ผ่าคลอดเป็นยังไง แม่ขอแชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดอย่างละเอียดยิบที่ต้องเผชิญ!!

lead image

ประสบการณ์ผ่าคลอดนี้จะทำให้คุณแม่ที่เตรียมตัวผ่าคลอดรู้ว่าจะต้องเผชิญอะไรบ้าง ควรเตรียมตัวอย่างไร และอาการหลังการผ่าคลอดต้องดูแลอย่างไร

ผ่าคลอดเป็นยังไง เรื่องที่ตัวดิฉันเองก็ยังไม่เคยเจอ ทั้ง ๆ ที่เตรียมใจคลอดโดยวิธีธรรมชาติ และก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าไม่สามารถคลอดเองได้…

ผ่าคลอดเป็นยังไง แม่ขอแชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดอย่างละเอียดที่ต้องเผชิญ!!

ตลอดที่ได้รับการดูแลจากคุณหมอช่วงฝากท้อง 9 เดือน คุณหมอบอกว่าร่างกายสมบูรณ์ปกติดี แต่เด็กดูตัวใหญ่อาจจะคลอดลูกลำบากนิดนึง ดิฉันเลยเตรียมใจเบ่งคลอดลูกเต็มที่ ชนิดที่ว่าถึงไหนถึงกัน แต่พออาทิตย์สุดท้าย คุณหมอถามว่า “คุณแม่ไม่ปวดท้องเลยหรอ ปกติบางรายเขาคลอดไปแล้ว เพราะว่าถึงเวลาที่ควรจะคลอดแล้วนะครับ ปากมดลูกคุณแม่ก็ยังไม่เปิด สงสัยว่าจะต้องใช้การผ่าคลอดนะครับ หรือหากคุณแม่จะรอให้ปวดท้องคลอดเองก็ได้นะครับ แต่ถึงตอนนั้นสุดท้ายแล้วก็อาจจะต้องผ่าคลอดหากเด็กยังไม่สามารถเคลื่อนตัวลงมาสู่ช่องคลอด”

พอได้ฟังอย่างนี้ดิฉันก็เลยปรึกษาสามีและเลือกที่จะฉีดเร่งคลอดก่อน หากไม่เกิดปฏิกิริยาอะไรก็คงต้องผ่าคลอดจริง ๆ ซะแล้ว ยอมรับว่าเครียดนะคะ เพราะตั้งใจจะคลอดเอง ไม่อยากผ่าคลอด ไม่ใช่ว่ากลัวเจ็บ แต่กังวลไปก่อนแล้ว กลัวว่าร่างกายจะไม่ผลิตน้ำนมให้ลูกเพียงพอ เพราะจำได้ว่าตอนแม่คลอดน้อง แม่ของฉันก็ไม่มีน้ำนมให้น้องเลย

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2015/10/pregnant woman in hospital.jpg ผ่าคลอดเป็นยังไง แม่ขอแชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดอย่างละเอียดยิบที่ต้องเผชิญ!!

ระหว่างที่นอนรอให้น้ำเกลือเพื่อเร่งคลอดผ่านไปแล้วครึ่งวัน ทุกอย่างก็ยังเป็นปกติ คุณหมอเลยต้องเร่งน้ำเกลือจาก 80 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง เป็น 90 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง ผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกเจ็บเตือน ปวดท้อง คุณหมอเข้ามาตรวจดูว่าปากช่องคลอดเปิดมากขึ้นไหม แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีวี่แววว่าจะคลอดเองได้ สรุปสุดท้ายเลยต้องผ่าคลอด

เมื่อถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด พยาบาลเปิดเพลงเพื่อให้ผ่อนคลาย จากนั้นก็เตรียมร่างกายให้พร้อม ใช้วิธีบล๊อกหลังเพื่อให้เรายังรู้สึกตัวและเห็นหน้าลูก เพียงแต่ร่างกายตั้งแต่ช่วงท้องลงไปจะไม่รู้สึกอะไรนอกจากชา ดิฉันมองหาสามีว่าเมื่อไหร่จะเข้ามาสักที เพราะตอนนั้นต้องการเขามากที่สุด อยากให้เห็นหน้าลูกพร้อมกัน

src=https://th admin.theasianparent.com/wp content/uploads/sites/25/2013/05/c section.jpg ผ่าคลอดเป็นยังไง แม่ขอแชร์ประสบการณ์ผ่าคลอดอย่างละเอียดยิบที่ต้องเผชิญ!!

