ฝึกเด็กกินข้าว เริ่มกินข้าวได้ตอนกี่เดือน อาหารมื้อแรกของลูก

ฝึกเด็กกินข้าว เริ่มกินข้าวได้ตอนกี่เดือน อาหารมื้อแรกของลูก

ฝึกเด็กกินข้าว ควรเริ่มฝึกให้เริ่มกินข้าวตอนไหน หากลูกไม่ยอมกินข้าวควรทำอย่างไร เรามาดูวิธี ฝึกเด็กกินข้าว เพื่อสร้างนิสัยในการกินกันเลยค่ะ

 

ควรเริ่มกินข้าวตอนกี่เดือน 

คุณแม่สามารถให้ลูกเริ่มกินข้าวได้ตอนอายุ 6 เดือนขึ้นไป แต่คุณแม่ควรบดข้าวให้ละเอียดเพื่อให้ลูกได้ลองทานดูก่อน ถ้าลูกอายุน้อยกว่า 6 เดือนยังไม่แนะนำให้กินข้าว เนื่องจากระบบย่อยอาหารของเด็กยังไม่พร้อมสำหรับการย่อยอาหารในชนิดอื่นนอกจากนม และลูกจะสามารถกินข้าวหยาบ หรือเป็นเม็ดแบบผู้ใหญ่ได้ ในช่วงอายุ 1 ขวบขึ้นไป

 

วิธีฝึกลูกกินข้าว 

ฝึกเด็กกินข้าว

ฝึกเด็กกินข้าว

  • สังเกตุความพร้อมในการกินของลูก

อาหารมื้อแรกของลูก ควรเริ่มเมื่อลูกมีความพร้อมที่จะรับประทานอาหารอย่างอื่น เพราะหากเริ่มอาหารเร็วและลูกยังไม่พร้อม อาจส่งผลทำให้ลูกท้องอืด เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังไม่พร้อมในการย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และกระเพาะอาหารของลูกยังมีความจุน้อย

 

  • เริ่มอาหารที่ละอย่าง

ในช่วงที่ลูกเริ่มทดลองกินอาหารโดยเริ่มจากผักผลไม้ โดยลองครั้งละ 1 อย่างเป็นเวลา 4-5 วันเพื่อดูการแพ้อาหารของลูก ซึ่งข้อดีของการเริ่มอาหารทีละชนิดจะช่วยให้คุณแม่รู้ว่าลูกของคุณแม่แพ้อาหารชนิดใด และส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ถึงรสชาติตามธรรมชาติของอาหารแต่ละชนิด เพื่อให้การจัดการที่ง่าย และเป็นระบบคุณแม่ควรทำบันทึกตารางประจำวัน และจดบันทึก ข้อมูลต่าง ๆ เช่น วัตถุดิบต่าง ๆ จำนวนมื้อที่ป้อน และบันทึกการแพ้อาหารในแต่ละชนิด

 

  • เริ่มทีละเล็กน้อย

การเริ่มให้ลูกรับประทานอาหารอื่นนอกจากนม ควรเริ่มให้รับประทานทีละน้อย ๆ วันละ 1 มื้อ มื้อละ 1-2 ช้อนโต๊ะ และตามด้วยนมแม่ให้ลูกอิ่ม แต่หากเห็นว่าลูกยังไม่อิ่ม จึงค่อยเพิ่มปริมาณ ซึ่งจะรู้ได้ไงว่ายังไม่อิ่ม ลูกจะไม่หันหน้าหนี หรือดุนอาหารออกจากปาก ไม่ควรป้อนอาหารลูกมากจนเกินไป เพราะอาหารหลักของลูกในช่วงขวบปีแรกคือ นมแม่

 

  • ควรให้ลูกกินผักก่อนผลไม้

อาหารที่เริ่มก็คือผัก เพราะจะทำให้ลูกได้คุ้นชินกับรสชาติของผักที่มีรสอ่อนกว่า และมีความหวานน้อยกว่าผลไม้ ไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นการฝึกลูกกินผักไปในตัว แต่หากให้ลูกเริ่มกินผลไม้ก่อนผักจะทำให้ลูกติดรสหวานจากผลไม้ ทำให้ลูกปฎิเสธการกินผักได้ ผักที่แนะนำให้ลูกกินในครั้งแรกควรเป็นผักที่นิ่ม ๆ และมีสีสันที่น่ากิน รสชาติไม่จัด ไม่ขม และมีมีกลิ่นที่ฉุน อย่างเช่น แครอท ฟักทอง ตำลึง ถั่วลันเตา และบล็อคโคลี่ เป็นต้น

 

