ลูกชอบเถียง ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ พูดจายอกย้อน นิสัยแบบนี้พ่อแม่ควรจัดการอย่างไร

lead image

ลูกชอบเถียง พ่อแม่บางคนอาจกลัวว่าลูกโตไปอาจจะกลายเป็นเด็กก้าวร้าว รามปาม ไม่เคารพผู้หลักผู้ใหญ่ แต่พ่อแม่รู้ไหม ปล่อยให้ลูกเป็นเด็กที่ชองเถียงบ้างสิดี

ลูกชอบเถียง พ่อแม่ควรทำอย่างไร

ลูกชอบเถียง พ่อแม่หลายคนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เป็นเพราะความเชื่อที่ถูกพร่ำสอนกันมารุ่นต่อรุ่นที่ว่า “เป็นเด็กเป็นเล็กอย่าหัดเถียงผู้ใหญ่” แต่บางครั้งการเถึยงของเด็กไม่ใช่เป็นการเถียงเพื่อต้องการเอาชนะ หรือหักหน้าผู้ใหญ่ หรือเป็นการต่อต้านพ่อแม่ แต่มันเป็นการโต้แย้งโดยใช้เหตุผลมากกว่า ซึ่งการสอนให้ลูกหัดเถียงแบบนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่ควรสอน ไม่ใช่ห้ามปราม เพราะเด็กจะได้กลายที่จะเสนอความคิดของตัวเองได้ค่ะ

ฝึกให้ลูกเป็นเด็กชอบเถียงดีอย่างไร

การเถียงของเด็กแบบมีหลักการและเหตุผล กลายเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอดในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากในโลกของเด็กเองก็มีความเห็นต่าง มีความขัดแย้งกันไม่ต่างกับวัยของผู้ใหญ่ ดังนั้น พ่อแม่จึงควรสอนลูกในรู้จักการตอบโต้บ้าง เพราะจะได้สอนให้เด็กรู้จักการแยกแยะข้อมูล ข่าวสารทั้งจริงและเท็จออกจากกัน โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ และคัดกรองได้อย่างเหมาะสมค่ะ

ทางด้าน อลิสัน โจนส์ (Alyson Jones) นักบำบัดและผู้เขียนหนังสือ M.O.R.E. A New Philosophy for Exceptional Living ได้กล่าวในหนังสือของเขาว่า

“เราไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องเขาจากปัญหาความขัดแย้งทุกอย่างในชีวิต อันที่จริงปัญหาเหล่านั้นจะช่วยให้พวกเขาสร้างเครื่องมือสำคัญในชีวิตที่เราต่างก็อยากให้พวกเขามีใจจะขาด”

วิธีฝึกลูกให้เป็นนักคิด

  1. พูดเรื่องที่เข้าใจยากต่อหน้าลูกบ้าง เช่น ความเป็นไปของโลก ศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง เป็นต้น
  2. เปิดใจและยอมรับในความแตกต่างที่อยากรู้อยากเห็นของลูก แต่การเปิดใจกว้างไม่ใช่จะเปิดทุกอย่าง และต้องมีขอบเขตที่มั่นคงสม่ำเสมอโดยไม่เข้มงวดเกินไป
  3. สอนให้ลูกน้อยรู้จักอารมณ์ของตัวเอง และรู้จักวิธีการควบคุมอารมณ์ด้วย
  4. ใช้การพูดคุยกันภายในบ้านให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยเลี่ยงการวิจารณ์ เพราะยิ่งวิจารณ์การพูดคุยยิ่งถูกปิดตาย
  5. เป็นตัวอย่างของการเคารพความเห็นคนอื่น ลองเลือกหัวข้อที่รู้แน่ๆ ว่าคุณกับลูกความเห็นไม่ตรงกัน จากนั้นก็แสดงให้เขาเห็นว่าคุณสามารถเคารพอีกฝ่ายได้แม้จะคิดไม่เหมือนกันเลยก็ตาม
  6. ให้เด็กได้ตัดสินใจเองจริงๆ เขาจะได้มีประสบการณ์เรื่องความสำเร็จและล้มเหลวเป็นของตัวเอง
  7. พ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบให้ลูก คอยคิดและอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ โดยใช้เหตุผลประกอบเสมอ
src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/11/ลูกชอบเถียง3.jpg ลูกชอบเถียง ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ พูดจายอกย้อน นิสัยแบบนี้พ่อแม่ควรจัดการอย่างไร

ลูกชอบเถียง

วิธีการฝึกให้ลูกเถียงอย่างมีเหตุผล

  1. ให้การเถียงเป็นเรื่องสนุก ด้ววยการหาประเด็นจากหนังสือหรือหนังที่พวกเขาชอบ และค่อยๆ ขยับไปเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้น
  2. สอนให้ลูกรู้จักอธิบายความคิดเห็นของตัวเอง โดยใช้การคิดวิเคราะห์มาประกอบ เช่น ลูกคิดแบบนี้ เพราะอะไร
  3.  ทำให้ผิดหวังบ้าง เพราะเขาไม่อาจได้รับทุกอย่างตามที่คาดหวังเอาไว้
  4. สอนให้ลูกรู้จักแสวงหาความจริง เชื่อถือได้มากแค่ไหน
  5. เวลาที่ลูกอธิบายพ่อแม่อาจมีการแย้งบ้าง หรือให้ลูกหรือคิดว่าถ้าคนอื่นจะแย้งเขาจะแย้งว่าอะไร เพื่อให้ลูกฝึกความคิดให้รอบด้าน

ฝึกลูกให้หัดคิด-วิเคราะห์-แยกแยะดีอย่างไร

เดวิด แรนด์ (David Rand) นักพฤติกรรมศาสตร์จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับข่าวปลอมบนสื่อออนไลน์ พบว่า ความเชื่อในข่าวปลอมไม่เพียงเชื่อมโยงกับการบั่นทอนทักษะการคิดวิเคราะห์เท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงรากฐานของการหลงผิดและเชื่อมั่นในตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตาด้วย นั่นหมายความว่า การฝึกให้ลูกคิดเป็น วิเคราะห์ได้ จะทำให้ลูกกลายเป็นเด็กที่ไม่เชื่อคนง่ายค่ะ

ทางด้าน ดร.ซูซาน การ์ดเนอร์ (Susan Gardner) ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันด้านปรัชญาสำหรับเด็กแห่งแวนคูเวอร์ (Vancouver Institute of Philosophy for Children) ได้สรุปไว้ว่า

“การคิดเป็นสิ่งจำเป็นในการสื่อสารที่สร้างสรรค์เพื่อพัฒนาจิตใจและอารมณ์ที่แข็งแรง ไว้รับมือกับแรงกดดันในชีวิต เพื่อการตัดสินใจที่ดีและการเติบโตของตนเอง ดังนั้น การคิดไม่ใช่แค่สิ่งที่ ‘เพิ่งเกิดขึ้น’ เท่านั้น และการคิดต้องอาศัยการเรียนรู้ด้วย”

ที่มา: thepotential

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

วิธีป้องกันอุบัติเหตุในบ้าน ลูกเล็ก เด็กวัยซน ห้ามลูกเล่นไม่ได้! พ่อแม่ต้องปกป้องลูก

โรคพฤติกรรมผิดปกติในเด็ก 3 โรคพฤติกรรมเด็ก วิธีสังเกตลูกเป็นโรคพฤติกรรมผิดปกติหรือไม่

ทำบัตรประชาชนเด็ก 7 ขวบ ครั้งแรก ทำที่ไหน ทำอย่างไร ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!