พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ของทารก วัยแรกเกิด - 5 ปี ที่พ่อแม่ควรรู้!

lead image

พัพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ของทารก ในแต่ละช่วงวัยมีความแตกต่างกัน พ่อแม่รู้ไหมว่าลูกน้อยในแต่ละช่วงอายุควรมีพฤติกรรมอย่างไร มีอะไรที่ลูกควรทำได้บ้าง

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ของทารก มีอะไรบ้างนะ

พัฒนาการกล้ามเนื้อ แบ่งออกเป็น 2 ด้าน คือ กล้ามเนื้อมัดเล็ก และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ซึ่งการส่งเสริมพัฒนาการนี้พ่อแม่สามารถช่วยเสริมสร้างให้ลูกตั้งแต่แรกเกิดได้ เพื่อเป็นการกระตุ้นทักษะต่างๆ และสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development) 

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ หมายถึง ความสามารถของร่างกายในการทรงตัว การเคลื่อนไหว และการเคลื่อนที่ เช่น การชันคอ การนั่ง การยืน และการคว่ำ เป็นต้น

  • เด็กทารกแรกเกิด: งอแขนขาเคลื่อนไหวเท่ากัน 2 ด้าน
  • 1 เดือน: หันหน้าซ้ายขวา
  • 2 เดือน: ชันคอ
  • 4 เดือน: ยกแขนดันตัวชูขึ้นในท่าคว่ำ
  • 6 เดือน: คว่ำหงายได้เอง
  • 9 เดือน: นั่งได้มั่นคงคลานเกาะยืน
  • 12 เดือน: เกาะเดิน
  • 15 เดือน: เดินเองได้
  • 18 เดือน: วิ่งยืนก้มเก็บของ
  • 2 ปี: เตะลูกบอลกระโดด 2 เท้า
  • 3 ปี: ขึ้นบันไดสลับเท้าถีบรถ 3 ล้อ
  • 4 ปี: ลงบันไดสลับเท้ากระโดดขาเดียว
  • 5 ปี: กระโดดสลับเท้าเดินต่อเท้า

กิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่

หากลูกของคุณอยู่ในช่วง 1-3 ขวบ สามารถเน้นส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้จากการที่ให้ลูกเดินด้วยตัวเองเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงตัว และความสัมพันธ์ของแขนและขา แม้กระทั่งการเดินแล้วล้มก็เป็นทักษะหนึ่งที่เด็กๆ จะได้เรียน รวมถึงการใช้กล้ามเนื้อเพื่อระมัดระวังในการเดินครั้งต่อไป

เมื่อเด็กโตขึ้นอายุในช่วงวัย 3-6 ขวบ ซึ่งเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น รักในการสำรวจสิ่งต่างๆ รอบตัว ดังนั้น พ่อแม่จึงควรส่งเสริมให้ลูกใช้กล้ามเนื้อส่วนนี้จากการให้ลูกวิ่งเล่นในสวน การเล่นดินเล่นทราย การเล่นเครื่องเล่นในสวนสาธารณะ ล้วนเป็นกิจกรรมที่สร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการสร้างพื้นฐานทักษะด้านอารมณ์และสังคมได้อีกด้วย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/กิจกรรมทารก3.jpg พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ของทารก วัยแรกเกิด   5 ปี ที่พ่อแม่ควรรู้!

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ของทารก

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor Development)

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก เป็นการใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ รวมถึงการใช้สายตา การใช้มือเพื่อกระทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง เช่น การควบคุมกล้ามเนื้อมือ ตา ปาก การหยิบจับ การขีดเขียน เป็นต้น

  • เด็กทารกแรกเกิด: ปฏิกิริยาสะท้อนที่ฝ่ามือ
  • 1 เดือน: กำมือแน่น
  • 2 เดือน:กำมือหลวม, มองตาม
  • 4 เดือน: คว้าของใกล้ตัว
  • 6 เดือน: หยิบของมือเดียว, เปลี่ยนมือได้
  • 9 เดือน: ใช้นิ้วหยิบของเล็กๆ
  • 12 เดือน: หยิบของใส่ถ้วย/ใส่กล่อง
  • 15 เดือน: วางก้อนไม้ซ้อน 2 ชั้น
  • 18 เดือน: วางก้อนไม้ซ้อน 3 ชั้น
  • 2 ปี: วางก้อนไม้ซ้อน 6 ชั้น
  • 3 ปี: วาดวงกลมตามแบบ
  • 4 ปี: วาดสี่เหลี่ยมตามแบบ 
  • 5 ปี: วาดสามเหลี่ยมตามแบบ

กิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก

คุณพ่อคุณแม่สามารถหัดให้ลูกโดยการใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ในการหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็กๆ สำหรับเด็กที่มีอายุ 1-3 ปี อาจ พ่อแม่อาจสอนให้ลูกน้อยพับกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ สอนให้ลูกขีดเขียนโดยใช้ดินสอวาดเป็นเส้นตรงหรือเส้นโค้ง หรือตามรอยปะก็ได้ค่ะ

พอลูกน้อยอายุ 3-6 ขวบ คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้เขาได้เล่นกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้น เช่น การร้อยลูกปัดเป็นสร้อย การตัดกระดาษ ทำงานประดิษฐ์ การระบายสี วาดภาพ ปั้นดินน้ำมัน หรือแม้แต่การออกไปเล่นกีฬา เช่น การฝึกโยนรับลูกบอลค่ะ

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2018/10/กิจกรรมทารก4.jpg พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ของทารก วัยแรกเกิด   5 ปี ที่พ่อแม่ควรรู้!

พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของทารก

สัญญาณเตือนพัฒนาการล่าช้าของเด็ก

  1. ไม่สนใจทำกิจกรรมหรือไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ได้ ตามที่เด็กในวัยนั้นควรทำ
  2. สนใจในสิ่งที่เด็กคนอื่นไม่สนใจ และรู้สึกสนุกกับสิ่งบางอย่าง หรือของเล่นมากกว่าการเล่นหรือพูดคุยกับคนอื่น
  3. ไม่ยอมสบตา และพยายามหลบหลีกอยู่เสทมอ
  4. หงุดหงิดง่าย ไม่สามารถทำอะไรง่ายๆ อย่างเด็กคนอื่นได้
  5. แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงเมื่อเทียบกับเด็กที่มีอายุเท่ากัน
  6. เหม่อลอย จ้องอยู่กับอะไรก็ไม่รู้ และชอบพูดคนเดียวเป็นประจำ
  7. ไม่ยอมเข้าหาพ่อแม่หรือคนที่เลี้ยงดู
  8. ล้มง่าย เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว

สาเหตุที่ทำให้เด็กมีพัฒนาการล่าช้า

  1. เกิดความผิดปกติของยีนหรือโคโมโซมที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่เด็ก
  2. เกิดจากที่แม่สัมผัสสิ่งที่เป็นอันตรายก่อนหรือหลังคลอด เช่น ตะกั่ว หรือยาอันตราย
  3. เกิดจากการขาดสารอาหารที่เพียงพอต่อร่างกายลูกน้อย
  4. การติดเชื้อ เช่น โรคหัดเยอรมัน เชื้อเฮชไอวี
  5. การคลอดก่ออนกำหนด
  6. ภาวะซึมเศร้าของคุณแม่เอง
  7. การขาดการดูแลเอาใจใส่ทารกในครรภ์

หากคุณพ่อคุณแม่ดูแล้วว่าลูกไม่สามารถทำกิจกรรม หรือมีพฤติกรรมตามที่กำหนดไว้ พ่อแม่ควรจดพฤติกรรมของลูกน้อย แล้วนำไปปรึกษาแพทย์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขค่ะ อย่ารอให้สายเกินไปนะคะ

ที่มา: med.cmu

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

ฝึกลูกเขียนหนังสือ ด้วยดินสอไม้ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก เสริมสมาธิเจ้าตัวน้อย

อาหารที่เด็กเล็กไม่ควรกิน อาหารอันตรายกินแล้วลูกเสี่ยงตาย-พัฒนาการช้า

ฝึกลูกอย่างไรให้มีความอดทน รู้จักรอคอย ไม่กลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง!

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!