รู้หรือไม่…พฤติกรรมของลูกในแต่ละช่วงวัย เสี่ยงต่อการ เจ็บป่วย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณพ่อคุณแม่บ้านไหนที่มีลูกน้อย อาจจะพบกับความกังวลอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากเจ้าตัวเล็กไม่สบายบ่อยเหลือเกิน แต่รู้หรือไม่ว่า คุณพ่อคุณแม่สามารถ ‘ปรับพฤติกรรม’ เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ลูกป่วยได้ แต่จะทำอย่างไรนั้น ติดตามอ่านได้ในบทความนี้เลยค่ะ

เจ็บป่วย

“ฮ้าดดดดด….ชิ่ว” เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่แทบทุกคนต้องได้ยินกันอยู่เป็นประจำใช่ไหมคะ เพราะเสียงนี้คือเสียงจามของเจ้าตัวน้อยซึ่งเป็นสัญญาณของอาการ เจ็บป่วย นั่นเอง

ถ้าพูดถึงการ เจ็บป่วย คงไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากให้ลูกของตัวเองป่วยหรอกจริงไหมคะ แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่า เด็กยุคนี้ป่วยกันง่ายมากๆ สาเหตุก็เนื่องมาจากการติดเชื้อ บางคนคุณพ่อคุณแม่ต้องพามาพบคุณหมอแทบทุกอาทิตย์เลยก็มี

โรคติดเชื้ออันดับหนึ่งของเด็กไทยคือ โรคระบบทางเดินหายใจ เพราะคนเรายังไงๆ ก็ต้องหายใจตลอดเวลา ส่วนอันดับสองที่ตามมาติดๆ ก็คือ โรคระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะการได้รับเชื้อไวรัสโรตา (Rotavirus) ซึ่งเจ้าไวรัสตัวนี้ก็ร้ายใช่ย่อยค่ะ ทำให้เกิดอาการท้องเสียอย่างหนักได้เลย

เจ็บป่วย

สาเหตุหลักที่ลูกป่วยมักเป็นเพราะภูมิคุ้มกันของลูกที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งตรงนี้พ่อแม่ไม่สามารถช่วยเร่งการพัฒนาได้ ต้องอาศัยระยะเวลาในการเจริญเติบโตให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้เต็มที่เองค่ะ

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมตามพัฒนาการของลูกในแต่ละช่วงวัยและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอากาศ พื้นที่สัมผัสต่างๆ เช่น เสื้อผ้า ที่นอน ภาชนะ ตลอดจนพื้นห้อง และสถานที่ที่ลูกคลานเล่น หากไม่สะอาดมากพอก็ทำให้ลูกติดเชื้อจนล้มป่วยได้เช่นกัน โดยเฉพาะลูกๆ ที่อยู่ในวัยกำลังซน กำลังคลาน ชอบหยิบสิ่งของตามพื้นเข้าปาก ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก แต่ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันได้ค่ะ ด้วยการเฝ้าระวังสังเกตพฤติกรรมของลูกที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในแต่ละช่วงวัย รวมทั้งการจัดสภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูให้ถูกสุขลักษณะ

คุณหมอเดียร์ กุมารแพทย์เด็ก ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้  ได้พูดถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งสามารถแบ่งได้ตามช่วงอายุต่างๆ ดังนี้ค่ะ

