ภาวะครรภ์เป็นพิษ อาการร้ายใกล้ตัวที่แม่ท้องควรรู้!

lead image

คุณแม่ตั้งท้องควรรู้ โอกาสที่เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษมักจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งพบในราว 1 ใน 20 ของสตรีมีครรภ์ และภาวะครรภ์เป็นพิษยังอาจส่งผลกระทบขั้นรุนแรง เช่น อาการโคม่า อาการชัก หรืออาจเสียชีวิตได้ ซึ่งภาวะครรภ์เป็นพิษเป็นโรคที่อาจไม่มีสัญญาณบ่งชี้ และมีอาการรุนแรงขึ้นได้ตามระยะเวลา

ทั้งนี้ภาวะ “ครรภ์เป็นพิษ” แม้จะพบได้เพียงร้อยละ 5-10 แต่ก็เป็นสาเหตุสำคัญอันนำไปสู่การเสียชีวิตของแม่ตั้งครรภ์ได้ ซึ่งภาวะการเกิดครรภ์เป็นพิษยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด และนอกจากจะส่งผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากความผิดปกติของหลอดเลือดทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างหลอดเลือดไปเลี้ยงรกได้เพียงพอ ยังส่งผลให้ทารกในครรภ์ได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่ไม่เพียงพอตามไปด้วย มาทำความรู้จักกับ “ภาวะครรภ์เป็นพิษ” ให้มากขึ้นกันดีกว่า

ภาวะครรภ์เป็นพิษ อาการร้ายใกล้ตัวแม่ท้องที่ควรรู้

5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับภาวะครรภ์เป็นพิษ

1.ครรภ์เป็นพิษ ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอาจเสียชีวิตได้

ภาวะครรภ์เป็นพิษ หมายถึง ภาวะความดันโลหิตสูงมากกว่าหรือเท่ากับ 140/90 มิลลิเมตรปรอท โดยทำการวัดสองครั้ง มีระยะห่างกัน 4 ชั่วโมง และอาจมีภาวะโปรตีนรั่วออกมาปนในปัสสาวะของแม่ตั้งครรภ์ โดยความรุนแรงของโรคอาจมีตั้งแต่เล็กน้อย, รุนแรงจนกระทั่งทำให้เกิดการชักหมดสติ, มีภาวะซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตกสลาย, เกล็ดเลือดลดต่ำทำให้มีเลือดออกผิดปกติ, การทำงานของตับผิดปกติ ส่งผลให้เสียชีวิตได้ทั้งแม่และทารกในครรภ์

2.โอกาสของแม่ท้องที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่

• สตรีตั้งครรภ์แรก
• สตรีตั้งครรภ์ที่มีประวัติครรภ์เป็นพิษในครรภ์ครั้งก่อน
• สตรีตั้งครรภ์ที่มีประวัติคนในครอบครัวมีภาวะครรภ์เป็นพิษ
• สตรีตั้งครรภ์ที่ยังอายุน้อยกว่า 18 หรือที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
• สตรีตั้งครรภ์แฝด
• สตรีตั้งครรภ์ที่มีโรคประจำตัวก่อนตั้งครรภ์ เช่น โรคไต โรคเบาหวาน หรือโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
• สตรีตั้งครรภ์ที่เป็นโรคอ้วน

3.สัญญาณเตือนภัยที่จะบอกว่าภาวะครรภ์เป็นพิษมาเยือน

โดยส่วนใหญ่แล้ว แม่ท้องที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จะไม่ค่อยรู้สึกว่าตัวเองป่วย จนกระทั่งเกิดอาการที่รุนแรงขึ้น ได้แก่

- ปวดศีรษะ, ตาพร่ามัว, คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น รวมถึงสมองบวม หรือเลือดออกในสมอง
- เจ็บจุกแน่นที่ลิ้นปี่หรือบริเวณชายโครงขวา เนื่องจากตับโตขึ้น หรือมีเลือดออกในตับ -เหนื่อยหอบ, หายใจลำบาก, นอนราบไม่ได้ เนื่องจากน้ำท่วมปอด
- ตัวบวม, น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน, ปัสสาวะออกน้อยลง เนื่องจากไตทำงานผิดปกติ มีการรั่วของโปรตีนออกมาในปัสสาวะ

ซึ่งอาการเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปสู่ลูกในท้องด้วย เช่น เจริญเติบโตได้ช้า, น้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ และอาจเสียชีวิตได้ กรณีที่ครรภ์เป็นพิษนั้นรุนแรงมาก

