อย่ามัวแต่ห่วง สายสะดือพันคอทารก เพราะสายสะดือย้อย ก็วิกฤตไม่แพ้กัน ลูกในครรภ์เสี่ยงเสียชีวิต

lead image

ภาวะสายสะดือย้อย หรือสายสะดือพลัดต่ำ เป็นภาวะฉุกเฉินที่อันตรายอย่างมาก สามารถทำให้ทารกขาดออกซิเจนและเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่นาทีหากศีรษะเด็กกดทับสายสะดือ

ภาวะสายสะดือย้อย ช่วยไม่ทัน ทารกในครรภ์เสียชีวิต

อันตรายจากสายสะดือย้อย ลูกในท้องเหมือนโดนปิดปากปิดจมูก ภาวะสายสะดือย้อย ทำลูกขาดออกซิเจน ไม่มีเครื่องมือใดป้องกันภาวะนี้ได้ อย่าลืมนะแม่! ต้องนับลูกดิ้น

เพจเมื่อหมอเป็นแม่ ได้โพสต์ถึงเรื่องสายสะดือย้อย หรือ Prolapse cord ไว้ว่า

แม่ ๆ หลายคน เวลามาอัลตราซาวด์กับแม่หมอช่วงปลาย ๆ ไตรมาสที่ 3 มักจะถามแม่หมอว่า มีสายสะดือพันคอลูกไหมคะ? ที่ถามนี้ก็เพราะเป็นห่วง ว่าจะมีอันตรายกับลูกเราใช่ไหมคะ แม่หมอจะขอบอกตรงนี้เลยว่า มีอีกภาวะหนึ่ง ที่เมื่อเกิดแล้ว ถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน ต้องช่วยลูกน้อยกันเร่งด่วนกว่าสายสะดือที่พันคอ มันก็คือ สายสะดือย้อยนี่แหละค่ะ

สายสะดือย้อย คือ การที่สายสะดือไหลมาอยู่ต่ำกว่าส่วนนำของลูกในท้องในเชิงกราน บางคนหลุดออกมาอยู่ในช่องคลอดกันเลย หากเกิดภาวะนี้แล้ว มีโอกาสที่ส่วนนำของเด็กจะกดลงไปที่สายสะดือ แล้วแย่ตรงไหน? ก็ตรงที่สายสะดือ เป็นสิ่งที่ส่งออกซิเจน อาหารไปให้ลูกน้อยในท้องเรา ดังนั้น เมื่อสายสะดือโดนกด ลูกเราก็อยู่ในภาวะขาดออกซิเจน เป็นอันตรายไม่ต่างจากโดนปิดปากปิดจมูกนั่นเองค่ะ

ทีนี้ ภาวะนี้ มักจะเกิดกับแม่ ๆ ที่มีน้ำเดินก่อนกำหนด โดยที่ส่วนนำของลูกยังไม่กระชับลงมาในเชิงกราน ที่สำคัญ ไม่มีเครื่องมือใดป้องกันภาวะนี้ได้ ย้ำ!! ป้องกันไม่ได้ ดังนั้น หากแม่ๆมีน้ำเดิน คือ น้ำใส ๆ ไหลออกทางช่องคลอดกลั้นไม่ได้ ควรรีบมา รพ.ให้เร็วที่สุดค่ะ!! เพื่อให้ลูกน้อยอยู่ในภาวะขาดออกซิเจนสั้นที่สุด ยิ่งถ้าเห็นเป็นสายสะดือย้อยลงมานอกช่องคลอด ให้นอนยกก้นสูง หายใจลึก ๆ นับลูกดิ้น แล้วให้คนพาส่งรพ.เพื่อช่วยคลอดทันทีค่ะ

แต่แม่ ๆ อย่าเพิ่งกังวล หรือจิตตกกับภาวะนี้มากเกินไปค่ะ อย่าลืมว่าเราต้องท้องอย่างมีความสุขด้วย การที่เราจะรู้ว่าลูกในท้อง โอเคอยู่หรือไม่ ก็คือ การนับลูกดิ้นนั่นเอง (ตามดูย้อนหลังเรื่องนับลูกดิ้นได้ค่ะ) ถ้ายังดิ้นดี ไม่ต้องกังวลอะไร ท้องต่อไปสวย ๆ ค่ะ

ที่มา : https://www.facebook.com/DoctorAsMother

 

สายสะดือย้อย อาจทำให้ทารกขาดออกซิเจน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/07/ภาวะสายสะดือย้อย 578x239.jpg อย่ามัวแต่ห่วง สายสะดือพันคอทารก เพราะสายสะดือย้อย ก็วิกฤตไม่แพ้กัน ลูกในครรภ์เสี่ยงเสียชีวิต

สายสะดือย้อย คืออะไร

ภาวะสายสะดือย้อย หรือสายสะดือพลัดต่ำ เป็นภาวะที่สายสะดือย้อยลงมาอยู่ข้างๆ หรือต่ำกว่าส่วนนำของทารก มีอยู่ 3 ลักษณะ

  1. Overt prolapsed cord ในกรณีที่ถุงน้ำคร่ำแตก และพบสายสะดือย้อยลงมาอยู่ในช่องคลอด หรือโผล่ออกจากช่องคลอด
  2. Forelying cord หรือ Funic presentation เป็นภาวะที่สายสะดือถูกกดกับทางช่องคลอดได้เมื่อทารกเคลื่อนต่ำลง
  3. Occult prolapsed cord เป็นภาวะที่สายสะดือย้อยลงมาต่ำกว่าปกติ หรืออยู่ด้านข้างๆ ส่วนนำของทารก

 

