ประสบการณ์ตรง : บทเรียนจากคุณแม่วัยใส เตือนใจวัยรุ่นท้องก่อนวัยอันควร

lead image

ใครจะคิดล่ะว่าวันหนึ่งฉันจะกลายมาเป็นคุณแม่วัยใสที่ตั้งครรภ์ในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยในปีสุดท้าย ที่เหลืออีกเพียงไม่กี่หน่วยกิตฉันก็จะจบและได้รับปริญญาให้พ่อกับแม่ได้ภาคภูมิใจ แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเพราะ...ฉันท้อง

ประสบการณ์ตรงจากนักศึกษาสาวที่กำลังเรียนปีสุดท้าย แต่พลาดพลั้งไปกับแฟนหนุ่ม จึงทำให้เธอได้กลายมาเป็น “คุณแม่วัยใส” ถ้าหากเธอยังไม่ท้องตอนนี้ใบปริญญาและอนาคตของเธอคงอยู่ไม่ไกล แต่ตอนนี้ลูกในท้องได้เปลี่ยนอนาคตของเธอไปแล้ว มาอ่านเรื่องราวของเธอและร่วมเป็นกำลังใจให้กับหญิงสาวทุกคนที่ท้องก่อนวัยอันควร แม้อดีตเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่อนาคตเราสามารถวางแผนและทำให้ดีขึ้นได้

ประสบการณ์ตรง : บทเรียนจากคุณแม่วัยใส เตือนใจวัยรุ่นท้องก่อนวัยอันควร

อนาคตที่กำลังจะสดใส กับพังทลายลงในพริบตา

ตอนนั้นฉันเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งอีกประมาณหนึ่งเทอมฉันก็จะเรียบจบเอาใบปริญญาไปให้พ่อกับแม่แล้ว แต่เรื่องราวเล่านี้ก็เกิดขึ้นกับตัวเอง.....

ฉันกับแฟนเราเจอกันตอนไปทำกิจกรรมการแข่งขันฟุตซอลการกุศลของโรงเรียน เพื่อหาเงินทุนมาให้รุ่นน้องได้มีเครื่องดนตรีใหม่ใช้ หลังจากที่ได้เจอกัน เราก็คุยกันมาเรื่อยๆ จนมาเริ่มคบกันในช่วงวาเลนไทน์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ชวนฉันไปที่ห้อง ตอนแรกๆ ฉันก็ไม่กล้า พอเขาตื๊อหลายๆ ครั้ง ฉันก็ตกลงปลงใจที่จะไปห้องกับเขา แล้วเราก็มีอะไรกัน ครั้งแรกตอนนั้นเขาใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน แต่พอมีอะไรกันหลายๆ ครั้งเข้า เขาก็เริ่มขอที่จะไม่ใส่ถุงยาง ด้วยการปล่อยให้หลั่งข้างนอก ฉันก็ยินยอมเพราะคิดว่ามันไม่น่าจะท้อง และคิดอีกอย่างว่าค่อยซื้อยาคุมกินทีหลัง พอเวลาผ่านไปจนถึงเกือบๆ ปลายเดือน มี.ค. ประจำเดือนของฉันยังไม่มา จะทำให้ฉันเริ่มกังวลใจ บวกกับช่วงนั้นมีเรื่องให้คิดและเครียดบ่อย จึงคิดว่าประจำเดือนคงจะเลื่อน และก็ไม่คาดคิดว่าผลของการหลั่งข้างนอกจะมีความเสี่ยงทำให้ท้องได้!

พอถึงสิ้นเดือนประจำเดือนฉันก็ยังไม่มา ฉันเริ่มเครียดขึ้นเพราะประจำเดือนยังไม่มา ยาคุมก็ไม่ได้กินสักทีเพราะการกินยาคุมครั้งแรกต้องรอให้ประจำเดือนมาก่อนถึงจะกินได้  ฉันจึงตัดสินใจบอกแฟนว่าประจำเดือนขาด เขาเลยลองซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มาตรวจดู ตอนที่รอผลฉันตื่นเต้นและลุ้นมาก ไม่อยากให้มันเป็นแบบที่คิด แต่แล้วผลมันก็โชว์ขีดแดงๆ 2ขีดให้ฉันเห็น นั้นหมายความว่า ฉันท้อง!!!