มารู้จักภาวะครรภ์เป็นพิษให้มากขึ้นกว่านี้ หน้าถัดไปนะคะ >>

ภาวะครรภ์เป็นพิษ อาการร้ายใกล้ตัวแม่ท้องที่ควรรู้

4.วิธีรักษาภาวะครรภ์เป็นพิษ

หากแม่ท้องที่เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ เป้าหมายที่จะรักษาต้องคำนึงถึง 3 สิ่งต่อไปนี้คือ

การคลอด ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงอายุครรภ์ร่วมด้วย ในกรณีที่ครรภ์เป็นพิษนั้นอยู่ในขั้นรุนแรง จำเป็นต้องพิจารณาให้คลอด ไม่ว่าอายุครรภ์จะมากน้อยเพียงใด ครบกำหนดหรือไม่ เพื่อรักษาชีวิตของมารดาเป็นสำคัญ สำหรับทารกที่อายุครรภ์ไม่ครบกำหนด อาจต้องมีการใช้ยาช่วยในการพัฒนาของปอดเพื่อให้ทารกสามารถหายใจได้เอง โดยพิจารณาเป็นราย ๆ

การให้ยาป้องกันการชัก ภาวะชักเนื่องจากครรภ์เป็นพิษ เป็นภาวะที่รุนแรง สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงต้องมีการให้ยากันชักในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรง (แต่ผลที่ได้จากการรับยา แมกนีเซียมซัลเฟต อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้อาเจียน, ความดันโลหิตลดต่ำลง จึงจำเป็นต้องมีการวัดสัญญาณชีพผู้ป่วยเป็นระยะ ๆ หลังจากที่ให้ยาตัวนี้กับผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตที่สูงมากก็อาจจำเป็นต้องพิจารณาให้ยาลดความดันโลหิตแก่ผู้ป่วย ซึ่งมีทั้งที่ให้ทางหลอดเลือดหรือการรับประทาน)

การให้ยาลดความดันโลหิต สตรีมีครรภ์ที่พบว่ามีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษจะต้องได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยการตรวจความดันโลหิต ตรวจปัสสาวะ และตรวจอัลตราซาวน์อย่างสม่ำเสมอ และในบางกรณีอาจต้องมีการใช้ยาช่วยลดความดันโลหิต เพื่อให้การตั้งครรภ์มีความปลอดภัยนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

แม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงและได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องร่วมกับขั้นตอนปฏิบัติที่ถูกวิธีสามารถป้องกันไม่ให้โรคนี้มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มารดาและทารกมีความปลอดภัยและสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้การสามารถยืนยันได้ว่าสตรีมีครรภ์รายใดไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ จะช่วยให้แม่ท้องลดความกังวลใจ และตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้

5.การฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอ

จะช่วยให้แพทย์ตรวจคัดกรอง ค้นหาความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้จากการตรวจและซักถามอาการผิดปกติต่าง ๆ เช่น มีการซักประวัติของผู้ป่วยว่าตั้งครรภ์มาแล้วกี่ครั้ง, เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษในท้องก่อนหรือไม่, มีโรคประจำตัวใดบ้าง, มีการชั่งน้ำหนัก, วัดความดันโลหิต, ตรวจปัสสาวะเพื่อหาน้ำตาลและโปรตีนว่ามีรั่วออกมาหรือไม่ รวมถึงมีการตรวจวินิจฉัยทารกโดยวิธีอัลตร้าซาวด์ เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารก และทำการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ได้โดยการตรวจติดตามอัตราการเต้นของหัวใจทารก พร้อมกับตรวจการหดรัดตัวของมดลูก เมื่อพบความผิดปกติที่มีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ แพทย์ก็จะได้ดำเนินการรักษา ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการสูญเสียหรือทุพพลภาพของมารดาและทารกได้

อย่างไรก็ตามหากคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี มีสุขภาพที่แข็งแรง ป้องกันตัวเองจากภาวะครรภ์เป็นพิษ เช่น การลดอาหารรสเค็ม ดื่มน้ำให้มากกว่าหรือเท่ากับ 8 แก้วต่อวัน เพิ่มโปรตีนและหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยลดโอกาสเกิดความรุนแรงของภาวะครรภ์เป็นพิษ

ขอบคุณข้อมูลจาก :

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :
ครรภ์เป็นพิษ ภัยร้ายใกล้ตัวแม่ท้อง
แชร์สนั่น!! คุณแม่ครรภ์เป็นพิษเสียชีวิตพร้อมลูกในท้อง เพราะห้องผ่าตัดล็อค

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Napatsakorn .R

app info
get app banner