ภูมิต้านทานอุปสรรค ทักษะสำคัญที่ต้องรีบปลูกฝังก่อนลูกโต

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

ความสำเร็จของลูกคือความภูมิใจของพ่อแม่ แต่กว่าลูกรักจะมาถึงจุดหมายปลายทางได้นั้น ต้องเผชิญกับอุปสรรคสารพัดรูปแบบ ปัจจุบัน มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้จักความยากลำบาก ขาดความอดทน จนทำให้ถอดใจพ่ายแพ้ให้กับแรงเหวี่ยงของปัญหาที่หมุนเข้ามาปะทะ สิ่งเหล่านี้เกิดเพราะขาดการปลูกฝังภูมิต้านทานอุปสรรคที่แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็ก

ภูมิต้านทานอุปสรรค คือของขวัญชิ้นสำคัญที่พ่อแม่สามารถมอบเป็นสมบัติติดตัวลูกรักไปตลอดชีวิต ความสำเร็จในอนาคตของเด็กๆ เกิดจากการดูแลเอาใจใส่อย่างมีคุณภาพ สร้างภูมิต้านทานให้เขาเรียนรู้จากปัญหา และฝึกให้แก้ปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เจ้าตัวเล็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีศักยภาพ และประสบความสำเร็จได้ตามตั้งใจ

ภูมิต้านทานอุปสรรค ควรปลูกฝังตั้งแต่ตอนไหน?

ภูมิต้านทานอุปสรรค

เด็กๆ เปรียบเสมือนฟองน้ำที่พร้อมซึมซับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว การปลูกฝังภูมิต้านทานอุปสรรคจึงเริ่มได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่หนูน้อยลืมตาดูโลก แม้อาจยังสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ แต่ทารกก็สามารถรับรู้ได้จากการสัมผัส โอบกอด และการพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงออกถึงความรักความอบอุ่น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างพื้นฐานทางจิตใจของลูกให้มีความมั่นคงทางอารมณ์ ถือเป็นหัวใจในการสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคที่แข็งแรงในช่วงวัยต่อไป

ภูมิต้านทานอุปสรรคที่แข็งแกร่ง เริ่มต้นจากพ่อแม่    

พ่อแม่สามารถสร้างภูมิต้านทานอุปสรรคที่แข็งแรงได้โดยเริ่มต้นจาก การทำความเข้าใจในพัฒนาการของลูกตามวัย เพื่อจะสามารถสนับสนุนให้ลูกทดลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อสร้างให้เป็นเด็กกล้าคิดกล้าลงมือทำ ปล่อยให้เผชิญปัญหาด้วยตัวเองบ้าง ไม่ประคบประหงมหรือตามใจจนลูกไม่รู้จักความอดทนและการรอคอย เพื่อสร้างทักษะในการแก้ปัญหา และเตรียมรับมือกับความผิดหวัง ความเสียใจ ที่สำคัญ อย่าลืมฝึกให้เด็กๆ รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมด้วยนะคะ

ภูมิต้านทานอุปสรรค ปลูกฝังอย่างไรให้มีคุณภาพ

พ่อแม่ทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจ เฝ้าฟูมฟักเลี้ยงดูลูกรักเป็นอย่างดี เพื่อให้เจ้าตัวเล็กสามารถเอาชนะความท้าทายและเผชิญอุปสรรคยากลำบากต่างๆ อย่างเด็ดเดี่ยวได้ด้วยตนเอง สามารถทำได้ด้วย

ภูมิต้านทานอุปสรรค

  1. ทักษะทางสมอง (Executive Function : EF)

    เด็กๆ เกิดมาพร้อมกับศักยภาพในการพัฒนาตนเอง การส่งเสริมให้ลูกรักพัฒนาทักษะการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ในช่วงวัย 3 – 6 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมองส่วนหน้ากำลังเจริญเติบโตเต็มที่ ทำให้เด็กๆ คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่กับผู้อื่นได้

  2. เลี้ยงลูกเชิงบวก (Positive Parenting)

    เป็นแนวคิดในการทำความเข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูกรัก ไม่เร่งเร้าเอาแต่ผลลัพธ์จนบิดเบือนเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนสูญเสียความเป็นตัวตนของเด็กๆ ไป พ่อแม่ต้องเข้าใจและเข้าถึงหัวใจของลูก ส่งเสริมให้เขาเติบโตอย่างเต็มศักยภาพตามวัย เข้าใจธรรมชาติของเด็ก และแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหา อาทิ การดื้อรั้น การต่อต้าน อย่างสร้างสรรค์ มองให้ลึกถึงสาเหตุ แก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยความรัก

เห็นไหมคะว่า ผลลัพธ์ของการปลูกฝังภูมิต้านทานอุปสรรคที่แข็งแรงให้ลูกตั้งแต่วัยเด็กนั้น สามารถสร้างให้เจ้าตัวเล็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ พร้อมเผชิญปัญหาอันหนักหน่วง ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายที่คอยท้าทายอยู่ระหว่างทาง จนประสบความสำเร็จได้ตามสิ่งที่ลูกวาดฝันไว้ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่อย่างเราค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก :   http://www.nutricia-shapingdestiny.com/

การเลี้ยงดูเด็กก่อนวัยรุ่น การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ การเลี้ยงดูเด็กวัยเรียน การเลี้ยงลูกเชิงบวก ก่อนวัยเรียน คำแนะนำในการเลี้ยงดูลูก ช่วงวัยของเด็ก โภชนาการและการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติ โรงเรียนพ่อแม่