ความรู้สึกตอนนั้นมันทั้งดีใจและเสียใจปะปนกันไปหมด  ฉันไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่รู้จะเริ่มบอกพ่อกับแม่ยังไง จะบอกเพื่อนหรือคนรอบข้างว่าอะไรดี มันกลัวไปหมด เรียนก็ยังไม่จบ แถมมาท้องซะก่อน กลัวคนจะดูถูก กลัวคนจะซ้ำเติม หลากหลายความรู้สึกและความคิดในตอนนั้นมันประเดประดังกันเข้ามาหมด แต่มีหนึ่งความคิดที่ไม่เคยมีในหัวของฉันเลย คือฉันไม่คิดที่จะเอาเขาออกเด็ดขาด!!! ถึงแม้ฉันจะท้องในวัยเรียน จะได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่วัยใส ท้องแบบไม่พร้อม แต่ยังไงเขาก็คือเลือดเนื้อที่เกิดมาจากความรักของฉันกับแฟน ฉันทำร้ายเขาไม่ได้

ฉันรู้ว่าฉันคงจะลำบากที่จะต้องเลี้ยงดูเขา เพราะหนทางข้างหน้ามันคงไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคงโรยไปด้วยกรวดหินดินทรายที่มีแต่ทางลูกรังให้ฉันได้ก้าวเดินไป  ฉันอาจจะต้องเจ็บเท้าในขณะที่ก้าวเดินไป แต่ฉันก็พร้อมที่จะยอมรับมัน เพราะมันเกิดจากการกระทำของฉันเอง ฉันจึงจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวฉันเอง ตอนนั้นฉันรู้สึกขอบคุณแฟน ที่เขาไม่เคยขอให้ฉันไปทำแท้ง เขากลับยินดีที่จะให้ลูกได้เกิดมาและรับผิดชอบในตัวฉันกับลูก ในวันนั้นฉันคิดไม่ออกเลยว่าถ้าเขาบอกให้ฉันไปทำแท้ง ฉันจะมีสภาพเป็นยังไง มันคงบอบช้ำน่าดู

เริ่มต้นบอกพ่อแม่ด้วยความรู้สึกผิดที่สุดในชีวิต

หลังจากที่ฉันรู้ว่าฉันท้อง ฉันก็เริ่มดูแลตัวเอง ระมัดระวังเรื่องการทานอาหารมากขึ้น เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณแม่มือใหม่ ตอนนั้นฉันยังไม่ได้บอกใครแม้กระทั่งแม่กับพ่อหรือเพื่อนสนิท จนแม่เริ่มสงสัยและถามฉันว่าเดือนนี้ประจำเดือนมาหรือยัง ฉันก็ตอบว่ายัง (แม่จะคอยสังเกตฉันกับพี่สาวเสมอว่าประจำเดือนมาหรือยัง) ฉันก็บอกไปว่าเดี๋ยวก็คงมา ประจำเดือนคงเลื่อน จนสิ้นเดือน เม.ย. แม่เห็นว่าประจำเดือนของฉันก็ยังไม่มา เลยถามฉันตรงๆ ว่า เคยไปมีอะไรกับใครหรือเปล่า ตอนแรกๆ ฉันก็ไม่กล้าบอก จนแม่เค้นหนักเข้า ก็เลยบอกว่ามีอะไรกับแฟนมา แม่ก็ถามอีกว่าไม่ได้ป้องกันหรือยังไง ฉันก็บอกไปว่าช่วงแรกๆ ก็ป้องกัน แต่ช่วงหลังไม่ได้ป้องกัน พอจะกินยาคุมประจำเดือนก็ไม่มาสักที แม่ก็ว่าฉันยกใหญ่ ว่าทำไมสะเพร่าแบบนี้ ของแบบนี้มันเล่นกันได้ที่ไหน หลายคำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากแม่ ฉันรู้ว่ามันเต็มไปด้วยความผิดหวัง ความเสียใจของท่าน ฉันทำอะไรไม่ได้นอกจากกล่าวคำว่าขอโทษ  ไม่มีใครอยากพลาดหรอก เชื่อฉันสิ แต่เพราะความไม่รู้และคิดน้อยของฉัน มันเลยเป็นแบบนี้

แม่ซื้อที่ตรวจครรภ์มาให้ฉันตรวจ เช้าวันรุ่งขึ้นฉันก็ตรวจเหมือนอย่างที่ทำครั้งแรก ผลก็ออกมา 2 ขีดเหมือนเดิม พอฉันเอาไปให้แม่ดู  สีหน้าแม่ตอนนั้นซีดขาวไปหมด แม่คงไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แม่พูดขึ้นมาว่า “ถ้าแม่รู้จักที่ทำแท้งแม่คงให้มึงไปทำ แต่แม่ไม่รู้จักและมันก็บาปมากถ้าแม่ให้มึงไปทำแบบนั้น” พอได้ยินแม่พูดแบบนั้น มันจุกไปหมด พูดอะไรไม่ออก ฉันรู้ว่าแม่ไม่อยากให้ฉันเสียอนาคต แต่แม่จะให้ฉันฆ่าลูกของตัวเองได้ยังไง ฉันทำไม่ได้หรอก ถ้าตอนนั้นแม่ไม่ยอมรับที่ฉันท้องและยื่นคำขาดว่าให้ฉันไปทำแท้ง ถ้าฉันไม่ไปทำแม่จะไล่ออกจากบ้าน  ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฉันก็ไม่ทำเด็ดขาด ฉันขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าที่จะต้องฆ่าลูกตัวเอง แต่แม่ก็ไม่ได้ให้ฉันทำอย่างนั้น

