ผ่าคลอด บล็อคหลัง ดมยาสลบ ภาวะแทรกซ้อน ความเสี่ยงที่แม่ต้องเจอตอนผ่าคลอด

lead image

รู้ลึกเรื่องคลอด ผ่าคลอด ดมยาหรือบล็อกหลัง ข้อดีข้อเสีย อาการข้างเคียง ความเสี่ยง ภาวะแทรกซ้อน แม่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ!

รู้ครบเรื่องคลอดลูก ผ่าคลอด บล็อคหลัง ดมยาสลบ

ไขความกระจ่าง คลอดลูก การคลอดธรรมชาติ ผ่าคลอด บล็อคหลัง ดมยาสลบ มีอาการข้างเคียงยังไง รู้ข้อดีข้อเสีย ภาวะแทรกซ้อน ก่อนตัดสินใจปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

 

คลอดธรรมชาติ VS ผ่าคลอด

สิ่งที่คุณแม่กังวลระหว่างการคลอดบุตรไม่ว่าทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง คือ ความเจ็บปวดระหว่างการรอคลอด เบ่งคลอด หรือผ่าคลอด โดยทั่วไปวิสัญญีแพทย์จะให้บริการระงับความเจ็บปวด ติดตามอาการและเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทั้งในมารดาและทารกระหว่างที่รอคลอดหรืออยู่ในห้องผ่าตัด ซึ่งสามารถแยกได้เป็น 2 กรณี คือ

 

คลอดธรรมชาติ

การคลอดเองทางช่องคลอด มีการระงับความปวดแบ่งได้ตามระยะของการคลอดบุตร ในช่วงแรกที่รอให้ปากมดลูกเปิดหมด ช่วงเบ่งคลอด ช่วงหลังคลอด ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละระยะที่แตกต่างกัน

  • การคลอดทั่วไปแพทย์จะยาบรรเทาปวดในรูปแบบยาฉีดเข้าเส้นน้ำเกลือเวลาที่คุณแม่ปวดมาก หรือร้องขอยาแก้ปวด ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์เร็ว แต่ระยะเวลาสั้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้มียาตกค้างผ่านไปสู่ทารกซึ่งอาจมีการกดการหายใจของเด็กทารกแรกเกิดได้
  • ในช่วงที่เบ่งคลอดมักไม่นิยมให้ยาแก้ปวด เนื่องจากอาจทำให้คุณแม่ง่วงซึมและไม่มีแรงเบ่งคลอด
  • ช่วงหลังคลอดขณะที่เย็บซ่อมแผลฝีเย็บแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณดังกล่าวให้
  • หลังจากนั้นจะให้เป็นยารับประทานบรรเทาปวดเป็นพาราเซทตามอลแบบทั่วไป ยกเว้นกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อนเช่น แผลกว้าง แผลลึก แผลบวม จีงสั่งยาแก้ปวดอื่นๆ เพิ่มเติมให้

ในโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งจะมีบริการคลอดบุตรที่ไม่เจ็บปวด (Painless labor)

ซึ่งจะกระทำโดยวิสัญญีแพทย์ ทำการบล็อคหลังให้คุณแม่ในขณะที่รอคลอด โดยค้างสายฉีดยาไว้เพื่อเติมยาแก้ปวดเป็นครั้งๆ ตามระยะของการคลอดบุตรได้ คุณแม่จะไม่มีความรู้สึกช่วงครึ่งล่างของลำตัว ทำให้ไม่เจ็บปวด แต่มีข้อเสียคือ อาจทำให้ดำเนินการคลอดช้าออกไป และบางครั้งมีภาวะแทรกซ้อนจากการบล็อคหลังตามมาได้ เช่น ปวดศีรษะ ปวดหลัง ลุกเดินได้ช้า

 

