ภาพแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำสุดคลาสสิก

ภาพแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำสุดคลาสสิก

พบการภาพถ่ายแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำ ที่บอกคำเดียว แม้จะไม่ใช่ภาพสี แต่ก็งดงามเกินบรรยาย

7 ภาพแม่ให้นมลูก ฉบับขาวดำสุดคลาสสิก

ซาราห์ เมอร์เนน ช่างภาพชาวออสเตรเลียชื่อดัง ได้ตระเวนไปรอบโลก เพื่อถ่ายภาพของแม่ที่กำลังให้นมลูกในโปรเจคที่ชื่อว่า “ชาวออสเตรเลียกับการให้นมแม่” ที่เมื่อคุณดูแล้ว ต้องบอกได้คำเดียวว่า สวย และเปี่ยมไปด้วยความหมายจริง ๆ ค่ะ มาดู ภาพแม่ให้นมลูก ในเวอร์ชั่นขาวดำ สุดคลาสสิคกันค่ะ

ภาพแม่ให้นมลูก

ภาพแม่ให้นมลูก เพราะเราต้องการความแตกต่าง

ภาพแม่ให้นมลูก

ที่บ่งบอกถึงพลังอำนาจของความรักและความอบอุ่นจากคนเป็นแม่

ภาพแม่ให้นมลูก

ที่ต่อให้เป็นภาพขาวดำ ก็มีความสวยไม่ต่างอะไรกับภาพสีเลย

ภาพแม่ให้นมลูก

ดังนั้น อยากขอให้คุณแม่ให้นมลูกทุกคน

ภาพแม่ให้นมลูก

จงเชื่อมั่นในตนเองว่า ได้ทำสิ่งที่ดีให้กับลูก

ภาพแม่ให้นมลูก

ขอเพียงแต่อย่ายอมแพ้จากสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง

ภาพแม่ให้นมลูก

เพราะรักของแม่มีพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่พวกเราทุกคนอยากขอสรรเสริญ

เพราะว่าน้ำนม และความอบอุ่นจากอก ที่ส่งผ่านความรักความห่วงใยจากแม่สู่ลูก ของขวัญล้ำค่า อีกชิ้นที่แม่มอบให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรก ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวเล็ก เติบโตอย่างแข็งแรง และมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต

นมแม่ ของขวัญล้ำค่า จากอกแม่สู่ลูกน้อย

ในน้ำนมแม่นั้น มีสารอาหารกว่า 200 ชนิด ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ในการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่สิ่งที่มีคุณค่ากับลูกน้อยมากที่สุด นั่นก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต ที่ได้จากการรับประทานนมแม่ โดยเฉพาะในช่วง 3 วันหลังคลอด เพราะนมแม่ในช่วงนั้นถือว่าเป็นหัวน้ำนม หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ น้ำนมเหลือง เป็นน้ำนมที่มีคุณค่ามากที่สุดที่คุณแม่ต้องให้เจ้าตัวน้อยกินให้ได้ เพราะมีสารภูมิคุ้มกันที่ดีกับลูกน้อยมากที่สุดนั่นเอง โดยประโยชน์ที่เจ้าตัวน้อยจะได้รับจากการดื่มนมแม่นั้นมีคร่าว ๆ ดังนี้

  • พัฒนาการมองเห็น
  • พัฒนาการเจริญเติบโตของสมอง
  • ลดโอกาสในการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
  • ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง ไม่ท้องเสีย ลำไส้ไม่อักเสบ
  • ลดโอกาสการเป็นโรคภูมิแพ้

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้น้ำนมแม่นั้นมีความพิเศษกว่าอาหารอื่นใดนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากระบบการสร้างน้ำนมที่มีชื่อว่า อะโพไครน์ ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่แตกต่างจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ และมีเฉพาะในมนุษย์และแพะเท่านั้น โดยกระบวนการสร้างน้ำนมในรูปแบบนี้ จะได้สารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ในปริมาณสูง โดยประกอบด้วยสารอาหารสำคัญ 4 ชนิดดังนี้

