ควรพาลูกอ่อนออกนอกบ้านได้ตอนกี่เดือน?

lead image

ทารกน้อยที่เพิ่งเกิดยังอายุไม่ถึงหนึ่งเดือน ไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่าการนอนหลับและกินนม แต่สมัยนี้เรามักจะพบเห็นการพาลูกน้อยวัยแบะเบาะออกมาดูโลกกว้างตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ แม้จะมีความเชื่อและความเห็นที่ว่ายังไม่ควรพาลูกออกจากนอกบ้านเร็วเกินไปในวัยที่ไม่เหมาะสม

ไขข้อข้อใจ พาลูกออกนอกบ้านตอนกี่เดือน

พาลูกออกนอกบ้านตอนกี่เดือน คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเอาใจใส่ต่อการดูแลทารกแรกเกิดที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูง เพราะช่วงแรกเกิดของทารกเป็นช่วงที่ร่างกาย อวัยวะของลูกยังมีพัฒนาการที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้อาจเกิดความผิดปกติต่าง ๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพาลูกออกจากบ้านในวัยที่อายุต่ำกว่าหนึ่งเดือน ไปในสถานที่ที่มีคนมาก จะมีโอกาสทำให้เด็กอ่อนติดเชื้อได้ง่าย

พาลูกออกนอกบ้านตอนกี่เดือน, พาทารกออกนอกบ้าน

ภูมิคุ้มกัน รักจากแม่สู่ลูก

ในช่วงที่ลูกยังอยู่ในครรภ์จะได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ทางสายสะดือ ซึ่งภูมิคุ้มกันจากส่วนนี้ที่ได้รับจากแม่เมื่อแรกคลอดทารกจะมีเกือบสูงเท่าของผู้ใหญ่ แต่จะค่อย ๆ ลดลงภายในสองถึงสามเดือนเพราะทารกไม่ได้เชื่อมต่อกับแม่ทางสายสะดือแล้ว โดยลูกจะต้องสร้างภูมิคุ้มกันของตนเองเสริมและรับผ่านจากทางน้ำนมแม่ ดังนั้นสำหรับทารกในช่วงสามเดือนแรกจึงเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันต่ำสุด และไม่ควรพาลูกออกนอกบ้านในระยะนี้

 

เตรียมพร้อมก่อนพาลูกออกจากบ้าน

แต่ด้วยสภาพสังคมในปัจจุบัน และการดำเนินชีวิตของหลายครอบครัวที่การเลี้ยงลูกอาจไม่มีตัวช่วยมากนัก ไม่สามารถฝากใครดูแลลูกได้ การออกไปจับจ่ายซื้อของหรือการเดินทางจึงจำเป็นต้องพาทารกออกจากบ้านไปพร้อมกัน ซึ่งนั้นก็คือสิ่งที่พ่อแม่ควรเตรียมให้พร้อมหากมีความจำเป็นเมื่อจะพาลูกอ่อนออกนอกบ้าน อาทิ

พาลูกออกนอกบ้านตอนกี่เดือน, พาทารกออกนอกบ้าน

  • เลือกเวลาเดินทาง ควรพิจารณาการเดินทางในเวลาที่เหมาะสม เช่น อาจเลือกเวลาใกล้ ๆ กับเวลานอนของลูกในระหว่างเดินทาง เพื่อให้ลูกได้มีเวลาพักผ่อนได้มากที่สุด เพราะทารกวัยแรกเกิดยังไม่สามารถรับรู้อะไรนอกจากการนอนเป็นสำคัญ
  • อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อย เช่น ของใช้จำเป็นสำหรับลูก คาร์ซีท รถเข็น ของเล่นเด็ก ยาของลูก ฯลณ จัดเตรียมให้พร้อม
  • ความเอาใจใส่ลูกน้อย เพราะร่างกายของเด็กเล็กยังไม่สามารถปรับตัวได้ดี ลูกอาจจะมีงอแงหงุดหงิด อันเกิดจากความไม่สบายตัว หรือหิว คุณแม่ต้องคอยสังเกตอาการของลูกน้อย หรือคอยดูชั่วโมงการให้นมและการนอนของลูกให้เป็นอย่างดี
  • การเลือกสถานที่เดินทางต้องคำนึงถึงลูก หากจำเป็นต้องพาลูกเล็กเดินทางไกลหรือไปพักผ่อน การเลือกที่พักโดยมีลูกน้อยไปด้วยควรเป็นโรงแรม หรือห้องพักที่ปลอดภัยพอสำหรับเด็กเล็ก เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ช่วงอายุน้อยที่สุดที่พาลูกออกนอกบ้านได้ คือประมาณ 4-6 เดือนขึ้นไป เพราะลูกเริ่มมีความพร้อมทางร่างกายและอารมณ์ ที่พอจะรู้เรื่อง และผ่านการได้รับวัคซีนเสริมภูมิคุ้มกันมาบ้างแล้ว เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องพาทารกออกนอกบ้าน ควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือมีคนมาก และควรให้ลูกอ่อนใช้เวลานอกบ้านให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ดีกว่านะคะ

