พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ต้องระวังอะไร วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อลูกป่วยหลังเล่นน้ำสงกรานต์

การพาลูกไปเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ นอกจากจะได้ความสนุกสนานแล้ว ลูกยังได้เรียนรู้ประเพณีวันปีใหม่ของไทย เป็นการปลูกฝังประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับลูก แต่สำหรับลูกที่ยังตัวเล็ก ก็มีข้อควรระวังมากมายที่พ่อแม่ต้องใส่ใจ

พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ต้องระวังอะไร

เทศกาลสงกรานต์แวะเวียนมาอีกครั้ง เห็นใคร ๆ ก็เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทั้งยังมีสถานที่มากมายจัดกิจกรรมพิเศษ ในช่วงสงกรานต์ คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัยน่ารัก คงกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะพาลูกเที่ยวสงกรานต์ดีไหม ดิเอเชี่ยนพาเร้นท์มีคำแนะนำ ช่วงอายุที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่จะเที่ยวสงกรานต์ พร้อมคำเตือน พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ต้องระวังอะไร

พาลูกเที่ยวสงกรานต์ ต้องระวังอะไร

คำแนะนำ : ก่อนคิดจะพาลูกรักเล่นน้ำสงกรานต์

ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานนี้ พ่อแม่จำเป็นที่ต้องดูแลเรื่องความปลอดภัยของลูกในทุกด้านทั้งอุบัติเหตุและความเจ็บป่วยจากการเล่นน้ำนานเกินไป โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์ ได้ฝากเรื่องราวเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูกรัก เพื่อเป็นคู่มือปฏิบัติให้ทุกครอบครัวผ่านช่วงเวลาสงกรานต์นี้ไปได้โดยไม่ต้องเสียน้ำตา โดยแพทย์หญิงถิรพร ตั้งจิตติพร

 

อายุเท่าไหร่ถึงจะพาลูกไปเล่นน้ำสงกรานต์ได้

1. เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เล่นน้ำสงกรานต์ได้หรือไม่ และระยะเวลาที่เหมาะสมในการเล่นน้ำคือเท่าไร

ในเด็กเล็กการออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ต้องมีการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเด็กยังไม่สามารถควบคุมตนเอง หรือระวังอันตรายได้ดี ดังนั้นการออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับผู้อื่นนอกบ้าน จึงเป็นความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดอันตราย ในเทศกาลสงกรานต์กับเด็กเล็ก การเล่นน้ำสงกรานต์สามารถทำได้ โดยเป็นการเล่นน้ำกับบุคคลในครอบครัว ใช้ปืนฉีดน้ำกระบอกเล็ก หรือ ประพรมน้ำกันเบาๆ ไม่เกิน 1 ชั่วโมง เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าการเล่นน้ำแบบสาดน้ำคืออะไร ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการเล่นแก่เด็ก ไม่เล่นน้ำแบบผู้ใหญ่กับเด็ก แค่นี้เด็กก็สามารถเล่นน้ำสงกรานต์ได้อย่างสนุกและปลอดภัยค่ะ

เราอาจปลูกฝังประเพณีที่ดีให้แก่เด็กได้โดยก่อนหรือหลังเล่นน้ำแล้วให้มารดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งในเด็กเล็ก แค่การได้รดน้ำขอพรจากผู้ใหญ่ก็เป็นเรื่องสนุกสำหรับเด็กๆแล้วค่ะ

2. สำหรับเด็กเล็กๆที่อายุมากกว่า 5 ปี หากเล่นน้ำสงกรานต์ ควรต้องดูแลในเรื่องใดบ้าง และระยะเวลาที่เหมาะสมในการเล่นน้ำคือเท่าไร

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเล่นน้ำของเด็กไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง เนื่องจาก การเล่นน้ำเมื่อร่างกายเจอกับน้ำ และ สภาพอากาศที่ร้อน จะทำอุณหภูมิร่างกาย มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เกิดการเจ็บป่วยตามมาได้ง่าย

สิ่งที่ต้องดูแลเมื่อให้เด็กเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัยและสนุก

