สาเหตุ ตัวอ่อน ไม่พัฒนา ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต แท้งค้าง คนท้องแบบไหนเสี่ยงสูง

ทารกหยุดการเจริญเติบโต ภาวะแท้งค้าง ตัวอ่อนไม่พัฒนา หรือตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์ สาเหตุเกิดจากอะไร มีอาการแบบไหนเป็นสัญญาณเตือนบ้างหรือเปล่า

สาเหตุ ตัวอ่อน ไม่พัฒนา

ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต สาเหตุ ตัวอ่อน ไม่พัฒนา คนท้องแบบไหนเสี่ยงสูง แม่ต้องรู้! จะได้ระมัดระวังตัวเอง ไม่เพิ่มความเสี่ยง

 

ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต

การตั้งครรภ์ในระยะต้นโดยทั่วไปจะมีการเจริญเติบโตของตัวอ่อนภายในโพรงมดลูกอย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงนี้ตัวอ่อนจะได้รับสารอาหารเกือบทั้งหมดมาจากถุงไข่แดง จนกระทั่งตัวอ่อนเติบโตขึ้นจนอายุครรภ์ได้ 12 สัปดาห์เมื่อมีการสร้างรกที่สมบูรณ์ ทารกจึงได้รับสารอาหารและขับของเสียออกผ่านทางรก

 

ตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์ หรือ ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต

การที่ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต หมายถึงตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์ ในสมัยก่อนที่การตรวจอัลตร้าซาวน์ยังไม่แพร่หลายจึงมักวินิจฉัยได้ล่าช้า กว่าจะทราบต่อเมื่ออายุครรภ์มากขึ้นแต่ท้องไม่โตขึ้นตามที่สมควร เรียกว่าภาวะแท้งค้าง (Missed abortion) ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่สำคัญทำให้ตรวจติดตามการเติบโตของตัวอ่อนได้อย่างแม่นยำ คือการตรวจอัลตร้าซาวน์ซึ่งเป็นเพียงภาพที่เกิดจากการสะท้อนของคลื่นเสียงจึงไม่มีความเสี่ยงใดใดต่อตัวอ่อนในครรภ์ สิ่งที่สำคัญนอกจากการเติบโตแล้ว คือการพบสัญญาณหัวใจเต้น ซึ่งเป็นการพยากรณ์ผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์ที่ดี หากพบสัญญาณหัวใจเต้นจังหวะปกติ พบว่าร้อยละ 90 จะสามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อได้ตามปกติ

 

แม่ท้องแบบนี้เสี่ยงต่อตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต ตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์ อาจเกิดภาวะแท้งค้าง

การตั้งครรภ์ปกติทั่วไป ไม่จำเป็นต้องติดตามการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ยกเว้นในรายที่มีความเสี่ยงสูง เช่น

  • มีประวัติแท้งบุตรมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ครั้งขึ้นไป
  • มีประวัติเป็นท้องลม หรือ ตั้งครรภ์ที่ไม่มีตัวอ่อนมาก่อน
  • มีประวัติตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อน
  • มีก้อนเนื้องอกที่กล้ามเนื้อมดลูกขนาดใหญ่ ซึ่งอาจรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนได้
  • การตั้งครรภ์จากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น เด็กหลอดแก้ว
  • มีประวัติโรคประจำตัวที่รุนแรง หรือยังควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวานที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงเรื้อรัง เป็นต้น
  • มีอาการนำผิดปกติเช่น เลือดออกทางช่องคลอด ตกขาวสีน้ำตาลไหม้ ปวดหน่วงท้องน้อย เป็นต้น

 

สาเหตุที่ตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์

การที่ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต ไม่มีพบสัญญาณหัวใจเต้นนั้น หมายถึงตัวอ่อนเสียชีวิตในครรภ์ ซึ่งมีได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่เป็นความผิดปกติของตัวอ่อนเอง โดยอาจมีโครโมโซมผิดปกติสูงถึงร้อยละ 60 ซึ่งเกี่ยวข้องกับอายุของมารดาเป็นสำคัญ สาเหตุอื่น ๆ ได้แก่

  1. โรคประจำตัวของมารดา
  2. การรับประทานยาบางชนิด
  3. การประสบอุบัติเหตุ
  4. การติดเชื้อในโพรงมดลูก

 

จากสาเหตุดังกล่าวจึงเห็นได้ว่า ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการใด ๆ เลย แต่ทราบจากการตรวจอัลตร้าซาวน์ภายหลัง หรือบางรายที่มีประวัติความเสี่ยงดังกล่าว ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด แม้เพียงเล็กน้อยก็อาจเป็นสัญญาณเตือนภัยให้ตระหนักถึงสภาวะนี้ได้

เมื่อตรวจพบตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต แพทย์มักสังเกตพบว่าขนาดถุงน้ำคร่ำอาจไม่ได้สัดส่วนกับขนาดตัวอ่อน หรือ ถุงน้ำคร่ำบิดเบี้ยวผิดรูปไป จึงสามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้อย่างชัดเจนจากการตรวจอัลตร้าซาวน์ทางช่องคลอด

 

วิธีการป้องกันตัวอ่อนไม่พัฒนา หรือตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต

  • ควรรีบตั้งครรภ์เมื่อพร้อม อย่ารอจนอายุมากขึ้น จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
  • เมื่อตั้งครรภ์ให้ดูแลสุขภาพตนเองให้แข็งแรง
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ระมัดระวังเรื่องความสะอาดของอาหาร ไม่ควรทานอาหารที่ไม่สุก
  • ควบคุมโรคประจำตัวให้ดี อาจมาปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตนเอง หากไม่แน่ใจให้รีบมาพบแพทย์โดยเร็ว

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ยากันแท้ง คืออะไร เมื่อไหร่ควรได้รับยากันแท้ง

โรค APS ในแม่ท้องเสี่ยงแท้งลูกได้ คนท้อง อย่าประมาทว่าแค่ขาบวม!

ท้องแข็งถี่ อันตรายไหม ห้ามทำอะไร เมื่อมีอาการท้องแข็ง

แพ้ท้อง อยากกินดิน อยากกินงู เหม็นผัว อาการคนท้องไตรมาสแรก แม่ท้องจะกินสามีห้ามขัด