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ซึ่งหักค่าใช้จ่ายได้ 40% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 60,000 บาท และเพราะภาษีที่กรมสรรพากรเรียกเก็บจากผู้มีเงินได้เป็นอัตราภาษีก้าว หน้า คือ ยิ่งเงินได้สุทธิสูง ยิ่งเสียภาษีแพง

วิธีการคำนวณเงินได้ ก็ได้มาจาก เงินได้พึงประเมิณ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน มื่อเทียบเงินได้พึงประเมินเท่ากัน พวกมนุษย์เงินเดือนจะเสียภาษีมากกว่า เพราะหักค่าใช้จ่ายได้น้อยกว่า คือสูงสุดแค่ 60,000 บาทตัวอย่างเช่น หากเทียบมนุษย์เงินเดือนกับพวกหมอ พวกหมอจะหักค่าใช้จ่ายได้ 60% ของเงินได้ ตัวอย่างเช่น หากหมอมีเงินได้ 1 ล้านบาท ก็จะหักค่าใช้จ่ายได้ 6 แสนบาท หากหมอมีเงินได้ 10 ล้านบาท ก็จะหักค่าใช้จ่ายได้ 6 ล้านบาท แต่หากมนุษย์เงินเดือนมีเงินได้ 1 ล้านบาท ก็จะหักค่าใช้จ่ายได้ 6 หมื่นบาท หรือหากมีเงินได้ 10 ล้านบาท ก็จะหักค่าใช้จ่ายได้แค่ 6 หมื่นบาทเท่าเดิม และหากลองคำนวณหาเป็นค่าใช้จ่ายต่อเดือนว่า 60,000 บาทที่กรมสรรพากรให้เป็นค่าใช้จ่ายนั้น พอใช้จ่ายไหมในแต่ละเดือน จะคำนวณได้เท่ากับเดือนละ 5,000 บาทเท่านั้น ไม่พอใช้จ่ายแน่ ๆ และยิ่งของแพงขึ้นทุก ๆ ปี ขณะที่เงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้นตามเงินเฟ้อได้ทัน ก็ทำให้มนุษย์เงินเดือนมีปัญหาด้านการเงินอย่างที่หลายคนทราบ ๆ กัน อยู่

ที่ผ่านมาก็เคยได้ข่าวกรมสรรพากรจะปรับความไม่ยุติธรรมเหล่านี้ โดยปรับเรื่องค่าใช้จ่ายของมนุษย์เงินเดือนแต่ก็เหลวมาตลอด มาครั้งนี้ก็ดีใจที่ได้ยินคุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ออกมาบอกว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์จะเสนอข้อสรุปในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปยัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยหลักการในการปรับปรุงภาษีจะทำให้คนรายได้น้อยสบายมากขึ้น คนจนยิ้มได้ เพราะภาษีที่ปรับปรุงใหม่นั้น จะเป็นประโยชน์กับผู้เสียภาษีทุกราย ซึ่งการปรับภาษีเงินได้บุคคลดังกล่าว ทำให้กรมสูญเสียรายได้หลายหมื่นล้านบาท โดยการปรับโครงสร้างภาษีนี้ จะประกาศใช้ในปี 2560 คือ เริ่มได้ตั้งแต่การยื่นภาษีปี 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เบื้องต้นมีการเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลจาก 6 หมื่นบาท เป็น 1-1.2 แสนบาท ถ้าสมมติเป็น 1.2 แสนบาท ก็จะทำให้คนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 25,000 บาทไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งก็น่าจะดี เพราะ 25,000 บาท คิดเป็นรายได้ต่อวันแค่ 833 บาทเท่านั้น อาจจะพอใช้จ่ายแต่ไม่พอให้มีเงินออมสำหรับอนาคตเลย

2. จะมีการปรับปรุงขั้นการเสียภาษีใหม่จาก 7 ขั้น และปรับปรุงรายได้ในแต่ละขั้นใหม่ รวมถึงกำลังสรุปเรื่องว่าควรจะปรับอัตราสูงสุดที่กำหนดไว้ 35% หรือไม่ ซึ่งก็ควรจะปรับลดลงให้ยุติธรรมกับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจครับ เพราะอัตราภาษีที่แท้จริงของเจ้าของธุรกิจขณะนี้อยู่ที่ 28% ขณะที่คนทำงานอัตราภาษีที่แท้จริงอยู่ที่ 35% ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้น และจะจูงใจให้หลายคนวางแผนภาษีโดยการจัดตั้งบริษัทหรือนิติบุคคลขึ้นมาแทน เพราะนอกจากเสียภาษีต่ำกว่าแล้ว ยังสามารถหักค่าใช้จ่ายได้โดยไม่มีเพดานกั้น สุดท้ายแล้วหากมีคนจัดตั้งบริษัทมากๆเพื่อวางแผนภาษี กรมสรรพากรแทนที่จะเก็บภาษีได้มากขึ้น ก็จะเก็บภาษีได้น้อยลง

3. ค่าลดหย่อนอื่น ๆ ที่เคยมีข่าวว่าจะปรับลด ก็จะไม่ลดค่าลดหย่อน ส่วนเรื่องค่าลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยว 1.5 หมื่นบาทที่หมดอายุไปเมื่อ 31 ธันวาคม 2558 นั้น กรมสรรพากรก็จะเสนอไปยังกระทรวงการคลังให้ต่ออายุอีก 2 ปี เป็นหมดอายุ 31 ธันวาคม 2560 ในวงเงินลดหย่อนเท่าเดิมปีละ 1.5 หมื่นบาท

หากข้อมูลเหล่านี้เป็นจริง ก็ภาวนาอย่าเลิกหรือสะดุดกลางคันอีก และขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมสรรพากรปัจจุบันที่มองทุกอย่างในสิ่งที่ควรจะเป็น ไม่ใช่มุ่งแต่จะเก็บภาษีมาก ๆ และมองมนุษย์เงินเดือนเป็นของตายที่เก็บภาษีได้มากอยู่แล้วไม่ต้อง ปรับอะไร ทำนองรีดเลือดจากปู จนมนุษย์เงินเดือนจะไม่มีเงินเหลือแล้ว

ที่มา: Post Today

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

เตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมั่นคง

เด็กออทิสคิกเรียนร่วมกับเด็กปกติได้หรือไม่

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner