ภารกิจการหย่านมแม่ (ตอนกลางวัน)

ตั้งแต่ลูกอายุได้ประมาณ 3 เดือนจนถึงตอนนี้ (1 ขวบ 3 เดือน) คนรอบข้างหลายคนถามดิฉันตลอดว่าลูกหย่านมแม่รึยัง และเสียงส่วนใหญ่บอกว่า ลูกดิฉันโตมากแล้ว กินนมผงได้แล้ว ขณะเดียวกันเมื่อดิฉันคิดจะหยุดให้นมลูก ก็มีอีกหลายคนถามด้วยคำถามที่ตรงกันข้ามเสียสิ้นเชิงว่า ทำไมจึงหย่านม ลูกยังเล็กอยู่เลย (แค่ขวบกับ 3 เดือนเอง) และยังไม่วายถามต่อว่า ดิฉันมีน้ำนม เพียงพอ มีเวลาให้นม เพราะเป็นแม่ฟูลไทม์ไม่ได้ออกไป ทำงานนอกบ้าน แบบนี้แล้วทำไมจึงจะหย่านม?? ทำเอาคนเป็นแม่ฟูลไทม์อย่างดิฉันถึงกับมึน แต่อย่างว่า ใครก็มาตัดสินใจแทนเราไม่ได้ ก็นี่ลูกเราเอง เราก็ต้องตัดสินใจเอง!

หย่านม

แน่นอนว่าเหตุผลที่ให้ลูกหย่านมแม่ของแม่แต่ละคนย่อมต่างกัน สำหรับส่วนตัวของดิฉันคือ

ลูกติดเต้าทุกครั้งเวลานอนกลางวัน เมื่อสะลึมสะลือตื่นแล้วจะให้หลับต่อต้องดูดเต้าตลอดเวลา บางครั้งนานร่วมชั่วโมง ซึ่งทำให้ดิฉันไม่สามารถช่วยดูแลกิจการที่บ้าน หรือแม้แต่ทำกิจวัตรอื่น ๆ ของตัวเองได้ ปัญหาที่สำคัญในการหย่านมแม่คือลูกไม่ดูดขวด เพราะเคยฝึกแล้วลูกไม่เอาเลย จึงให้นมแม่มาตลอด นอกจากนี้พักหลังเราประสบปัญหากับเรื่องเต้านมตัวเอง ทั้งเป็นแผลเลือดออกจากการที่ลูกกัดหัวนม (ลูกฟันขึ้น 8 ซี่) ซึ่งเจ็บมาก ๆ และอีกฝันร้ายที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็คือ เต้านมอุดตัน เป็นอาการที่เครียดมาก เพราะนมคัดมากถึงมากที่สุด แต่บีบหรือปั๊มไม่ออก หาทางออกไม่ได้ (กลัวมากค่ะว่าจะเป็นเต้านมอักเสบ ซึ่งบางเคสร้ายแรงจนอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเลยทีเดียว)

อีกเหตุผลรองก็คือ ลูกสาวตัวติดกับดิฉันยิ่งกว่าตังเม อยู่ด้วยกันแทบตลอด 24 ชั่วโมง ทุกครั้งที่จะนอน กิน เที่ยว วิ่งเล่น ไปไหนมาไหน ไม่ใช่ไม่รักลูก แต่การหย่านมแม่เสมือนหนึ่งช่วงเวลาที่ลูกจะได้เติบโตไปในโลกที่แวดล้อมด้วยคนอื่นในระยะเวลานาน ๆ ได้บ้าง แม้สุดท้ายแล้ว เราก็ยังเป็นคนหลักที่จะเลี้ยงลูกอยู่ดี

ในการหย่านมแม่ฉันวางแผนไว้ 4 ข้อ คือ

1. ทาบอระเพ็ดไว้ที่หัวนม (ตัดกิ่งบอระเพ็ด ฝนเอาแต่ยางมาทา)