  • สถานที่ ต้องเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัย ไม่ควรเล่นริมฟุตบาท กลางถนน หรือบนรถ เพื่อไม่เกิดอุบัติเหตุพลัดตก หรืออุบัติเหตุทางจราจร และต้องมีผู้ใหญ่คอยดูแลให้อยู่ในสายตาตลอด ไม่ควรเล่นน้ำตอนกลางคืน เพราะแสงสว่างในช่วงกลางคืนอาจไม่เพียงพอต่อการมองเห็น มีโอกาสเสี่ยงเกิดอันตรายได้มาก
  • อุปกรณ์ในการเล่น ใช้น้ำประปาอุณหภูมิปกติ ไม่ใช้น้ำแข็ง ดินสอพอง หรือน้ำผสมสี เพราะเด็กอาจปาน้ำแข็งกันให้เกิดอุบัติเหตุ หรือนำเข้าปากได้
  • เสื้อผ้า สวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมๆไม่คับแน่นจนเกินไป และต้องสบาย เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี
  • กลุ่มคนที่เล่นด้วย ควรเป็นกลุ่มที่มีการเล่นน้ำที่ไม่รุนแรงเพราะ จะเป็นแบบอย่างในการเล่นน้ำของเด็กต่อไป ไม่ใช้สารเสพติดมึนเมา ในเด็กควรเฝ้าดูแลเรื่องการถูกลวนลาม
  • ช่วงเวลาที่เล่น ควรเลี่ยงช่วงที่อากาศร้อนจัด เช่น ช่วงใกล้เที่ยง เนื่องจากเด็กจะสูญเสียน้ำในร่างกายเป็นจำนวนมากเพื่อปรับอุณหภูมิภายในร่างกาย และระหว่างเล่น ควรให้เด็กพัก แวะดื่มน้ำสะอาดเป็นระยะ ย้ำแก่เด็กไม่ให้ดื่มน้ำที่ใช้เล่น
  • หลังจากเล่นน้ำเสร็จ ควรให้เด็กอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แห้งและอบอุ่น

3. เด็กวัยต่ำกว่ากี่ปี ที่ไม่ควรติดตามพ่อแม่ผู้ปกครองไปเล่นน้ำสงกรานต์โดยอยู่บนท้ายรถกระบะ เพราะอะไร

เด็กไม่ควรติดตามพ่อแม่ไปเล่นน้ำสงกรานต์โดยอยู่บนท้ายรถกระบะ และการเล่นน้ำสงกรานต์บนรถกระบะ ไม่ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นการเล่นทั้งในเด็กหรือผู้ใหญ่ เพราะเป็นความเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งผู้เล่นและผู้ใช้รถใช้ถนนข้างเคียง ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุรถชน เนื่องจากถนนลื่น หรือมองไม่เห็นทาง อุบัติเหตุรถคว่ำจากบรรทุกน้ำหนักเกิน และพลัดตกจากรถ ขณะรถแล่นเร็วเป็นต้น

4. เด็กมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยไม่สบายหลังการเล่นน้ำสงกรานต์จากโรคใดได้บ้าง

  • โรคติดต่อเฉียบพลันทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด คออักเสบ หูอักเสบ ปอดบวม
  • โรคทางเดินอาหาร อาหารเป็นพิษ ท้องร่วง จากอาหารและน้ำไม่สะอาด
  • โรคตาแดง จากการเล่นน้ำที่ไม่สะอาด หรือจากการปาน้ำแข็ง ใช้ดินสอพอง อันตรายอาจถึงกับตาบอดได้
  • โรคผิวหนัง เช่น กลาก เกลื้อน ผดร้อน
  • โรคลมแดด (Heat stroke) เกิดจากอากาศที่ร้อนมากๆในช่วงที่เล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ช่วงกลางวันหรือบ่าย ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ทำให้มีการสูญเสียน้ำในร่างกายมาก ยิ่งเด็กเล็กโอกาสเกิดการเสียน้ำยิ่งง่าย
  • สารปนเปื้อนจาก ดินสองพอง หรือจากน้ำผสมสี เช่น โลหะหนัก สารตะกั่ว เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อบาดทะยัก เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
  • อันตรายจากอุบัติเหตุ เช่น ลื่นล้ม รถชน หรือจมน้ำเป็นต้น

5. ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังการเล่นน้ำสงกรานต์ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเพื่อความปลอดภัยของลูกมีอะไรบ้าง

ข้อควรปฏิบัติก่อนการเล่นสงกรานต์

  • เลือกสถานที่เล่นให้กับเด็กอย่างปลอดภัย และกำหนดขอบเขตให้เด็กทราบก่อน เช่น ไม่เล่นใกล้ถนน หรือ บ่อน้ำ เพราะระหว่างเล่นจนเกิดความสนุก เด็กจะลืมและไม่ระวังความปลอดภัยของตนเอง
  • กำหนดระยะเวลาการเล่นน้ำสงกรานต์กับเด็ก และบุคคลที่จะดูแลเด็ก
  • อธิบายวิธีเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถูกต้องแก่เด็ก เช่น ไม่เล่นน้ำแข็งหรือดินสอพอง
  • มีบุคคลที่สามารถดูแลเด็กได้ตลอดโดยไม่ให้เด็กคาดสายตา ดังนั้นผู้ใหญ่ก็ไม่ควรเล่นน้ำจนสนุกจนเกินไปจนลืมดูเด็ก

 

วิธีป้องกันลูกป่วยหลังเล่นน้ำสงกรานต์

ข้อควรปฏิบัติหลังการเล่นสงกรานต์

  1. อาบน้ำหลังเล่นให้สะอาด สวมเสื้อผ้าที่แห้งสบาย ให้ความอบอุ่น หากมีอาการหนาว อาจจิบน้ำอุ่นช่วย
  2. พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรเล่นน้ำติดต่อกันหลายวัน. เพราะร่างกายจะเหนื่อยล้า ภูมิต้านทานในร่างกายต่ำเกิดการติดเชื้อโรคได้ง่าย
  3. รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ และ ถูกสุขอนามัย
  4. เฝ้าสังเกตอาการป่วยหลังหยุดเล่นน้ำภายใน 1 สัปดาห์

 

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อลูกป่วยหลังเล่นน้ำสงกรานต์

หนึ่งในโรคที่ควรระวังในช่วงสงกรานต์คือ โรคลมแดดในเด็กเล็ก เพราะอุณหภูมิช่วงสงกรานต์พุ่งปรี๊ด ร้อนระอุอยู่หลายวัน สำหรับเด็กเล็ก เนื่องจากยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ เด็กเล็กจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายจากความร้อนได้ง่าย ทำให้การปรับตัวของร่างกายต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นได้ไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ หากอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นมากกว่า 40 องศาเซลเซียส จะมีผลกับการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว จนทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ หากพบว่าเด็กตัวร้อนจัดแต่ไม่มีเหงื่อ ผิวหนังแดง หัวใจเต้นเร็วและแรง มีอาการทางสมอง เช่น เห็นภาพหลอน สับสน หงุดหงิด ชักหรือหมดสติ ให้รีบนำเข้าที่ร่มทันที และปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยให้นอนราบยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูงเพื่อเพิ่มการไหลเวียน ถอดเสื้อผ้าให้เหลือน้อยชิ้น รีบระบายความร้อนออกจากร่างกายให้ตัวเย็นลงโดยเร็ว เช่น การใช้ผ้าชุบน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็นเช็ดตัวบริเวณรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ ประคบน้ำแข็ง หากยังมีสติให้จิบน้ำบ่อยๆ และส่งโรงพยาบาลโดยเร็วหรือโทรแจ้งขอความช่วยเหลือที่เบอร์โทร 1669 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ทารกน้อยหายใจเสียงดัง มีน้ำมูก จากภาวะ nasal snuffles ลูกป่วยหนักหรือเปล่า

แจกตารางอาหาร สำหรับทารกแรกเกิด - 5 ขวบ ลูกน้อยควรกินเท่าไหร่ใน 1 วัน

ไม่อยากให้ลูกต้องป่วยบ่อย ต้องสอนลูกให้ทำแบบนี้