ผ้าเปียก ใช้อยู่ทุกวัน รู้จักกันดีแล้วหรือไม่ ??

ผ้าเปียก ทิชชู่เปียก กระดาษเปียก เจ้าผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเรียกมากมายนี้ แท้จริงแล้วมันคืออะไรนะ คุณแม่ทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เจ้าผ้าเปียกนี้ เป็นตัวช่วยคนสำคัญของคุณแม่ที่ขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว

ขาดกันไม่ได้แบบนี้ คุณแม่รู้จัก ผ้าเปียก ดีแล้วหรือยัง? วันนี้ The Asian Parents จะพาคุณแม่มือเก่า-มือใหม่มาไขข้อข้องใจกันชัดๆ จะได้เลือกผ้าเปียกที่ดีให้ลูกๆ ได้ซักที

 

ส่วนประกอบของเบบี้ไวพส์

  • ผ้า spunlace non-woven วัตถุดิบของผ้าในแต่ละเจ้าก็แตกต่างกันไป บ้างทำมาจากเยื่อกระดาษ บ้างทำมาจากใยไผ่ธรรมชาติ บ้างทำมาจากเส้นใยพลาสติก ทั้งหมดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน จึงให้ความรู้สึกในการใช้ที่แตกต่างกัน ถ้าหากมีพลาสติกมาก ๆ เส้นใยจะแข็งๆ ไม่อุ้มน้ำ แต่หากเป็นกระดาษจะรู้สึกแข็งกระด้างเล็กน้อย คุณแม่ควรเล็กผ้าที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดี ให้สัมผัสนุ่ม ไม่บาดก้นลูกน้อย และแหล่งผลิตก็เป็นอีกอย่างที่สำคัญ ควรเลือกผ้าที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากผ้าอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียที่ดีมากๆ เชื้อเหล่านั้น ถ้าไปโดนก้นลูกเราคงไม่ดีแน่

ผ้าเปียก

  • น้ำ เป็นส่วนประกอบหลักใน ผ้าเปียก กว่า 95% ของส่วนผสมในผ้าเปียกเป็นน้ำ น้ำที่ดีต้องผ่านการบำบัดจนแน่ใจว่าปลอดเชื้อ ไม่มีการปนเปื้อน ผ้าเปียกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีการปนเปื้อนของเชื้ออยู่ในน้ำมาตั้งแต่แรก ทำให้เราต้องใช้ปริมาณสารเคมีจำนวนมาก เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อในผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย
  • ส่วนผสมอื่นๆ ผ้าเปียกนับเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ส่วนผสมที่อยู่ในผ้าเปียก ก็เป็นสารที่ใช้ในเครื่องสำอางเช่นกัน ซึ่งส่วนผสมในกลุ่มเครื่องสำอางก็มีให้เลือกมากมายหลายชนิด แตกต่างกันไปตามแหล่งที่มา ราคา คุณสมบัติของสารแต่ละชนิด โดยทั่วไปแล้วผ้าเปียกมีหน้าที่เช็ดทำความสะอาดสิ่งสกปรก เช่น สิ่งขับถ่ายจากเด็กน้อยของเรา หลายๆเจ้าจึงใส่สารทำความสะอาดอย่างเจ้า surfactant หรือที่เรียกว่า สารลดแรงตึงผิว เข้าไปด้วย เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาด นอกจากนี้ ส่วนผสมอย่างหนึ่งในเครื่องสำอาง ที่ทุกๆ ผลิตภัณฑ์ต้องใส่เพื่อรักษาอายุการใช้งานเอาไว้ ให้มีอายุที่ยาวขึ้น นั่นก็คือ สารกันเสีย หรือ Preservative นั่นเอง

 

 

แต่หารู้ไม่ว่า เจ้าสารลดแรงตึงผิว และ สารกันเสีย เป็นส่วนที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้มากสุดๆ เราจึงต้องระวังเป็นอย่างมากในการเลือกใช้สารที่อ่อนโยน ปลอดภัยกับผิวที่บอบบางอย่างเด็กแรกเกิด

แล้วคุณแม่อย่างเราจะทราบได้อย่างไรว่าสารเหล่านี้ปลอดภัย?