  • อายุแรกเกิด – 4 เดือน : ช่วงวัยนี้ลูกจะเริ่มยกคาง ชันคอ มองตามวัตถุโดยเฉพาะวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ หันตามเสียง เริ่มมีการสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ เช่น ร้องไห้ ยิ้ม สบตา ส่งเสียงในลำคอ จะเห็นได้ว่าช่วงนี้ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมักไม่ได้เกิดจากตัวลูกเอง แต่อาจเกิดจากการติดเชื้อจากคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย เช่น คุณพ่อ คุณแม่ พี่ ญาติพี่น้อง คนเลี้ยง หรือเกิดจากคนที่มาเยี่ยมและไม่สบายอยู่มาอุ้ม กอด หอม นอกจากนี้การพาลูกไปสถานที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ก็สามารถทำให้ลูกติดเชื้อได้ การติดเชื้อที่พบบ่อยในวัยนี้คือ โรคระบบทางเดินหายใจ (เช่น หวัด คออักเสบ ไข้หวัดใหญ่ เยื่อแก้วหูอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ เป็นต้น)
  • อายุ 4-9 เดือน : ช่วงวัยนี้ลูกสามารถใช้มือได้คล่องมากขึ้น จะสังเกตเห็นได้เลยว่าลูกจะชอบเอามือเข้าปาก เอาของเข้าปาก ดังนั้นลูกมีโอกาสหยิบของหรือมือของเขาเองที่มีเชื้อโรค ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินอาหารได้ เช่น ไวรัสลงกระเพาะ ลำไส้อักเสบ เป็นต้น นอกจากนี้ การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจก็ยังสามารถพบได้อยู่เช่นกัน
  • อายุ 9 เดือน -1 ปี : ช่วงวัยนี้ลูกจะสามารถเกาะยืน จูงมือเดิน เดินเองได้แล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะหยิบของที่อยู่ไกลตัวมาถือ อม หรือเอาเข้าปากจึงมีมากขึ้น บางครอบครัวเริ่มพาลูกไปนอกบ้าน เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่น ทำให้มีโอกาสไปสัมผัสเชื้อโรคได้มากขึ้นไปอีก การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหารยังคงพบได้บ่อยในเด็กวัยนี้เช่นกัน
  • อายุ 1 ปีขึ้นไป : ช่วงวัยนี้ลูกเริ่มทำอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น เช่น เดินเก่งขึ้น วิ่ง ปีนขึ้นบันได หยิบจับของได้คล่องมากขึ้น เริ่มอยากเล่นกับเด็กวัยเดียวกัน ทำให้มีโอกาสที่จะไปรับเชื้อโรคจากคนอื่นได้ นอกจากนี้บางครอบครัวเริ่มที่จะนำลูกไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่หรือโรงเรียน ทำให้มีโอกาสไปรับเชื้อโรคจากเด็กคนอื่น การติดเชื้อที่พบได้บ่อย เช่น การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร มือ-เท้า-ปาก อีสุกอีใส ไข้ออกผื่น เช่น ไข้ดอกกุหลาบ หัด ไข้อีดำอีแดง เป็นต้น

เจ็บป่วย

นอกจากสถานที่นอกบ้านที่มีคนพลุกพล่านแล้ว บริเวณในบ้านเองก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะแม้จะอยู่แต่ในบ้าน ลูกก็ยังเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เหมือนกันค่ะ ทั้งของเล่น พรม แผ่นยางรองพื้น เตียง ฟูก ที่นอน รวมถึงชุดเครื่องนอน เช่น หมอน ผ้าห่ม หากไม่ได้ซักทำความสะอาดอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอแล้ว ก็จะเกิดการสะสมของเชื้อโรค เมื่อลูกไปสัมผัสหรือเอาเข้าปากก็อาจจะทำให้ติดเชื้อได้ ที่สำคัญ เรื่องฝุ่นละอองคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรละเลย ไม่ควรใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่น เพราะฝุ่นจะไม่ได้ถูกกำจัดไปไหน เพียงแต่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศในชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ทางที่ดีหมั่นทำความสะอาดแบบเปียกโดยใช้ความร้อนร่วมด้วย จะสามารถลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดให้ดียิ่งขึ้น  เพื่อลดโอกาสที่ลูกจะสัมผัสกับฝุ่นหรือ เชื้อโรค

การป้องกันไม่ให้ลูกน้อยติดเชื้อสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  1. คุณพ่อคุณแม่ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนเตรียมอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร และหลังการขับถ่ายทุกครั้ง รวมถึงให้เจ้าตัวน้อยล้างมือก่อนและหลังทานอาหาร และหลังขับถ่ายทุกครั้งด้วยนะคะ
  2. รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม
  3. ควรใช้ช้อนกลางในการรับประทานอาหาร ไม่ใช้แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน จาน ชาม ขวดนมร่วมกับผู้อื่น
  4. หลีกเลี่ยงการคลุกคลี อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย
  5. ไม่นำลูกเข้าไปในสถานที่แออัด หรือที่ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก หรือเล่นของเล่นร่วมกันในที่สาธารณะโดยเฉพาะช่วงที่มีโรคระบาด
  6. ถ้าที่บ้านมีพี่เลี้ยงหรือคนดูแลลูก ต้องตัดเล็บให้สั้น หมั่นล้างมือบ่อยๆ และรีบล้างมือให้สะอาดโดยเร็วเมื่อเช็ดน้ำมูก น้ำลาย เปลี่ยนผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระ
  7. ทำความสะอาดพื้น เครื่องใช้ หรือของเล่นที่อาจปนเปื้อนเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้สารละลายเจือจางของน้ำยาฟอกขาว (สารละลายโซเดียมไฮโปคลอไรท์ ความเข้มข้น 0.5%) 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 1 ลิตร และล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด)