  • ควรให้ลูกกินไข่แดงก่อนไข่ขาว

เพราะลูกของคุณแม่อาจมีสิทธิ์ที่จะแพ้โปรตีนในไข่ขาวได้มากกว่าไข่แดง ถึงแม้ว่าจะผ่านการปรุงสุก อีกทั้งไข่แดงจะย่อยง่ายกว่าไข่ขาวอีกด้วย การให้ลูกกินไข่แดง ควรปรุงให้สุก เพราะหากกินแบบไม่สุกหรือที่เรียกว่ายางมะตูม จะทำให้ลูกย่อยยาก และหากลูกมีอายุมากกว่า 1 ขวบ ค่อยฝึกให้ลูกกินไข่ทั้งลูก

 

  • ฝึกให้ลูกกินปลาน้ำจืดก่อนปลาทะเล

เนื้อปลา เป็นเนื้อสัตว์ย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่น และยังมีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อสมองและการเจริญเติบโตของลูก ดังนั้นอาหารของลูกก็ควรมีปลาอยู่ในนั้นด้วย

สำหรับปลาที่เหมาะสมที่จะให้ลูกของคุณแม่รับประทานคือปลาน้ำจืด เช่น ปลานิล ปลาทับทิม ปลาช่อน ปลาดุก หรือปลาสวาย เพราะปลาดังกล่าวจะมีเนื้อที่นุ่ม ก้างใหญ่ บดละเอียดง่าย โดยเฉพาะปลาช่อนจะมีโอเมก้า 3 มากที่สุดในบรรดาปลาน้ำจืดด้วยกัน สำหรับปลาทะเล เช่น ปลาทู ปลาเก๋า ปลากะพง ปลาแซลมอน ควรให้ลูกเริ่มกินเมื่ออายุ 1 ขวบขึ้นไป เพราะมีความเสี่ยงที่จะแพ้โปรตีนในปลาทะเลง่ายกว่าปลาน้ำจืด

 

  • การกินผลไม้ปั่นควรผ่านการปั่นเอง

การให้ลูกกินผลไม้ปั่น เช่น มะม่วง มะละกอ แอปเปิ้ล สาลี่ แพร์ จะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย ผลไม้ที่นึ่งและปั่นสดจะได้ประโยชน์มากที่สุด และลูกควรกินผลไม้ปั่นทันทีเมื่อทำเสร็จหรือไม่ควรนานเกิน 15 นาที เพราะวิตามินในผลไม้จะไม่สูญเสียไป มั่นใจได้ว่าลูกกินแล้วจะไม่ท้องเสีย และปราศจากเชื้อโรคแน่นอน

 

  • อุ่นร้อนก่อนกิน

อาหารที่ทำให้ลูกกิน ถ้าทำเสร็จ สด ใหม่ แล้วรับประทานเลยคงจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับคุณแม่บางท่านทำงานนอกบ้านด้วย มีความจำเป็นที่จะต้องทำอาหารไว้ ให้คุณยายป้อนแทน ก่อนป้อนจะต้องอุ่นอาหารให้ร้อนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรือการอุ่นด้วยเครื่องนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกรอบค่ะ
อาหารที่อุ่นให้ลูกกินแล้ว เมื่อกินไม่หมดควรเททิ้ง ไม่ควรนำกลับมาให้กินใหม่ เพื่อป้องกันแบคทีเรียในน้ำลายของลูกจากการป้อนครั้งก่อน

 

  • ป้อนมื้อเช้าชัวร์ที่สุด

อาหารเสริมลูกควรเป็นอาหารปั่นละเอียด ลักษณะของอาหารควรเหลวเป็นน้ำคล้ายโยเกิร์ตหรือเหลวกว่า ควรป้อนมื้อเช้าหรือกลางวัน เพราะหากมีอาการแพ้จะได้ไปโรงพยาบาลเตรียมหาหมอทัน แต่ถ้าหากว่าไม่มีอาการแพ้สามารถเปลี่ยนมาป้อนมื้อเย็นได้ เพราะจะทำให้ลูกอิ่มนานขึ้นและหลับยาวขึ้น

 

อาหารเสริมมื้อแรกของแต่ละช่วงวัย 

ฝึกเด็กกินข้าว

ฝึกเด็กกินข้าว

  • อาหารสำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไป

นอกจากนมแม่แล้ว คุณแม่สามารถเริ่มให้กินอาหารเสริม 1 มื้อ เริ่มต้นด้วยข้าว 3 – 4 ช้อนโต๊ะ ไข่แดงครึ่งฟอง สลับ หมู ไก่ กับปลาน้ำจืด ตับบด ผักสุกบด ฟักทอง และเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นไปเรื่อย ๆ

  • อาหารสำหรับเด็ก 8 เดือนขึ้นไป

ช่วงวัยนี้ต้องเพิ่มปริมาณมื้ออาหารเป็น 2 มื้อ ในช่วงเวลาไหนก็ได้ รวมถึงเพิ่มปริมาณอาหารขึ้นด้วย

