ใครรับผิดชอบ! พ่อโวย หมอตรวจมั่วบอกแท้ง อ้างว่าแม่ท้องโย้เพราะว่าอ้วน

ภาวะแท้งคุกคามหมายถึงการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 14 สัปดาห์แล้วมีเลือดออกมาจากช่องคลอด ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร เพื่อให้คุณแม่ท้องทุกท่านได้เข้าใจถึงสาเหตุและอาการแท้งคุกคาม ทีมงาน theAsianparent ได้มีข้อมูลที่น่าสนใจ พร้อมคำแนะนำในการดูแลตัวเองเมื่อเกิดภาวะแท้งคุกคามมาฝากกันค่ะ

ภาวะแท้งคุกคามมีสาเหตุจากอะไร

พ่อฉุน! พาแม่ท้องตรวจโรงพยาบาล หมอแจ้งเมียแท้ง พอไปตรวจอีกที่ ถึงได้รู้ว่าลูกยังแข็งแรงดีในท้อง และมาไขคำตอบ ภาวะแท้งคุกคามมีสาเหตุจากอะไร

หมอบอก ภาวะแท้งคุกคาม

เพจแหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องราวที่คุณพ่อท่านหนึ่ง เล่าประสบการณ์ พาแม่ท้องไปตรวจแต่หมอบอกว่า แท้ง จนย้ายโรงพยาบาลถึงได้รู้ว่า ลูกยังอยู่ดี

#หมอตรวจมั่วบอกแท้ง #ไปตรวจอีกทียังอยู่ดี #ใครรับผิดชอบ

คือแฟนผมไปใช้บริการที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 61 เวลา 02.00 โดยประมาณ ซึ่งมีเลือดออกในช่องคลอด คุณพยาบาลตรวจฉี่ที่ห้องฉุกเฉินในขณะนั้น บอกว่าตั้งครรภ์ ให้แอดมิด ให้น้ำเกลือ และรอจนคุณหมอมาตรวจในช่วงเช้า และลงความเห็นว่า ภาวะแท้งคุกคาม และนัดมาตรวจอีกครั้งในวันที่ 20 ก.พ. 61

ตอนเช้ามาตรวจตามนัด เจาะเลือดไปตรวจ หมอแจ้งว่า ลูกผมน่าจะหลุด หมอจึงลงความเห็นในใบรับรองแพทย์ว่าแท้ง

ผมและภรรยาเสียใจมาก ผมเครียด นอนก็ไม่ค่อยหลับ ทั้งที่อาการที่มีเลือดออก ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดท้องเลยแม้แต่นิดเดียว และได้นัดมาตรวจอีกครั้งในสัปดาห์ต่อมา

ตรวจเลือดอย่างเก่า แฟนผมบอกว่า มีอาการแพ้ท้อง ซึ่งก็แพ้จริง ๆ ครับ อ้วกทุกวัน กินอะไรก็ไม่ได้ หมอตรวจผลเลือดและผลฉี่ ก็เลยวินิจฉัยมาอีกว่า ตั้งครรภ์ ผมกับภรรยา รู้สึกดีใจ แต่ก็ยังงง ๆ กับคำวินิจฉัยของหมอท่านนี้ ซึ่งเป็นหมอคนเดียวที่ตรวจอาการทุกครั้ง และนัดอีกครั้ง ในวันที่ 27 มีนาคม 61

ผมไปกับภรรยาด้วยครับครั้งนี้ เนื่องจากผมยังมีข้อสงสัยหลายอย่าง อยากจะสอบถามหมอ วันนี้หมอนัดเจาะเลือดเหมือนเดิม และปัสสาวะ พอถึงเวลาตรวจประมาณ 13.30 น. ผมขอเข้าไปรับฟังด้วย ทีแรกหมอก็แจ้งว่าปกติแล้ว ไม่ให้ญาติเข้าร่วมรับฟัง และให้ผมออกมารอข้างนอก ประมาณ 10 นาที ให้พยาบาลเรียกผมเข้าไปฟัง หมอแจ้งว่าแท้ง ผมก็เลยถามหมอ