ชีวิตของคุณแม่วัยใส ท้องในวัยเรียนจะเป็นอย่างไรคลิกอ่านหน้าต่อไป >>

ครอบครัวคือฝ่ายที่ยอมรับและเข้าใจ

เมื่อแม่รู้เรื่องแล้ว แม่ก็ให้ฉันบอกเรื่องนี้กับพ่อ พอพ่อรู้ พ่อก็เงียบและน้ำตาไหล ฉันเห็นแบบนั้นแล้วเจ็บมาก รู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกที่แย่มากๆ ที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียใจ ฉันก็ได้แค่กล่าวคำว่าขอโทษ พ่อก็บอกว่าในเมื่อเขาเกิดมาแล้ว ก็ต้องยอมรับมัน ทำวันนี้ให้ดีที่สุดก็พอ หลังจากวันนั้นพ่อแม่ก็ให้พาแฟนมาคุยว่าจะเอายังไงกันต่อไป ซึ่งแฟนก็บอกว่าจะพาพ่อแม่มาขอแล้วก็ผูกข้อไม้ข้อมือกันไปก่อน เราจึงได้จัดงานเล็กๆ ที่มีแต่ญาติๆ กับเพื่อนสนิทไม่กี่คน งานวันนั้นผ่านพ้นไปด้วยดีเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความยินดี  หลังจากวันงานสามีก็ได้ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านกับฉัน เพราะแม่กับพ่อไม่ยอมให้ฉันย้ายไปอยู่ข้างนอก

คุณแม่วัยใส

บทเรียนคุณแม่วัยใสก้าวสู่บทบาทของความเป็นแม่

หลังจากท้องได้ 5 เดือนฉันยื่นเรื่องดรอปเรียน จนมาถึงวันนี้ฉันท้องได้ 31 สัปดาห์แล้ว อีกประมาณ 9 สัปดาห์ฉันกับเจ้าตัวน้อยก็จะได้เจอกัน มันคงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเป็นแม่  "ลูก" เป็นกำลังใจให้ฉันก้าวข้ามผ่านหลายๆ ปัญหา หลายๆ คำพูดที่ไม่ดี คำพูดที่โดนด่าว่าและดูถูก  มันเหมือนเป็นแรงผลักดันที่จะให้ฉันทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม หากฉันไม่ได้มีลูกระหว่างเรียน ฉันก็คงเรียนจบ มีงานที่ดีทำ และเป็นอนาคตที่พ่อแม่ภูมิใจ แต่การมีลูกในตอนนี้เหมือนเขาได้เข้ามาเติมความรัก ที่เคยเป็นช่องว่างระหว่างฉันและพ่อแม่ที่หายไปกลับผูกพันกันมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับพ่อแม่ฉันอาจจะกลายเป็นลูกที่แย่ไปแล้ว แต่สำหรับลูกฉันจะเป็นแม่ที่ดีของเขาให้ได้ ฉันไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นยังไงแต่ฉันจะดูแลเขาให้ดีที่สุด ทุกๆ วินาทีที่เขาดิ้นอยู่ในท้อง มันเป็นความรู้สึกวิเศษมากๆ ฉันเฝ้ารอคอยวันที่ลูกจะออกมาลืมตาดูโลก บทเรียนชีวิตของฉันครั้งนี้มันช่างมีคุณค่าและมีราคามากเสียยิ่งกว่าเงินทอง 

ฉันขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่วัยใสทุกคน และคุณแม่ท่านอื่นที่อาจจะท้องแบบไม่พร้อม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ช่วงแรกๆ มันอาจจะยากที่จะก้าวผ่านปัญหานั้นมาได้ แต่ขอให้เชื่อว่า ทุกๆ ปัญหาย่อมมีทางแก้เสมอ และใช้สติให้มากๆ และมันจะผ่านไปได้

.....................................

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
แชร์ประสบการณ์ ไม่ดูแลตัวเองตอนท้อง ส่งผลสู่ลูกในท้องแบบคิดไม่ถึง
ประสบการณ์คลอดลูก: ลูกกลับหัวแล้วแต่ไม่ยอมลงมา