เราหาคำตอบมาให้คุณแม่แล้ว คุณแม่ลองพลิกหลังซองแล้ววิเคราะห์สารในผ้าเปียกสูตรต่างๆดังนี้นะคะ

กลุ่มสารลดแรงตึงผิว

  • Polysorbate (20,80)
  • cocamidopropyl betaine

กลุ่มสารกันเสีย

  • Phenoxyethanol
  • Propylparaben
  • Methylparaben
  • Methylchloroisothiazolinone/methylisothiazolinone
  • Chlorhexidine digluconate
  • benzoic acid
  • benzalkonium chloride
  • polyaminopropyl biguanide
  • sodium benzoate
  • benzoic acid

 

สารให้ความชุ่มชื้นที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้

propylene glycol

ทีนี้หากเราพลิกหลังซองเจอสารเหล่านี้ ให้คุณแม่ๆ จับตามองให้ดี ว่าลูกเรามีอาการผื่นแดง หรือไม่อย่างไรด้วยนะคะ หากพบอาการที่สงสัยว่าจะทำให้ลูกน้อยไม่สบายตัว ให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์แต่เนิ่นๆ จะดีที่สุดค่ะ ทั้งนี้เพราะอาการแพ้เป็นอาการเฉพาะบุคคล บางคนไวต่อสิ่งต่างๆ ในขณะที่บางคนมีความต้านทานค่อนข้างสูง

 

ผ้าเปียก

 

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เบบี้ไวพส์ที่ออกแบบมาเพื่อ “เด็กขี้แพ้” โดยเฉพาะ เนื่องจากเป็นผ้าเปียก Preservative Free หรือ ผ้าเปียกไร้สารกันเสีย

 

เป็นไปได้ยังไง??!! แล้วสินค้าจะไม่บูดไม่เสียกันหรอ??!! ทางเราไปหาคำตอบมาให้ค่ะ

ผ้าเปียก Preservative Free ของแคริสม่านั้น มีสารในกลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวที่มีคุณลักษณะสมบัติพิเศษคือ สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้ด้วย โดยที่สารนี้เป็นสารที่มีความอ่อนโยนต่อผิว จึงปลอดภัย เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ความอ่อนโยนปลอดภัย ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ได้อีกด้วย

นอกจากนี้แคริสม่าเค้าเลือกวัตถุดิบและการผลิตที่ได้มาตรฐานทำให้สามารถจัดการกับเชื้อร้ายได้อยู่หมัด ผ้าและน้ำที่ปราศจากการปนเปื้อน ทำให้เราไม่ต้องใส่สารเคมีที่รุนแรง ได้ยินแบบนี้แล้ว อ่อนโยนตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ ค่ะ

 

ผ้าเปียก

Less is More Never die

ความรู้สึกหลังการใช้ผ้าเปียกเบบี้ วอเทอร์ ไวพส์ ของแคริสม่านั้น เปรียบเสมือนการเช็ดด้วยสำลีชุบน้ำเปล่าเหมือนที่แม่เช็ดให้เราตอนเด็กๆ เพราะสมัยนั้นผ้าเปียกยังไม่เป็นที่นิยม เพียงแค่เช็ดด้วยน้ำเปล่า ก็ให้ความรู้สึกที่สะอาด สบายก้นได้แล้ว ลืมไปเลย เรื่องสารช่วยทำความสะอาด หรือสารให้ความชุ่มชื้นอื่นๆ เพราะนอกจากอาจทำให้เกิดการระคายเคืองจากการทิ้งสารเหล่านั้นไว้บนผิวแล้ว พวก oil ที่ให้ความชุ่มชื้นต่างๆ อาจเป็นอาหารที่ดีของแบคทีเรียที่ทำให้ลูกเราก้นแดงได้ คอนเซ็ปต์ Less is More นี่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยจริงๆ จะใส่มากไปทำไม ในเมื่อไม่จำเป็น

แคริสม่านี่เค้าเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ได้ดีจริงๆ ค่ะ ตอบโจทย์ความกังวลของมนุษย์แม่ได้ทุกข้อ หม่ามี๊ปลื้มใจค่ะ

หากคุณแม่ทุกท่านที่สนใจ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ได้ที่ Tops Market

และสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ที่

FB: Karismawetwipes

IG: Karisma_thailand

Line: @Karisma_th_officia

Website: www.karisma.co.th

ผ้าเปียก