ประสบการณ์การผ่าคลอด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อสามีเข้ามาในห้องผ่าตัดทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สามีเล่าให้ฟังว่าพอเข้าไปในห้องผ่าตัดและกุมมือฉันไว้ประมาณ 2 นาที คุณหมอก็กดท้องเหมือนพยายามคว้านหาลูกในท้องแล้วเริ่มเอาหัวเจ้าตัวเล็กโผล่ ขึ้นมาเป็นลำดับแรก จากนั้นก็ใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะเป็นโลหะขนาดใหญ่คล้ายช้อนช้อนตัวลูกออกมา ลูกส่งเสียงร้องนิดเดียวเอง จากนั้นพยาบาลก็พาลูกไปทำความสะอาดตัว แล้วพาลูกมาให้เราดู วินาทีแรกที่ได้เห็นหน้าลูก น้ำตามันก็ทะลักออกมาเองเหมือนกับสมองมันสั่งว่านี่แหละผลงานอันน่าทึ่งของเรา นี่ลูกเราออกมาแล้วนะ พยาบาลถามว่า จะหอมแก้มลูกไหม แต่ฉันตอบไปว่าไม่เอาค่ะ ไม่มีแรง กลัวอุ้มลูกตอนนี้จะทำให้ลูกหล่นแล้วลูกเจ็บตัว จากนั้นสามีก็ต้องออกนอกห้องผ่าตัด ส่วนลูกก็ไปอยู่ในตู้ปรับอุณหภูมิเพื่อดูว่าตัวเหลืองไหม ส่วนดิฉัน วิสัญญีแพทย์มาให้ดมยาสลบและปล่อยให้คุณหมอเย็บแผล จากนั้นก็นอนพักฟื้นไปประมาณ 45 นาทีจนถึงรู้สึกตัวดีขึ้นมาอีกครั้ง

หลังผ่าคลอดอยู่ในโรงพยาบาลคุณหมอดูแลอย่างไร

  1. มีการวัดความดันและอุณหภูมิของร่างกายทุกชั่วโมงตลอดคืนแรก และมีการให้ยาผ่านทางสายน้ำเกลือ เรียกว่าคืนแรกแทบจะไม่ได้นอนเลยค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่จะเข้าออกห้องพักตลอดทั้งคืน
  2. มีการสังเกตปริมาณเลือดที่ออกทางช่องคลอด และดูปริมาณปัสสาวะ พอผ่านไปสัก 9 ชั่วโมงถึงจะเอาสายส่วนปัสสาวะออก ดังนั้นช่วงเข้าห้องน้ำแรก ๆ จะเจ็บขัดเวลาปัสสาวะ ดิฉันใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกว่าจะปัสสาวะเสร็จ เพราะมัวแต่ลุก ๆ นั่ง ๆ ไม่กล้าปัสสาวะเพราะเจ็บ ท้ายที่สุดต้องยอมทนเจ็บ น้ำตาแทบร่วงเลยค่ะ
  3. ต้องพยายามขยับร่างกายให้บ่อย โดยฉวยโอกาสระหว่างช่วงที่ขาหายชาแล้ว แต่ฤทธิ์ยาแก้ปวดยังมีต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ให้ขยับตัวบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการก่อตัวของพังผืดบริเวณแผล
  4. พอถอดสายน้ำเกลือแล้วพยายามลุกเดิน ช่วงแรก ๆ อาจจะมีอาการหน้ามืดได้หรือยังมีฤทธิ์ยาอยู่บ้าง ดังนั้นค่อยลุกนั่งก่อนสักพักแล้วค่อย ๆ ลุกเดินนะคะ นอกจากนี้ควรมีคนอื่นหรือพยาบาลช่วยประคองเผื่อหน้ามืดจะได้ไม่เป็นอะไร
  5. ใช้ผ้ารัดหน้าท้อง เพื่อช่วยให้การขยับเขยื้อนตัวเป็นไปได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้มดลูกไม่ลอยด้วย
  6. รับประทานอาหารอ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องอืด เพราะก่อนผ่าคลอดเราต้องงดน้ำ งดอาหาร ร่างกายของเราจึงต้องค่อย ๆ ปรับสภาพหลังจากหยุดพักระบบย่อยมา 1 วันเต็ม ๆ ไม่อย่างนั้นนอกจากจะเจ็บแผลแล้วยังมีอาการท้องอืด จุกเสียดยอดอกเพิ่มด้วย คงจะทรมานน่าดู อาหารมื้อแรกที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ดิฉันคือ น้ำข้าวต้มและน้ำขิง
  7. อาบน้ำได้ตามปกตินะคะ สมัยก่อนเวลาผ่าคลอดแล้วไม่สามารถอาบน้ำได้ แต่ปัจจุบันนี้คุณหมอเย็บไหมละลายและใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผลให้เพียงแต่ เวลาอาบน้ำไม่ต้องเน้นถูสบู่และทาครีมบริเวณที่ปิดแผลเท่านั้นเองค่ะ

นอกจากคุณหมอจะดูแลที่โรงพยาบาลแล้ว หลังกลับบ้านคุณแม่ก็ควรดูแลเพิ่มเติม อาจจะมีเจ็บแผลบ้างอย่างเวลาไอ จาม หรือเดินในช่วงแรก ๆ ยังไงก็ต้องอดทนแล้วก็พยายามดูแลแผลผ่าคลอดให้กระเทือนน้อยที่สุด ต่อจากนี้คุณแม่ท่านไหนที่กำลังเตรียมตัวผ่าคลอดคงจะได้เตรียมตัวกันถูกนะคะ.


บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :

ผ่าคลอดแบบบล็อกหลังหรือดมยาสลบ แบบไหนดีกว่ากัน?

ทารกผ่าคลอดจะได้รับจุลินทรีย์จากช่องคลอดของแม่ได้อย่างไร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!