พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้ เพราะลูกชายก็น่าห่วงไม่เเพ้ลูกสาว สิ่งที่คนเป็นพ่อแม่ต้องทำ บางเรื่องอาจรู้อยู่เเล้ว เเต่บางเรื่องก็คิดไม่ถึง

พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้

โลกปัจจุบันไม่ใช่โลกที่คุณพ่อคุณเเม่จะปล่อยลูกๆ ออกไปวิ่งเล่นอย่างอิสระเสรีได้อีกเเล้วนะคะ ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายก็ตาม พ่อแม่ที่ดี ต้องปกป้องลูกชายจาก 5 เรื่องนี้ เพราะมันสุ่มเสี่ยงหลายอย่างต่อลูกของเรา

1.นอนค้างบ้านเพื่อน

เรื่องน่าสนุกของเด็กๆ คือการนอนค้างบ้านเพื่อนค่ะ หลายครั้งที่การนอนค้างเกิดเรื่องดีๆ เเต่อย่างไรก็ตามสามารถเกิดเรื่องที่เป็นอันตรายต่อลูกได้ เช่น พ่อแม่ส่วนใหญ่จะเข้านอนเเละปล่อยให้เด็กๆ อยู่ตามลำพัง ซึ่งนั่นเป็นช่องโหว่ให้เด็กๆ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่สุ่มเสี่ยงได้ เเม้บางครั้งเด็กๆ จะเล่นเกินเลยไปบ้าง เเต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะปลอดภัย เด็กๆ อาจจะขาดความมั่นใจ ถูกจับ หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ

ไม่เพียงเเค่การปล่อยลูกไปค้างบ้านเพื่อนอาจจะทำให้ลูกเกิดความกดดันเท่านั้น เเต่ยังเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดทั้งทางเพศ ทางวาจา ทางจิตใจ หรือดูถูกเหยียดหยาม คุณพ่อคุณเเม่ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า บ้านพ่อแม่ของเพื่อนลูกนั้นมีใครเข้าออกในบ้านบ้าง อาจจะเป็นตัวของพ่อแม่เพื่อนเอง ญาติๆ ลูกหลานในบ้าน สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ทำได้เพื่อการป้องกันคือการอนุญาติในลูกไปเล่นในช่วงกลางวันได้ เเต่จำเป็นจะต้องกลับมานอนที่บ้านค่ะ

2.กีดกันทางเพศ

การบอกลูกว่า “เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ” หรือ “ทำตัวใหญ่เป็นผู้ชาย” หรือ “ผู้ชายเขาไม่…กัน (ร้องไห้ งอแง หรืออื่นๆ)” สิ่งเหล่านี้ ไม่เป็นผลดีนะคะ การบอกลูกเเบบนั้นจริงๆ เเล้วเป็นการบอกว่าคุณพ่อคุณเเม่ไม่ยอมรับตัวตนของลูก หรือ บอกให้เขาข่มตัวตน ข่มความรู้สึกเอาไว้ เพื่อเป็นผู้ชายอย่างที่บรรทักฐานทางสังคมกำลังไว้

การงานวิจัยเเละศึกษาข้อมูลบ่งบอกว่า การกดด้านที่อ่อนโยนเอาไว้ เป็นการสร้างลักษณะนิสัยที่ก้าวร้าว เเละขาดความเคารพต่อเพศหญิง เด็กๆ จะไม่สามารถจัดการกับอารมณ์เเละความรู้สึกได้ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเป็นผลในด้านลบต่อตัวเด็กเองค่ะ

ปล่อยให้ลูกเป็นผู้ชายที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ เเละ “เป็นมนุษย์” ที่มีทั้งด้านที่เข้มเเข็งเเละอ่อนเเอ เป็นคนที่สามารถอ่อนโยนเเละเเข็งเเกร่งได้ในเวลาเดียวกัน การเล่นตุ๊กตาไม่เสียหาย ร้องไห้ได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ปล่อยให้ลูกหลุดจากกรอบเเละเเบบเเผนในเรื่องเพศ ปล่อยลูกให้เป็นตัวของตัวเองค่ะ