2. ให้คนอื่นช่วยกล่อมนอน แทนการดูดนมแม่

3. ให้ลูกกินนมจากกล่องแทน จะได้ไม่ติดขวดนมและต้องเลิกขวดนมอีกในภายหลัง

4.ยังให้กินนมแม่ตอนกลางคืนอยู่ เพราะตัดใจไม่ได้ สงสารลูกและยังเสียดายนมแม่

อ่านต่อหน้าถัดไป >>>

ยอมรับว่า วันแรก ๆ ของปฏิบัติการหย่านมเป็นอะไรที่สะเทือนใจที่สุดจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อลูกเห็นแม่อยู่ตรงหน้า แต่กลับกินนมแม่ไม่ได้ เหมือนเห็นบ่อน้ำในทะเลทรายสะฮาราอยู่เบื้องหน้า แต่มีป้ายติดว่ามีพิษห้ามกิน แต่แล้วเธอก็ฝืนข้อห้ามนั้น เมื่อเธอดูดนมแม่ก็เจอบอระเพ็ดที่ขมที่สุดในสามโลก จนเธอถึงกับอาเจียนอาหารที่กินเข้าไปออกมาหมด สงสารลูกมาก ได้แต่บอกตัวเองให้ใจแข็งเข้าไว้ ดูเหมือนบอระเพ็ดได้ผลเกินคาดเธอเหมือนจะเข็ดหลาบกับเต้าแสนรักของเธอไปพักใหญ่ แต่ก็มีพลาดเหมือนกัน วันที่บอระเพ็ดถูกเหงื่อชะออกไป ทำให้ดิฉันถอนเต้าออกจากปากลูกแทบไม่ทัน

วันแรกนอกจากเธอจะขมบอระเพ็ดจนอาเจียนอาหารออกมา เธอยังไม่ยอมกินนมจากขวดเหมือนเคย ไม่ยอมกินนมจากกล่องเช่นกัน และกว่าจะนอนหลับกลางวันได้ก็เกือบ 4 โมง (ปกติเธอจะนอน 2 ช่วง คือ 9 โมง และบ่าย 2) วิธีการกล่อมนอนคือให้ต้องอุ้มเดินไปเดินมาจนง่วง ซึ่งทั้งวันนั้นดิฉันต้องหลบหน้าไปให้ไกล ห้ามปรากฏตัวโดยเด็ดขาด เพราะเธอเพียงเห็นเงาเธอก็จะร้องเรียกหาปานจะขาดใจ ส่วนเต้านมของดิฉัน ระหว่างวันก็คัดมากจนแทบจะรอให้ถึงกลางคืนไม่ไหว

วันต่อ ๆ มาเริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ เธอยอมกินนมกล่องมากขึ้น จนกินได้วันละประมาณ 1 กล่อง กลับมานอนกลางวันเวลาเดิมได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องกล่อมนอนที่จะต้องให้คนอื่นกล่อมด้วยการอุ้มเดิน หรือพานั่งรถให้หลับ ผ่านไปประมาณ 10 วันดิฉันจึงจะกล่อมเองได้ด้วยวิธีการอุ้มเดินเช่นกัน ซึ่งเธอก็จะร้องงอแง สำคัญที่สุดคือต้องทนเสียงร้องปานจะขาดใจของเธอให้ได้ ตอนนี้เธอเลิกนมแม่ช่วงกลางวันได้เด็ดขาดแล้ว เธอกินข้าว กินอาหารได้เยอะขึ้น น้ำหนักปกติตามเกณฑ์ ไม่มีปัญหาเรื่องพฤติกรรมหรือการขับถ่าย สำหรับเต้านมนั้นร่างกายก็ปรับตัว ไม่มีอาการคัดเลยระหว่างวัน แต่พอตกเย็น ร่างกายจะรู้ว่าลูกจะร้องกิน ก็ถึงจะค่อยคัดค่ะ

ภารกิจครั้งนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยค่ะ หากไม่ใจแข็ง และอดทน