สายสะดือย้อย เกิดจากอะไร

ภาวะสายสะดือย้อยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า แต่สามารถเกิดได้เมื่อมีปัจจัยส่งเสริมเหล่านี้ที่ขัดขวางการเคลื่อนต่ำลงของส่วนนำของทารกไม่ให้กระชับกับส่วนล่างของมดลูก

ปัจจัยที่เกิดจากแม่

  • ตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้ง
  • อุ้งเชิงกรานผิดปกติ หรือแคบ

ปัจจัยที่เกิดจากทารก

บทความแนะนำ ท่าทารกในการคลอด

ปัจจัยอื่นๆ

  • ถุงน้ำคร่ำแตกขณะที่ส่วนนำยังไม่กระชับกับเชิงกราน
  • การทำ amnioinfusion หรือการใส่สายวัดความดันในโพรงมดลูก
  • การหมุนกลับท่าเด็กทางหน้าท้อง

 

จะทราบได้อย่างไรว่าคุณแม่มีภาวะสายสะดือย้อย

การวินิจฉัยภาวะนี้สามารถทราบได้จากการตรวจภายใน เมื่อสอดนิ้วเข้าไปและสัมผัสกับสายสะดือ หรือมองเห็นว่าสายสะดือโผล่พ้นช่องคลอดออกมา

 

อันตรายจาก ภาวะสายสะดือย้อย

ภาวะสายสะดือย้อยไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่ แต่เป็นอันตรายโดยตรงต่อทารกในครรภ์ เนื่องจากหากสายสะดืออยู่ก่อนส่วนนำของทารก จะทำให้เมื่อทารกเคลื่อนตัวลงมา สายสะดือจะถูกศีรษะหรือส่วนนำของทารกกดทับกับช่องทางคลอด ทำให้การไหลเวียนของเลือดไปสู่ตัวเด็กไม่ดี ส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจน หากช่วยเหลือไม่ทันเวลาทารกอาจเสียชีวิตได้

ในกรณีที่พบสายสะดือย้อยในคุณแม่ที่อายุครรภ์น้อยกว่า 24 สัปดาห์ คุณหมอจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป โดยอาจให้ทางเลือกในการยุติการตั้งครรภ์ หรือสังเกตอาการภายใต้การดูแลที่เหมาะสม

 

การช่วยเหลือเมื่อเกิดภาวะสายสะดือย้อย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2016/07/การช่วยเหลือเมื่อเกิดภาวะสายสะดือย้อย 578x406.jpg อย่ามัวแต่ห่วง สายสะดือพันคอทารก เพราะสายสะดือย้อย ก็วิกฤตไม่แพ้กัน ลูกในครรภ์เสี่ยงเสียชีวิต

การช่วยเหลือแบบฉุกเฉิน ได้แก่

  1. จัดให้คุณแม่นอนในท่ายกก้นสูง หรือใช้หมอนหนุนให้ก้นสูง เพื่อช่วยป้องกันส่วนนำไม่ให้ลงมากดสายสะดือ
  2. สอดมือเข้าไปในช่องคลอดแล้วดันส่วนนำไว้ไม่ให้เคลื่อนลงมากดสายสะดือ
  3. ให้ออกซิเจนแก่คุณแม่ เพื่อให้ทารกได้รับออกซิเจนมากขึ้น
  4. ให้สายสะดือย้อยอยู่ในช่องคลอด ซึ่งอุ่นและไม่แห้ง
  5. ทำให้กระเพาะปัสสาวะโป่งตึงดันมดลูกและหัวเด็กไม่ให้กดทับสายสะดือ โดยการใส่น้ำเกลือ 500-700 มล. ทางสายสวนปัสสาวะ

การผ่าตัดคลอด

ควรได้รับการผ่าตัดคลอดให้เร็วที่สุด เพราะความรวดเร็วในการทำคลอดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดอัตราการเสียชีวิตของทารก หากระยะเวลาตั้งแต่วินิจฉัยโรคได้  จนถึงคลอดเกินกว่า 30 นาที อัตราการเสียชีวิตของทารกพบประมาณร้อยละ 50 แต่หากใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาที อัตราการเสียชีวิตจะลดเหลือร้อยละ 15 เท่านั้น

ภาวะสายสะดือย้อยป้องกันได้หรือไม่

คุณหมอจะทำการอัลตราซาวนด์คุณแม่กลุ่มเสี่ยง เช่น ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ส่วนนำผิดปกติ ทารกอยู่ในท่าก้น ท่าขวางหรือเฉียง หรือท่าที่ไม่เสถียร เพื่อดูตำแหน่งของสายสะดือ ช่วยลดอัตราการเกิดสายสะดือย้อยได้ หากสงสัยว่ามีภาวะสายสะดือย้อยคุณหมออาจพิจารณาให้คุณแม่นอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจติดตามการเต้นของหัวใจทารก การหดรัดตัวของมดลูก และพิจารณาให้ผ่าตัดคลอดในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้น

 

แม้ภาวะสายสะดือย้อย หรือสายสะดือพลัดต่ำ จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แต่เป็นปัญหาที่พบไม่บ่อย และหากถึงมือแพทย์เร็ว ก็จะสามารถช่วยเหลือให้ทารกรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัยค่ะ

 

ที่มา www.medicine.cmu.ac.thhttps://drseri.com/article/351

ภาพประกอบ DeCherney AH, Nathan L, Laufer N, Roman AS: CURRENT Diagnosis & Treatment: Obstetrics & Gynecology, 11e:

 

บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

5 อาการแทรกซ้อนแบบนี้ไม่ดีแน่แม่ท้องต้องระวัง

ภาวะเสี่ยงขณะตั้งครรภ์ ที่แม่ท้องไม่ควรมองข้าม

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!