3.บังคับให้เเสดงความรัก

เเม้ว่าการบอกให้ลูกกอด หอมเเก้ม หรือจุ๊บ คุณพ่อคุณเเม่ ปู่ย่าตายาย จะดูน่ารักน่าเอ็นดูก็ตามที เเต่มันก็ส่งผลให้ลูกเสี่ยงต่อการล่วงละเมิดทางเพศได้ ลูกควรจะเป็นคนตัดสินใจว่าเขาจะทำไหม เพราะมันคือสิทธิของลูก ไม่มีใครเเม้เเต่พ่อแม่ก็ตาม จะบังคับขืนใจให้ลูกทำในสิ่งที่เขารู้สึกไม่ชอบ ไม่สะดวกใจ ไม่อยากที่จะทำ

คุณพ่อคุณเเม่สามารถเสนอทางเลือกให้ลูกเเทนได้ เช่น กล่าวคำอำลา หรือโบกมือเเทนการเข้าไปหอมเเก้ม ปู่ย่าตายาย เพราะลูกจะเป็นคนเลือกว่าเขาจะกอด จะหอมเเก้มใครเเทน ลูกควรจะรู้ว่าเขามีสิทธิในร่างกายตัวเอง ไม่มีใครสามารถสั่งหรือมาทำอะไรกับร่างกายเขาได้

4.สื่อลามกอนาจาร

เเม้ในบางสังคมสื่อลามกอนาจาร เช่น AV จะถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ชาย เเต่มันจะทำลายลูกชายคุณในหลายๆ เเง่ด้วยกันค่ะ มีความเชื่อว่าสื่อเเละภาพลามกอนาจารมีประโยชน์ในเเง่ของการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ เเต่จริงๆ เเล้วสื่อเหล่านี้ทำให้สมรรถนะเเละสมรรถภาพของสมองลดลง มีปัญหาด้านภาพลักษณ์ เพิ่มพฤติกรรมความรุนเเรง ทำให้วิตกกังวลเเละซึมเศร้าได้ ทำให้การเเก้ไขปัญหามีขีดจำกัด เเละส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ทำให้เสพติดสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงทำให้ความสัมพันธ์มีปัญหาได้

ผลกระทบด้านลบมากมายนี้จะเกิดขึ้นกับลูกเเน่ๆ ค่ะ หากคุณพ่อคุณเเม่ไม่ดูเเล ควบคุม เเละเฝ้าระวังลูกให้ดี วิธีที่จะรับมือกับเรื่องนี้คือ คุณพ่อคุณเเม่ต้องเป็นคนที่ให้ความรู้ลูก เกี่ยวกับผลกระทบของสื่อลามกที่มีต่อคนดูทั่วโลก เเละต้องพูดคุยเปิดอกกับลูกถึงเรื่องเเบบนี้ สอนถึงการให้เกียรติคนอื่น โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีร่างกายอ่อนเเอกว่า สอนลูกถึงการหลีกเลี่ยงสื่อลามกในทุกช่องทาง บอกลูกว่าสามารถเกิดเหตุการณ์อะไรได้บ้าง เมื่อลูกถูกเพื่อนๆ ยุยง เเละเขาควรจะต้องรับมือกับมันยังไง

5.ภาพยนต์เเละรายการต่างๆ 

ในยุคที่สื่อมีมากกว่าทีวีเเละวิทยุ สื่อดิจิตอลเข้าถึงได้ง่าย เเต่ความรุนเเรงในสื่อต่างๆ ก็ไม่ลดลงเลย สิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุของพฤติกรรมก้าวร้าว ความรุนเเรงทางสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ตั้งเเต่ปี 1950 เเละการใช้ปืนในสื่อต่างๆ เพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า ตั้งเเต่ปี 1985 ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่เคยมีการออกข่าว

สิ่งที่คุณพ่อคุณเเม่ต้องทำคือการคัดกรอง อ่านรีวิว หรือถ้าจะให้ดี ควรดูหนังหรือรายการนั้นๆ ก่อนที่จะให้ลูกดูค่ะ เพื่อเป็นการกรองทั้งภาพเเละเนื้อหาก่อนค่ะ

ที่มา Familyshare

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

เลี้ยงลูกชายยังไง ไม่ให้โตขึ้นมีนิสัยแย่ๆ เหมือนพ่อ

ความลับทั้ง 9 ข้อ ที่ลูกไม่อยากให้คุณรู้

parenttown

ก่อนวัยเรียน ข้อควรระวังของวัยเตาะแตะ ช่วงวัยของเด็ก พฤติกรรมของเด็กวัยเรียน วัยอนุบาล (3-4 ปี) วัยเตาะแตะ เด็กวัยเรียน