ผ่าคลอด

การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง มีการระงับปวดโดยวิสัญญีแพทย์ในห้องผ่าตัด สามารถกระทำได้ 2 ลักษณะ คือ การบล็อคหลัง และการดมยาสลบ ซึ่งมีข้อเด่น ข้อด้อยต่างกัน แล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป แต่โดยส่วนใหญ่สูติแพทย์และวิสัญญีแพทย์มักนิยมบล็อคหลังมากกว่า เนื่องด้วยมีความปลอดภัยสูงและยาที่ใช้ไม่กดการหายใจของเด็กทารกแรกเกิด แต่การดมยาสลบอาจมียาสลบส่งผ่านรกไปยังเด็กทารกในครรภ์ได้

 

ดมยาสลบ กับ บล็อคหลัง

การบล็อคหลัง

  • บล็อคหลังราคา ถูกกว่า
  • ประสิทธิภาพในการระงับปวด เท่ากัน
  • ความเสี่ยงต่อมารดา น้อยกว่า
  • ความเสี่ยงต่อทารก น้อยกว่า
  • การผ่าตัดคลอดแบบยาก นิยมน้อยกว่า
  • ภาวะแทรกซ้อน เสี่ยงปวดหลัง  ปวดศีรษะ เสี่ยงความดันโลหิตต่ำ
  • ระยะเวลาออกฤทธิ์ ยาวกว่า จนถึงหลังคลอด 6 ชั่วโมง
  • ผู้ให้บริการ วิสัญญีแพทย์

 

การดมยาสลบ

  • ดมยาสลบราคา แพงกว่า
  • ประสิทธิภาพในการระงับปวด เท่ากัน
  • ความเสี่ยงต่อมารดา มากกว่า
  • ความเสี่ยงต่อทารก มากกว่า
  • การผ่าตัดคลอดแบบยาก นิยมมากกว่า
  • ภาวะแทรกซ้อน เสี่ยงสำลักอาหาร เสี่ยงปอดติดเชื้อ
  • ระยะเวลาออกฤทธิ์ สั้นกว่า เฉพาะเวลาที่ดมยาสลบอยู่เท่านั้น
  • ผู้ให้บริการ วิสัญญีแพทย์ หรือ วิสัญญีพยาบาล

 

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2017/11/ผ่าคลอด.jpg ผ่าคลอด บล็อคหลัง ดมยาสลบ ภาวะแทรกซ้อน ความเสี่ยงที่แม่ต้องเจอตอนผ่าคลอด

 

 

หากคุณแม่มีข้อบ่งชี้หรือจำเป็นต้องรับการผ่าตัดคลอดบุตร สูติแพทย์จะทำการประเมินสภาวะของคุณแม่ว่าเหมาะสมที่จะบล็อคหลังหรือดมยาสลบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประวัติ โรคประจำตัว ความเร่งด่วนในการผ่าตัดคลอด ทั่วไปนิยมบล็อคหลังมากกว่าเนื่องจากความเสี่ยงโดยรวมต่ำกว่าดมยาสลบและคุณแม่มีสติอยู่ สามารถรับรู้เหตุการณ์ในห้องผ่าตัดได้ ได้ยินเสียงลูกร้อง ได้เห็นลูกตั้งแต่แรกคลอด

 

การบล็อคหลังผ่าคลอดจึงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ มีเข็มบล็อคที่ขนาดเล็ก ความชำนาญของวิสัญญีแพทย์ที่สามารถแทงเข็มได้อย่างแม่นยำ สามารถปรับยาชาให้เหมาะสม ไม่กดการหายใจของคุณแม่ และหลังคลอดยังเติมยาแก้ปวดได้อีก

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คลิปผ่าคลอดหมอฝรั่ง เปิดประสบการณ์ แม่ไทยคลอดไกลถึงออสเตรเลีย

แม่แชร์ ประสบการณ์ผ่าคลอด 10 เรื่อง อะไรบ้างที่จะต้องเจอในระหว่างผ่าคลอด

คลอดธรรมชาติ vs ผ่าคลอด คุณแม่อยากเลือก วิธีคลอดลูก แบบไหน?