  • อาหารสำหรับเด็ก 10 เดือน – 1 ปี

เมื่อลูกน้อยเข้าสู่ช่วงอายุ 10 เดือน – 1 ปี จะเริ่มกินอาหาร 3 มื้อแทนนมแม่ นมแม่จะกลายเป็นอาหารเสริม คุณแม่สามารถให้นมลูกในช่วงระหว่างมื้ออาหาร เช่นก่อนมื้อเช้า หลังมื้อเที่ยง หรือก่อนนอน เป็นต้น

  • อาหารสำหรับอายุ 1 ปี ขึ้นไป

เมื่อลูกน้อยอายุครบ 1 ปี จะสามารกินอาหารได้เหมือนคนทั่วไป เน้นอาหารที่ไม่แข็งมาก เช่น ก๋วยเตี๋ยวน้ำ โจ๊ก ข้าวต้ม ราดหน้า เป็นต้น

แนะนำให้คุณแม่ทำอาหารเองมากกว่าซื้อตามท้องตลาด ด้วยเมนูง่ายๆ ที่สามารถกินกับลูกน้อยได้ เช่น ต้มจืดตำลึงกระดูกหมูกับข้าวต้มหอมมะลิ ในช่วงแรกของการเริ่มฝึกลูกกินข้าวไม่แนะนำให้บดอาหารทุกอย่างเข้าด้วยกัน เพราะเด็กมักมีปัญหาไม่ยอมเคี้ยวข้าว หรือเคี้ยวข้าวไม่เป็น ใช้แค่ตะแกรงบดอาหารก็เพียงพอ

 

ลูกไม่ยอมกินข้าวควรทำอย่างไร 

ฝึกเด็กกินข้าว

ฝึกเด็กกินข้าว

  • ฝึกให้เด็กกินอาหารใหม่ ๆ โดยไม่ต่อต้าน

อย่างเช่น ผักหรือผลไม้ชนิดต่างๆ เนื้อสัตว์ชิ้นเล็กๆที่ลูกไม่คุ้นเคยแต่ดีต่อสุขภาพ และเป็นไปตามช่วงวัย เราแนะนำให้คุณแม่ค่อยๆ ปนไปกับอาหารเดิมที่ลูกกินได้อยู่แล้ว และเติมทีละเล็กละน้อยเขาจะไม่ค่อยรู้สึกว่ามีอะไรแปลกใหม่จนไม่ยอมกิน แต่ถ้าเขาปฏิเสธคุณแม่ก็อย่าเพิ่งท้อ สามารถลองทำแบบเดิมซ้ำๆ ได้ถึง 10 ครั้ง

 

  • ฝึกกินอาหารให้ตรงเวลา

พยายามอย่าให้ช่วงเวลาหิวของลูกตรงกับช่วงเวลาที่เด็กๆ ง่วงนอน ช่วงวัยแบเบาะอาจจะต้องค่อยๆ ปรับค่อยๆ เรียนรู้กันไปสักพัก คุณแม่จะรู้เองว่าส่วนใหญ่ลูกจะง่วงนอนช่วงเวลาไหน หรือสามารถตั้งเวลาอาหารให้กับลูกตั้งแต่แรก หลังจากอิ่มแล้วเขาจึงจะมีอาการง่วงนอนตามมา แต่ถ้าให้ผิดเวลาบ่อยๆ และตรงกับช่วงเวลานอนลูกจะไม่ค่อยยอมกินเท่าไหร่ เพราะร่างกายต้องการพักผ่อนมากกว่า

 

  • เวลากินข้าว ไม่ควรมีอย่างอื่นมาดึงความสนใจของลูก 

บางครั้งคุณแม่อาจจะคิดว่าขอหลอกล่อให้ลูกกินข้าวด้วยการเปิดทีวี ให้เล่นของเล่นควบคู่ไปด้วย แต่จริงๆ แล้วยิ่งทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้เด็กๆ ไปสนใจสิ่งอื่นมากกว่าการกินข้าว วิธีที่ดีที่สุด คือเวลากินก็อยู่กับการกินเท่านั้น หลังจากกินเสร็จแล้วถึงจะทำกิจกรรมอื่นต่อได้ เป็นการฝึกนิสัยที่ดีในเรื่องการกินให้กับลูกด้วย

 

ที่มา : (1),(2)

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง : 

อาหารเสริมตามวัยสำหรับเด็ก มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

แจกตารางการนอน ของทารก ทารกควรนอนนานเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ

4 ข้อควรรู้เมื่อสงสัยว่าแพ้อาหาร และวิธีทดสอบที่ถูกต้อง

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

nantichaphothatanapongbow

app info
get app banner