ประสบการณ์คลอดลูก: ลูกกลับหัวแล้วแต่ไม่ยอมลงมา

เมื่อคุณเเตรียมตัวจะคลอดลูกเองด้วยวิธีธรรมชาติไว้อย่างดีและลูกก็กลับหัวรอไว้แล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาคลอดลูกไม่ยอมลงมาซะงั้น คุณจะทำอย่างไร เรามีประสบการณ์ของแม่ท่านหนึ่งมาฝาก

ลูกกลับหัว, คลอดลูก, ประสบการณ์

ลูกกลับหัว, คลอดลูก, ประสบการณ์

 ลูกกลับหัว, คลอดลูก, ประสบการณ์

เมื่อถึงเวลาคลอดลูก ลูกกลับหัวแล้วแต่ไม่ยอมลงมา

ฉันเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ก่อนที่ฉันจะท้อง เพราะว่ามีข้อมูลมากมายที่น่าสนใจเพื่อการตั้งครรภ์คุณภาพเท่าที่ฉันจะทำได้ ก่อนที่จะเข้าสู่ไตรมาส 2 ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะคลอดลูกเองโดยวิธีธรรมชาติและใช้ยาแก้ปวดให้น้อยที่สุด ที่สำคัญฉันตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ด้วย

เมื่อฉันตั้งท้องได้ 37 สัปดาห์ ฉันเริ่มกังวลเนื่องจากลูกกลับหัวอยู่ในท่าเตรียมคลอดตั้งแต่สัปดาห์ที่ 30 แล้วแต่ลูกยังไม่เคลื่อนตัวลงมาบริเวณปากช่องคลอดเลย ทุกครั้งที่ไปหาหมอสูตินรีแพทย์ และมีการตรวจภายใน หมอจะบอกเสมอว่า “หัวลูกยังไม่ลงมาที่ปากช่องคลอดเลย นิ้วหมอสอดเข้าไปในช่องคลอดจนสุดแล้วยังไม่แตะหัวลูกเลยค่ะ” นั่นหมายความว่าฉันยังไม่เจ็บท้องคลอดลูกในเร็ว ๆ นี้แน่ ต้องรอต่อไป ก็การรอนี่ล่ะค่ะที่สุดจะทน

รอ 

เราก็อดทนรอแล้วรอเล่า ด้วยความหวังว่าลูกจะเคลื่อนตัวลงมาและปากช่องคลอดเปิด ฉันจะได้เจอลูกที่ฉันเฝ้ารอ ฉันอยากจะหอม อยากจะกอดลูกจะแย่อยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่ฉันคาดหวัง เรากังวลว่าถ้ารอให้เจ็บท้องคลอดเองซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ลูกที่ยังอยู่ในท้องก็จะโตขึ้นจนในที่สุดก็ไม่สามารถคลอดเองได้

เมื่อก้าวเข้าสู่สัปดาห์ที่ 39 ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าลูกเคลื่อนตัวลงมาบริเวณเชิงกรานเลย เราเลยตัดสินใจให้คุณหมอฉีดยาเร่งคลอด เพราะว่าฉันอดทนรอที่จะเห็นหน้าลูกด้วยวิธีการคลอดเองแบบธรรมชาติไม่ไหวแล้ว

อ่านประสบการณ์คลอดลูกต่อหน้าถัดไป >>>


ฉันไปถึงโรงพยาบาลตอน 7 โมงเช้า เจ้าหน้าที่ก็เหน็บยาเร่งคลอดให้ฉัน เพื่อช่วยให้ปากมดลูกอ่อนนุ่มและมดลูกจะบีบรัดตัวดีขึ้น ไม่นานมดลูกก็บีบรัดตัวแบบเจ็บเตือน แต่ก็ไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดนะคะตอนนี้

ขณะที่พยาบาลตรวจปากช่องคลอดของฉันเธอก็บอกว่าอดทนหน่อยนะคุณแม่ เจ้าหน้าที่เป็นหนึ่งในกำลังใจที่สำคัญนอกจากสามีที่อยู่เคียงข้างฉันนานถึง 12 ชั่วโมงกว่าจะคลอดเจ้าตัวจิ๋วออกมา