  • นิวคลีโอไทด์ ส่วนสำคัญในการสร้าง DNA และ RNA เป็นองค์ประกอบสำคัญในเซลล์ต่าง ๆ ของลูกน้อย ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายของลูกดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทอรีน กรดอะมิโนชนิดสำคัญ ที่เป็นเหมือนสารอาหารสมองที่สำคัญ ช่วยให้ระบบประสาทและสมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้กระบวนการทำงานของจอประสาทตามีประสิทธภาพ สามารถมองเห็นได้ดี
  • โพลีเอมีนส์ สารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และมีส่วนช่วยในการส่งเสริมระบบทางเดินอาหารของลูกน้อยให้สมบูรณ์ ดีต่อกระบวนการขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก
  • โกรทแฟคเตอร์ สารอาหารที่มีหน้าที่ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของอวัยวะทุกส่วน ให้ร่างกายของลูกน้อยนั้นแข็งแรง

มหัศจรรย์นมแม่ เพิ่มความฉลาดให้สมองของลูกน้อย

  • เสริมสมองให้ฉลาดด้วยรักจากแม่

ช่วงเวลาที่แม่ให้นมลูกน้อย คือ ช่วงเวลาแห่งความสุข การสัมผัสโอบกอด  สายตาของแม่และลูกที่จ้องมองกันขณะให้นม การพูดคุยสื่อสารหรือแม้แต่การร้องเพลงเบา ๆ ให้ลูกฟัง ล้วนเสริมเสริมสร้างความรัก ความอบอุ่น  สายใยระหว่างแม่ลูก แถมยังดีไปถึงสมองอีกด้วยเพราะสารแห่งความสุขในเวลานั้นช่วยกระตุ้นเส้นใยประสาททำให้มีการแตกแขนงโยงใยประสาทในสมองมากขึ้น

  • เสริมสมองให้ฉลาดด้วยน้ำนมแม่

องค์การอนามัยโลก (WHO) และยูนิเซฟ ได้แนะนำการให้นมแม่เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เนื่องจากน้ำนมแม่มีสารอาหารที่สำคัญกว่า 200 ชนิด  และมีสารอาหารที่สำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง ได้แก่

MFGM หรือ Milk Fat Globule Membrane สารอาหารชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มโปรตีนและไขมัน ที่มีบทบาทสำคัญช่วยเสริมสร้างปลอกไขมันหุ้มใยสมอง ช่วยเพิ่มความเร็วในการรับ – ส่งสัญญาณของระบบประสาท เป็นขบวนการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์สมองนับแสนล้านเซลล์ เชื่อมต่อแล้วดีอย่างไร คำตอบคือ ยิ่งเซลล์สมองมีการเชื่อมต่อมากขึ้นและเร็วขึ้นเท่าไร พัฒนาการทางสมองของลูกน้อยก็จะมีโอกาสเพิ่มความฉลาดมากขึ้นนั่นเอง

ยังมีสารอาหารที่สำคัญอีก 1 ชนิด คือ DHA ส่งผลต่อระดับเชาวน์ปัญญา ที่เพิ่มขึ้นของลุกน้อย  อ้างอิงผลการวิจัยของ Lucas A และคณะ (1992) พบว่า ปริมาณนมแม่ที่ให้กับทารกมีผลโดยตรงต่อคะแนนเชาวน์ปัญญา โดยเฉพาะค่าคะแนนด้านการพูด (verbal scal) สูงกว่าเด็กที่ไม่ได้ดูดนมแม่ถึง 9 จุด

นอกจากนี้ ยังมีคำยืนยันทางการแพทย์จากทีมงานวิจัยในประเทศไทย โดย ดร.วีณา จีระแพทย์ และคณะ  พบว่า เด็กทารกกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำแม่อย่างเดียวยาวนานถึง 6 เดือน มีคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์รวมและรายด้าน (ในด้านเก่ง ดี และมีสุข) สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยความฉลาดทางอารมณ์ของเด็กกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำแม่ร่วมกับนมผสม และอาหารเสริมอื่น ๆ

น้ำนมจากอกแม่ ให้ประโยชน์มหาศาล นอกจากนั้น ยังเป็นการสร้างความอบอุ่น ส่งผ่านสายใยรัก จากแม่สู่ลูกอีกด้วย

 

ที่มา : Boredpanda

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ 

10 เรื่องน่ารู้ของ “นมแม่” ที่ถูกอ่านมากที่สุดในปี 2016

โปรตีนในน้ำนมแม่ คุณแม่ต้องรู้!

นมแม่ ของขวัญล้ำค่า จากอกแม่สู่ลูกน้อย

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner