พ่อแม่ต้องรู้! 4 เคล็ดลับทำให้ลูกมีเงินแสนได้ตั้งแต่ก่อนเรียนจบ

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

อนาคตของลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพ่อแม่ ยุคนี้พ่อแม่ทุกคนจะต้องสตรอง และพร้อมรับมือทางการเงินให้กับลูกไว้ล่วงหน้ากันเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ลูกมีเงินเก็บก่อนเรียนจบ พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกรู้จักเก็บเงิน เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาและนำไปต่อยอดในอนาคตได้

ทางที่ดีที่สุด พ่อแม่ยุคใหม่จะต้องวางแผนให้ลูกเริ่มต้นออมเงินด้วยตัวเองก่อน แล้วการทำให้ลูกมีเงินเก็บได้ตั้งแต่ก่อนเรียนจบ ก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะช่วงอายุไหนก็ทำได้ ถ้าทำตาม 4 ขั้นตอนนี้

 

1. ช่วงประถม : ฝึกให้ลูกเก็บเงินค่าขนมเป็นเงินออม

นี่เป็นวิธีแรกที่สามารถเริ่มทำได้ง่ายๆ ตั้งแต่ลูกยังเด็ก โดยพ่อแม่เองจะต้องช่วยปลูกฝังให้ลูกหัดออมเงิน ด้วยการลองเริ่มจากเงินเล็กๆ น้อยๆ อย่างค่าขนมก่อนเป็นอันดับแรก และต้องตั้งเป้าหมายในการเก็บเงินให้ได้อย่างน้อยๆ ถึงหลักหมื่นก็ยังดี นี่แหละเป็นโอกาสดีที่คุณจะได้ฝึกให้ลูกรู้จักออมเงินด้วยตัวเอง เริ่มด้วยการสอนให้ลูกหักเงินส่วนหนึ่งจากค่าขนมมาเก็บออม เพื่อสะสมเป็นเงินก้อนเอาไว้ใช้ในการเรียน หรือใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในอนาคตได้ เช่น

— ให้ลูกเก็บเงินค่าขนมวันละ 20 บาท ตั้งแต่ ป.1 จนถึง ป.6 ก็จะสะสมได้เป็นเงินก้อนราวๆ (20บาท  x 365วัน x 6ปี) = 43,800 บาท โอ้โห! เห็นมั้ยว่าแค่เก็บเงินวันละเล็กวันละน้อย ก็สามารถรวมเป็นเงินก้อนโตได้เลยนะเนี่ย

 

ช่วงประถม-ฝึกให้ลูกเก็บเงินค่าขนมเป็นเงินออม

 

2. ช่วงมัธยม : สนับสนุนให้ลูกทำงานพิเศษ

เมื่อลูกของคุณโตพอที่จะสามารถทำงานพิเศษได้แล้ว พ่อแม่ควรสอนให้ลูกรู้ว่า กว่าจะหาเงินมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพื่อให้เขารู้จักการออมเงินด้วยการหารายได้พิเศษในช่วงปิดเทอม หรือหลังเลิกเรียน ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กๆ น้อยๆ อย่าง พนักงานร้านขายของ พนักงานเสิร์ฟ ก็ช่วยเปิดประสบการณ์ให้เขาได้เรียนรู้ พร้อมสร้างรายได้เสริมไปในตัวด้วย เช่น

— ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 40 บาท คิดเป็น 320 บาท/วัน และทำงาน 5 วัน/สัปดาห์ เป็นเวลา 3 เดือน หรือ 12 สัปดาห์ จะได้เงินจากทำงานพิเศษช่วงปิดเทอมทั้งหมด (320บาท x5วัน x12สัปดาห์) = 19,200 บาท แค่ไม่กี่เดือนก็มีเงินเก็บไว้ใช้สบายๆ เลยล่ะ  

 

ช่วงมัธยม-สนับสนุนให้ลูกทำงานพิเศษ

 

3. ช่วงมหาวิทยาลัย : ออกเงินทุนให้ลูกทำธุรกิจออนไลน์

ในยุคดิจิตอลที่ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ใครๆ ก็เข้าถึงบริการได้อย่างสะดวกสบาย และรวดเร็วชนิดติด 4G แค่อยู่บ้านก็ยังช้อปปุ๊บ โอนปั๊บได้เลย ถ้าลูกของคุณเริ่มมีเงินเก็บจำนวนหนึ่งแล้ว ลองมองหาช่องทางสนับสนุนให้ลูกหารายได้ โดยเริ่มต้นจากการทำธุรกิจออนไลน์เป็นงานอดิเรกก็เป็นวิธีที่ดีเหมือนกันนะ แนะนำให้พ่อแม่ลงขันออกเงินลงทุนก้อนแรก ให้ลูกจัดการและบริหารธุรกิจด้วยตัวเอง เช่น

— เริ่มด้วยธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่น ใช้เงินลงทุน 5,000 บาท ซื้อสินค้าจำนวน 2 โหล(24 ตัว) ซื้อราคาส่งตัวละ 150 บาท (24 ตัว x 150 บาท) = 3,600 บาท + ค่าจิปาถะ 1,400 บาท ขายตัวละ 300 บาท (24 ชิ้น x 300บาท) = 7,200 บาท/เดือน คิดเป็นกำไร 2,200 บาท/เดือน นี่แค่เดือนแรกก็ได้กำไรมาเก็บไว้เป็นเงินออมหรือเป็นเงินต่อยอดธุรกิจต่อไปได้แล้ว

ลองคิดต่อว่า ถ้าทำธุรกิจ 1 ปี โดยลงทุนเท่าเดิม หักลบแล้วจะได้กำไรถึง (2,200 บาท x12เดือน) = 26,400 บาท/ปี เลยทีเดียว  

 

ช่วงมหาวิทยาลัย-ออกเงินทุนให้ลูกทำธุรกิจออนไลน์

 

4. ต่อยอดอนาคต : ซื้อประกันชีวิตแบบทุนการศึกษาตั้งแต่ลูกยังเด็ก

นอกจากจะฝึกให้ลูกรู้จักเก็บเงินด้วยตัวเองแล้ว พ่อแม่ยังช่วยต่อยอดการออมเงินให้ลูกตั้งแต่เขายังเด็กได้ จริงๆ แล้ว รู้มั้ยว่า? การซื้อประกันชีวิตเป็นทุนการศึกษาให้ลูก ก็เป็น 1 ในวิธีการออมเงินที่คุ้มค่าไม่แพ้กันเลยล่ะ และนอกจากจะได้รับเงินคืนตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ ซึ่งมีทั้งระหว่างปีและเมื่อครบระยะเวลาเอาประกันภัยแล้ว ยังได้รับเงินปันผลตามเงื่อนไขด้วยนะ จะได้เตรียมไว้เป็นของขวัญวันจบการศึกษาให้กับลูก เพื่อเป็นทุนต่อยอดได้ในอนาคต

 

มาดูตัวอย่างผลประโยชน์ความคุ้มครองของประกันชีวิตจากพรูเด็นเชียล แผนพรูสไมล์ 133 โดยกำหนดผู้เอาประกันเพศชาย อายุ 20 ปี โดยจ่ายเบี้ยประกันภัย 10 ปี แค่ปีละ 10,793 บาท (ทุนประกันภัย 100,000 บาท)

— ปีแรก จ่าย 10,793 บาท

— ปีที่ 2-10 จ่ายปีละ 10,793 บาท ได้เงินคืน ปีละ 1% ของทุนประกันภัย = 1,000 บาท x 9 ปี = 9,000 บาท

— ปีที่ 11-14 ไม่มีการจ่ายเบี้ยประกันภัย ได้เงินคืน ปีละ 1% ของทุนประกันภัย = 1,000 บาท x 4 ปี = 4,000 บาท

— ปีที่ 15 ได้เงินก้อนคืน 120% = 120,000 บาท

รวมจ่ายเบี้ยประกันภัย 10 ครั้ง เป็นเงินทั้งหมด 107,930 บาท ได้เงินคืน  (9,000+4,000+120,000) = 133,000 บาท

*หมายเหตุ เบี้ยประกันภัยที่ต้องจ่ายในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับ เพศและอายุ ของผู้เอาประกันชีวิตด้วย

ที่สำคัญไม่เพียงแต่จะได้เงินก้อนเพื่อใช้เป็นทุนการศึกษาเท่านั้น ยังได้ผลประโยชน์และความคุ้มครองอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ในกรณีที่เสียชีวิต ยังได้รับความคุ้มครองชีวิตไม่น้อยกว่า 100% ของทุนประกันภัย  และยังสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่จ่ายจริงไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรได้ไม่เกิน 100,000 บาท อีกด้วย

 

ต่อยอดอนาคต-ซื้อประกันชีวิตแบบทุนการศึกษาตั้งแต่ลูกยังเด็ก

 

เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด การเตรียมความพร้อมทางด้านการเงินให้กับลูก ก็ถือเป็นการรักษาความสัมพันธ์รูปแบบหนึ่ง ดังนั้นถ้าพ่อแม่อยากให้ลูกมีเงินเก็บก้อนโตล่ะก็…ลองทำตาม 4 วิธีง่ายๆ ที่แนะนำไปข้างต้น จะช่วยให้ลูกรักของคุณมีเงินเก็บเป็นทุนก่อนเรียนจบ เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาหรือนำไปใช้ต่อยอดได้ในอนาคต
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ประเทศไทย

และศึกษาแผนประกันเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารพันธมิตรของเรา:

ธนาคารยูโอบี  ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด   และ  ธนาคารธนชาต

 

 

PURDENTIAL

 

การลงทุน การศึกษา การเงิน ชีวิตครอบครัว วัยเรียน เด็กประถม เด็กวัยเรียน