” สรุปลูกผมแท้งหรือครับ แต่ท้องมันโตขึ้น และคลำพบก้อนที่ท้องด้วย “

คุณหมอก็เลย พูดว่า มันไม่เกี่ยว อาจจะเป็นไขมัน เพราะเราอ้วน ( ทั้ง ๆ ที่แฟนผมเป็นคนตัวเล็กน้ำหนักแค่ 42-43 เองครับ ) นี่ล่ะที่สาเหตุไม่ให้ญาติเข้ารับฟัง เพราะมาซักถาม ก็ไม่จบสักที ผมแจ้งว่า อยากอัลตราซาวด์ แต่คุณหมอบอกว่า ซาวด์ยังไงก็ไม่เจอ เพราะฮอร์โมนมันไม่ถึง

และก็เชิญให้ผมออกนอกห้อง โดยที่ผมไม่ได้รับความชัดเจนอะไรเลย หลังจากผมออกมาจากห้อง แฟนผมเล่าให้ฟัง คุณหมอแจ้งว่า เด็กหลุดแล้ว แต่จะหลุดตั้งแต่ช่วงไหน อันนี้ไม่ต้องพูดถึง ตรวจฉี่ยังไงมันก็เจอการตั้งครรภ์ เพราะจะต้องให้ฮอโมน มันถึง 0 ก่อนถึงจะตรวจไม่เจอ

ผมนี้ทั้งเสียใจและคลางแคลงใจว่า ทำไมหมอไม่ตรวจ ไม่ซาวด์ดูเพื่อความแน่ใจ ว่าท้องปกติมั้ย หลังจากที่ ให้ผมออกมาจากห้องตรวจ ผมได้เดินไปบอกพยาบาลที่เคาท์เตอร์ว่า ผมขอผลตรวจเลือดและฮอร์โมนทั้งหมดนะครับ ผมจะไปตรวจต่อที่อื่น เพราะที่นี่คุณหมอบอกว่าแท้ง และไม่ซาวด์ให้ผมได้รับความชัดเจน

 

ภาวะแท้งคุกคามมีสาเหตุจากอะไร เลือดออกขณะตั้งครรภ์ ลูกหลุด อาการ เป็นอย่างไร

พอพยาบาล ออกใบผลตรวจเลือดให้มาครบทุกใบตั้งแต่เริ่มเข้ามารักษา ผมจึงไปตรวจที่อีกโรงพยาบาล ผลปรากฎว่า แฟนผมยังตั้งครรภ์อยู่ และลูกผมดิ้นเก่งมาก หัวใจเต้น 167 มีอวัยวะครบทุกส่วน ตอนนี้ตั้งครรภ์ได้ 12 สัปดาห์ 1 วัน แต่มีเนื้องอกในมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในระหว่างตั้งครรภ์

โรงพยาบาลและคุณหมอที่นี่ แนะนำดีมาก และให้ผมอยู่ร่วมรับฟังและดูการตรวจ ตลอดเวลา พร้อมทั้งให้ผมสอบถามได้ทุกเรื่อง และอธิบายให้ผม เข้าใจอย่างชัดเจน ตอนนี้ผมยิ้มได้ ที่ได้เห็นได้รับรู้ ว่าลูกผมยังอยู่สบายดี หลังจากที่ผมเครียดมานาน