ขอบคุณข้อมูลจากคุณหมอเดียร์ จากเพจ ครบเครื่องเรื่องภูมิแพ้เด็กกับหมอเดียร์ 

 

สำหรับบ้านไหนที่กังวลเป็นพิเศษเพราะลูกๆ เป็นเด็กแพ้สารเคมีง่าย แนะนำว่าหลังจากทำความสะอาดบ้านด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคแล้ว ควรล้างน้ำเปล่าให้สะอาดหมดจด จนแน่ใจว่าไม่เหลือสิ่งตกค้าง หรืออาจใช้เครื่องดูดฝุ่นพลังไอน้ำ ที่พ่นไอน้ำด้วยความร้อนสูง เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ช่วยลดการใช้สารเคมีรุนแรง แถมนวัตกรรมสมัยนี้ยังมีระบบที่สามารถทำความสะอาดทั้งดูดฝุ่นและเช็ดถูในขั้นตอนเดียว ทำให้คุณแม่ประหยัดเวลาไปได้มาก ลดขั้นตอนความสะอาดไปได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ

และถือว่าเป็นข่าวดีที่ในที่สุด บริษัท Vitainno ได้นำเข้าและจัดจำหน่ายเพียงผู้เดียวในประเทศไทย เครื่องดูดฝุ่นพลังไอน้ำมาจำหน่ายในบ้านเราแล้ว ภายใต้เครื่องหมายการค้า Bissell รุ่น Vac & Steam

Bissell รุ่น Vac & Steam คือเครื่องดูดฝุ่นพลังไอน้ำ ที่สามารถดูดฝุ่นและถูทำความสะอาดพื้นด้วยระบบ Steam ไปพร้อมๆ กัน หรือจะแยกการทำงานก็สามารถทำได้ โดยไอน้ำร้อนที่พ่นออกมาเมื่อกดปุ่ม จะสามารถยับยั้งเชื้อโรคและแบคทีเรียได้ถึง 99.99% ทำให้การทำความสะอาดมีประสิทธิภาพอย่างมากโดยไม่ต้องใช้สารเคมีเลย จึงไม่เกิดการตกค้างของสารเคมีที่อาจตกค้างและส่งผลต่อเสียต่อลูกน้อย

เห็นมั้ยคะ ว่าการป้องกันการติดเชื้อให้กับลูกน้อยสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยอย่างสม่ำเสมอ และให้ Bissell เป็นผู้ช่วยสำคัญ ขจัดฝุ่นและเชื้อโรคในบ้านอย่างหมดจด

เมื่อที่บ้านสะอาดไร้ฝุ่นและเชื้อโรค รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นแน่นอนค่ะ ส่วนใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามและสั่งซื้อ สามารถเข้าได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

www.vitainno.com

https://www.facebook.com/vitainno

https://www.facebook.com/bissellthailand

 

การเลี้ยงดูเด็กวัยเตาะแตะ กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมในร่ม ของใช้ภายในบ้าน ความปลอดภัย ความปลอดภัยทั่วไป ความปลอดภัยภายในบ้าน งานบ้าน ช่วงวัยของเด็ก ทารก รีวิว รีวิวของใช้วัยเตาะแตะ รีวิวสินค้าของเด็กก่อนวัยเรียน รีวิวสินค้าคุณแม่ รีวิวสินค้าเด็ก วัยเตาะแตะ สุขภาพของทารก สุขภาพของวัยเตาะแตะ อาการป่วย โรงเรียนพ่อแม่ ไอ,​ไข้หวัด