ประมาณบ่าย 2 โมง หมอก็เข้ามาตรวจดูว่าฉันเป็นอย่างไรบ้าง ปากช่องคลอดของฉันแทบจะไม่เปิดเลย  ดังนั้นหมอเลยให้ออกซิโตซินผ่านการให้น้ำเกลือเพื่อเร่งกระบวนการคลอดให้เร็วขึ้น ระหว่างนั้นเองที่การเจ็บเตือนเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น แต่ฉันก็ยังพอทนไหว ฉันและสามีหาเรื่องเบี่ยงเบนความเจ็บปวดโดยการคุยกันและดูทีวีด้วยกัน ระหว่างนั้นพยาบาลก็มาโกนขนบริเวณอวัยวะเพศ ขา สวนทำความสะอาดโดยไม่ให้มีปัสสาวะตกค้างและใส่เครื่องตรวจดูจังหวะการเต้นของหัวใจลูกในท้องและการบีบรัดตัวของมดลูก จนฉันไม่สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำได้อีกต่อไป

ตอน 4 โมงเย็น ปากช่องคลอดฉันเปิดไปแค่ 2 เซนติเมตรเอง คุณหมอแนะนำว่าให้เจาะถุงน้ำคร่ำเพื่อเร่งให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น เราเลยตกลง หลังจากเจาะถุงน้ำคร่ำให้แตก ทีนี้แหละคุณเอ๋ย อาการปวดท้องยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นจนฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

ลูกก็ยังไม่ยอมลงมา...อ่านต่อหน้าถัดไป >>>


พอถึงเวลาประมาณ 6 โมงเย็นฉันเลยตัดสินใจขอยาแก้ปวด เพราะฉันทนกับความปวดท้องไม่ไหวแล้ว นางพยาบาลเอาแก๊สมาให้ดม ฉันรู้สึกคลื่นไส้และเวียนหัวมาก แต่ฤทธิ์ของมันทำให้ฉันหายปวดได้มากทีเดียว ฉันดมแก๊สบ้าง หยุดดมบ้างประมาณ 1 ชั่วโมงเลยตัดสินใจของยาบล็อกหลัง เพราะว่าแก๊สทำให้ฉันรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้มิหน่ำซ้ำการเจ็บเตือนก็มีถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น จนฉันทนไม่ไหวแล้ว
หมอเข้ามาดูฉันตอน 2 ทุ่ม และพาหมอที่วิสัญญีเข้ามาฉีดยาบล็อกหลังให้ฉันด้วย ตัวฉันชาไปหมดแต่ความเจ็บปวดก็หายไปเป็นทันที ฉันรู้สึกตัวเวลาที่มดลูกบีบตัว แต่ไม่เจ็บอีกแล้ว ไม่รู้จะบรรยายให้คุณเห็นภาพอย่างไร เอาเป็นว่าการบล็อกหลังทำให้ฉันรู้สึกโล่ง และสบายมากทีเดียว

หลังจากที่ชินกับปฏิกิริยาของยาบล็อกหลังแล้ว คุณหมอก็ถามฉันว่าเคยเผื่อใจไว้กับการผ่าคลอดบ้างไหม เพราะว่าหมอรู้ว่าคุณตั้งใจจะคลอดเองแต่ลูกไม่ยอมลงมาซักที แต่หมอยังคงเชื่อว่าฉันยังอยากคลอดเองอยู่ แต่ฉันเบื่อกับการรอคอยตั้ง 12 ชั่วโมงแล้วล่ะ แถมสามีและฉันยังไม่ได้นอนอีกทั้งคืนเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าลูก เราเลยตัดสินใจผ่าคลอด

เราเข้าไปในห้องคลอดประมาณ 4 ทุ่ม และลูกของเราน้องไตเติ้ลออกมาลืมตาดูโลกตอน 5 ทุ่ม 36 นาที ลูกหนักตั้ง 3,540 กรัมแหนะ เส้นรอบหัวของลูกวัดได้ 36 เซนติเมตร คุณหมอเลยบอกว่าหัวลูกที่ค่อนข้างใหญ่นี่แหละที่เป็นสาเหตุทำให้ลูกไม่สามารถเคลื่อนตัวมาที่ช่องคลอดได้

ประสบการณ์คลอดลูก: ลูกกลับหัวแล้วแต่ไม่ยอมลงมา

การคลอดลูกในครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ฉันไม่สามารถคลอดลูกเองตามธรรมชาติได้ และต้องใช้การดมยาแก้ปวดและการบล็อกหลังด้วย แต่อย่างไรก็ตามลูกชายของฉันก็คลอดออกมาอย่างแข็งแรงและปลอดภัย