ผมอยากฝากเรื่องนี้เพื่อเป็นอุทาหรณ์ สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นะครับ ว่า เราควรตรวจให้ละเอียด เพื่อลูกน้อยของเราครับ หากผมไม่ไปตรวจที่อื่น ผมก็คงเครียดไปอีกนาน ซึ่งโรงพยาบาลเดิมนัดอีกครั้งในสองอาทิตย์ข้างหน้า เพื่อตรวจเลือดเหมือนเดิม แต่ในเคสนี้ ผมคงไม่ไปเสี่ยงกับหมอท่านนี้ครับ ชีวิตลูกผมทั้งคน #คุณรับผิดชอบไหวมั้ย กับการตรวจแบบมักง่ายของคุณ ผมมีหลักฐานการรักษาทุกอย่างครับ ทั้งใบนัด และใบรับรองแพทย์ ซึ่งลงความเห็นวินิจฉัย ทุกครั้ง ทุกใบ ตามที่ผมกล่าวมาข้างต้น

ที่มา : https://www.facebook.com/queentogetherisone

 

ลูกหลุด อาการ

ภาวะแท้งคุกคามมีสาเหตุจากอะไร

ภาวะแท้งคุกคาม

 

แท้งคุกคาม

แท้งคุกคาม (Threatened abortion) หมายถึงการตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 14 สัปดาห์ที่มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยปากมดลูกยังปิดอยู่ คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการปวดตรงท้องน้อยคล้ายกับการปวดประจำเดือน ซึ่งเกิดจากมดลูกบีบตัว ในรายที่มีภาวะแท้งคุกคามเกิดขึ้นจะมีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรตามมาได้

วิธีสังเกตอาการของภาวะแท้งคุกคาม

  • ตกขาวมีสีน้ำตาลปนเลือด
  • มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด
  • ปวดท้องหน่วงๆ บีบตรงท้องน้อย

ปัจจัยเสี่ยงของภาวะแท้งคุกคาม

  1. ผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก
  2. สูบบุหรี่จัด
  3. มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเอสแอลอี โรคความดันโลหิตสูง
  4. มีการติดเชื้อในช่องคลอด
  5. ทารกในครรภ์มีโครโมโซมผิดปกติ
  6. มีเนื้องอกมดลูกทำให้การฝังตัวของรกไม่ปกติ
  7. การขาดฮอร์โมนเพศที่ช่วยในการประคับประคองการตั้งครรภ์ ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หนามากพอในการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูก

ภาวะแท้งคุกคามสามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อได้หรือไม่?

ในแม่ตั้งครรภ์ที่มีการแท้งคุกคามเกิดขึ้นแล้ว ร้อยละ 50 จะสามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ อีกร้อยละ 50 จะมีการแท้งบุตรตามมา ซึ่งในรายที่ตรวจพบความผิดปกติของการตั้งครรภ์ โดยธรรมชาติร่างกายของคุณแม่จะมีปฏิกิริยาทำให้เกิดกระบวนการแท้งขึ้นเอง ในรายที่ตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (อัลตราซาวด์) แล้วพบหัวใจทารกเต้นอัตราปกติ จะทำนายได้ว่าสามารถตั้งครรภ์ต่อได้ร้อยละ 90 โดยไม่พบว่าเพิ่มความพิการของทารกในครรภ์ ดังนั้นตั้งแต่เริ่มช่วงแรกของการตั้งครรภ์หากคุณแม่พบว่าตัวเองมีเลือดออกไม่ว่าจะออกกะปริบกะปรอย หรือออกมาก ร่วมกับมีอาการปวดท้อง ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ

 