ที่มา www.manager.co.th , www.pantip.com

 

อ่าน คาร์ซีท ทารกแรกเกิด หน้าถัดไป

คาร์ซีท ทารกแรกเกิด

รศ. พญ. รวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน แนะนำเรื่อง คาร์ซีท ทารกแรกเกิด ว่า ทารกแรกเกิด จนถึงอย่างน้อยอายุ 2-4 ปี ควรใช้ car seat สำหรับเด็กเล็กเป็นที่นั่งแบบปรับให้หันหน้าไปด้านหลังรถ (Rear-facing car seat) เดิม car seat แบบนี้ แนะนำให้ใช้จนถึงอายุ 2 ปี แต่ในการศึกษาวิจัยในปัจจุบันแนะนำให้เด็กนั่ง car seat แบบหันหน้าไปด้านหลังรถให้นานที่สุดจนกว่าอายุ 4 ปีหรือตัวโตจนความสูงเกินขนาดของ car seat ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสเกิดการหักของกระดูกต้นคอหากเกิดอุบัติรุนแรง

 

คำแนะนำการใช้คาร์ซีท

  • ปรับตำแหน่งสายเข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ให้พอดีกับลำตัวเด็กเสมอ เพื่อกระจายแรงกระแทก ตำแหน่งของเข็มขัดนิรภัยต้องเหมาะสมกับตัวเด็ก โดยตำแหน่งของเข็มขัดนิรภัยที่เหมาะสมกับตัวเด็ก คือ สายพาดเฉียงข้ามไหล่ ต้องอยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางของไหล่ด้านที่สายพาดผ่านกึ่งกลางหน้าอก ห้ามพาดอยู่บนคอของเด็ก ส่วนสายพาดบริเวณหน้าตัก ต้องอยู่ต่ำและพาดผ่านส่วนบนของโคนขา ห้ามพาดอยู่บนสะโพกของเด็ก (หากสายพาดเฉียงข้ามไหล่พาดผ่านหัวหรือหน้าเด็ก หรืออยู่สูงกว่าตัวเด็ก หรือสายพาดบริเวณหน้าตักพาดอยู่บนท้องเด็ก แสดงว่าเด็กคนนั้นยังไม่สามารถใช้สายเข็มขัดนิรภัยปรกติที่มีใน รถยนต์โดยไม่ต้องใช้ booster seat ได้ซึ่งอันตรายมากค่ะ)
  • การติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้องสำหรับเด็ก คือ อยู่ที่เบาะหลัง ซึ่งเป็นตำแน่งที่ปลอดภัยกว่าเบาะหน้า และหากวางไว้ที่เบาะหน้าอาจจะได้รับอันตรายจากถุงลมนิรภัยกระแทกได้
  • การใช้ car seat มือสอง สามารถทำได้ แต่ควรเลือกให้เหมาะสม อย่าใช้อันที่มีอายุการใช้งานนานเกินไป โดยเฉลี่ยไม่ควรเกิน 5-6 ปี โดยควรเช็คดูโครงสร้างปกติ อุปกรณ์ต่างๆ มีอยู่ครบถ้วน

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ :

เตือนภัย! พาลูกเดินห้างควรระวัง!! อย่าปล่อยไว้คนเดียว

ระวัง!! พาลูกไปสถานที่แออัด เสี่ยงติดเชื้อไมโคพลาสมา

ทารกแรกเกิดก็เจ็บปวดเป็น 5 เรื่องที่พ่อแม่ควรรู้ ว่าหนูเจ็บปวดมากนะ