ภาวะแพ้รุนแรงต่างจากการแพ้ธรรมดาอย่างไร?

lead image

คุณแม่และคุณยายพาน้องอายุ 6 ปี มาพบหมอด้วยอาการมีผื่นขึ้น แน่นหน้าอก หายใจลำบากหลังกินอาหารที่เคยมีประวัติแพ้ไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ด้วยความวิตกกังวลว่าครั้งนี้น้องมีอาการมากกว่าทุกครั้งเพราะปกติจะมีแค่ผื่น ไม่เคยมี แน่นหน้าอก หายใจลำบากมาก่อน หมอตรวจแล้วจึงวินิจฉัยว่าน้องมีภาวะแพ้รุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนในโรงพยาบาลค่ะ วันนี้จะขอเล่าเรื่องภาวะแพ้รุนแรงให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้จักกันนะคะ

อาการแพ้รุนแรง

ภาวะแพ้รุนแรงคืออะไร?

ภาวะแพ้รุนแรง เป็นการแพ้ชนิดที่รุนแรงที่สุด หากรักษาไม่ทันท่วงทีอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต เกิดจากกลไกของร่างกายที่ตอบสนองต่อการได้รับสารก่อภูมิแพ้โดยแสดงอาการอย่างรุนแรง

อาการของภาวะแพ้รุนแรงเป็นอย่างไร?

อาการของภาวะแพ้รุนแรงสามารถเกิดอาการได้ทุกระบบของร่างกาย โดยเฉพาะผิวหนัง ทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ซึ่งควรต้องสงสัย หากอาการต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นในเวลาเป็นนาทีถึงชั่วโมงหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้

• อาการของระบบหัวใจและหลอดเลือดได้แก่ เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม ความดันโลหิตต่ำ ช็อค
• อาการของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ถ่ายเหลว
• อาการระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล จาม หายใจเสียงดัง แน่นหน้าอก หายใจลำบาก
• อาการของระบบผิวหนัง ได้แก่ ผื่นลมพิษ หนังตาบวม ปากบวม

โดยผู้ป่วยมักมีอาการในระบบต่าง ๆ ของร่างกายเหล่านี้ อย่างน้อย 2 ระบบขึ้นไป เช่น เป็นลม ร่วมกับมีผื่นขึ้น หรือมีแค่ความดันโลหิตต่ำเพียงอย่างเดียวหลังจากไปสัมผัสสารที่เคยมีประวัติแพ้ ก็จะได้รับการวินิจฉัยจากคุณหมอว่ามีภาวะแพ้รุนแรงได้

ซึ่งต่างจากอาการแพ้ธรรมดาที่ผู้ป่วยมักมีอาการเพียงระบบใดระบบหนึ่ง และอาการไม่รุนแรงค่ะ

สิ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะแพ้รุนแรงได้บ่อยมีอะไรบ้าง?

สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดภาวะแพ้รุนแรงก็เหมือนกับสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ ค่ะ ที่พบบ่อยได้แก่

1. อาหาร: นม ไข่ ถั่วลิสง แป้งสาลี ถั่วเหลือง ปลา
2. ยา: ยากลุ่มเพนนิซิลลิน ซัลโฟนาไมด์ และยาสลบ
3. วัคซีน: พบในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
4. ยาง เช่น ถุงมือยาง
5. เลือด และส่วนประกอบของเลือด
6. แมลงกัดต่อย เช่นผึ้ง ต่อ แตน มด

วิธีรักษาทันทีที่บ้านหน้าถัดไป >>>

การดูแลรักษาผู้ป่วยภาวะแพ้รุนแรงเบื้องต้นที่บ้านควรทำอย่างไร?

หลักการของภาวะแพ้รุนแรงคือผู้ป่วยจะต้องได้รับการรักษาที่เร็วมิเช่นนั้นอาจจะช็อกหมดสติและเสียชีวิต ดังนั้นสิ่งที่ผู้ปกครองควรทำคือ

• หากมียา adrenaline ซึ่งเป็นยาที่คุณหมอจะให้กับผู้ป่วยที่เคยมีประวัติแพ้รุนแรงติดตัวไว้ รวมถึงฝึกฉีดด้วยตนเองหรือผู้ปกครองเพื่อช่วยชีวิตในกรณีเกิดอาการฉุกเฉิน ให้ช่วยผู้ป่วยฉีดยาเข้าที่กล้ามเนื้อต้นขาโดยเร็วที่สุด
• ถ้าผู้ป่วยหายใจลำบากและรู้ตัวดีก็ให้นั่ง แต่ถ้าเวียนศีรษะจากความดันต่ำควรให้นอนราบยกเท้าสูง
• ห้ามให้น้ำหรืออาหารแก่ผู้ป่วย
• เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินหรือไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการรักษาพยาบาลต่อไป

คุณหมอดูแลผู้ป่วยภาวะแพ้รุนแรงที่โรงพยาบาลต่อไปอย่างไร?

คุณหมอจะพิจาณาให้ยา adrenaline ในกรณีที่ยังไม่ได้มาจากบ้าน หรือจำเป็นต้องได้รับซ้ำ และให้ผู้ป่วยนอนสังเกตอาการต่ออย่างน้อยอีก 24 ชั่วโมงในโรงพยาบาล และให้ยาชนิดอื่น เช่นยาแก้แพ้ และยาต้านการอักเสบเพรดนิโซโลน และปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ในการหาสาเหตุของการเกิดอาการต่อไป

สิ่งสำคัญของภาวะแพ้รุนแรงก็คือผู้ป่วยจะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยและผู้ปกครองควรรู้ถึงอาการเบื้องต้นของภาวะนี้และพกยา adrenaline ที่คุณหมอให้ ไว้กับตัวผู้ป่วยตลอดเวลาค่ะ