การรักษา การดูแลตัวเอง และการป้องกันภาวะแท้งคุกคาม  อ่านหน้าต่อไปคลิก

การรักษาอาการแท้งคุกคาม

เมื่อตรวจพบแล้วว่าคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการแท้งคุกคาม หากแพทย์วินิจฉัยแล้วว่ายังสามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปได้ ก็จะได้รับการรักษาแบบประคับประคอง (Supportive treatment) ซึ่งแพทย์มักจะรักษาด้วยยาฮอร์โมนเพื่อช่วยพยุงการตั้งครรภ์ มีทั้งชนิดรับประทาน สอดทางช่องคลอด หรือฉีดยาเข้ากล้ามที่เรียกกันว่า ฉีดยากันแท้งให้ และหากยังมีอาการมากอยู่แพทย์มักจะให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งไม่ให้ทำกิจวัตรประจำวันที่สุ่มเสี่ยงต่อการแท้ง (ในคุณแม่ท้องบางรายอาจต้องลาออกจากงานเพื่อรักษาตัวจนกว่าลูกจะคลอด) หากจะมีการแท้งตามมา ในบางรายอาจมีการเสียเลือดมากแพทย์จะพิจารณาให้เลือด หรือสารน้ำทดแทนทางหลอดเลือดดำ ในกรณีที่ต้องให้ยาแก้ปวดแพทย์จะให้รับประทานยาแก้ปวดชนิดอ่อนๆ ที่ไม่มีผลกระทบต่อทารกในครรภ์

 

การดูแลตัวเองเมื่อมีภาวะแท้งคุกคาม

การดูแลตัวเองเมื่อมีภาวะแท้งคุกคาม

การดูแลตัวเองเมื่อมีภาวะแท้งคุกคามเกิดขึ้น

  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ทุกอย่าง
  • ไม่เพิ่มเรื่องเครียดให้กับตัวเอง
  • นอนพักผ่อนมากๆ
  • หยุดการทำงานหนัก
  • ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์
  • ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
  • ไม่เดินทางบ่อย หรือโดยสารรถสาธารณะที่ไม่ปลอดภัย เช่น นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์, ขึ้นเครื่องบิน, นั่งเรือ

 

จะป้องกันภาวะแท้งคุกคามได้อย่างไรบ้าง ?

สำหรับแท้งคุกคามจะสามารถป้องกันได้ เมื่อคุณแม่รู้แล้วว่าตัวเองเคยมีประวัติการแท้งมาก่อน ซึ่งสามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีสาเหตุซึ่งป้องกันได้ และกลุ่มที่มีสาเหตุซึ่งป้องกันไม่ได้ มีรายละเอียดดังนี้

  1. สาเหตุการแท้งคุกคามที่ป้องกันได้
  • งดการสูบบุหรี่ งดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภท เช่น ไวน์ เบียร์ เหล้า หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนน้อย และเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการแท้งคุกคาม
  • ในกรณีที่มีความผิดปกติของโพรงมดลูก ต้องมีการดูแลรักษาด้วยการผ่าตัดให้เรียบร้อยก่อนตั้งครรภ์
  • หากต้องทำงานที่เกี่ยวข้องสัมผัสกับสารเคมี ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด
  • การรับประทานยาที่เป็นอันตรายต่อการตั้งครรภ์ เช่น ยาในกลุ่มรักษาสิว
  • ในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ไม่ควรยกของหนักและระมัดระวังอุบัติเหตุ เช่น การนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ การกระแทกแรงๆ เพราะอาจทำให้รกลอกตัวบางส่วนส่งผลให้มีเลือดออกทางช่องคลอดได้
  1. สาเหตุการแท้งคุกคามที่ป้องกันไม่ได้
  • ระบบสืบพันธุ์ของคุณแม่มีความผิดปกติ เช่น มดลูกไม่แข็งแรง, ผนังมดลูกบาง
  • โครโมโซมของทารกในครรภ์ผิดปกติ
  • มีโรคประจำตัว เช่นโรคไต โรคเอสแอลอี โรคความดันโลหิตสูง

เพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพตลอด 9 เดือน จึงมีความจำเป็นที่ผู้หญิงทุกคนควรดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์ รวมทั้งการตรวจสุขภาพก่อนการตั้งครรภ์ทุกครั้งเพื่อช่วยลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาแทรกซ้อนทางสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์ค่ะ

 

ตรวจสอบข้อมูล : นายแพทย์เมธาพันธ์  กิจพรธีรานันท์

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

การตั้งครรภ์ไข่ปลาอุกคืออะไร อันตรายต่อแม่ท้องหรือไม่?

อาการท้องแข็ง เรื่องน่ากังวลขณะตั้งครรภ์