บทความ "เมื่อลูกอย่างฉันกลายเป็นคุณแม่"

เราได้ผู้ชนะการประกวดเรียงความ "เมื่อลูกอย่างฉันกลายเป็นคุณแม่" เขียนกันมาได้ซึ้งจับใจกรรมการมาก เราขอแชร์ความซาบซึ้งในพระคุณแม่จากผู้ชนะทั้ง 3 ท่านค่ะ

เรียงความชนะเลิศอันดับที่ 1

นางสาวระวิพรรณ จินดาดวง

"เดินไหวมั้ยลูก มา ขี้นหลังแม่ อึ๊บ!! ปวดหัวอยู่มั้ย เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วลูก ทนหน่อยนะ" ประโยคนี้เป็นความทรงจำที่ประทับใจที่สุด ที่ชั้นนึกถึงทีไรก็น้ำตาคลอเบ้าทุกครั้ง

ใครอาจนึกภาพไม่ออกว่าน่าประทับใจตรงไหน แต่ในความรู้สึกของชั้น เด็กผู้หญิงอายุ 3 ขวบ ตัวป้อม ๆ กับผู้หญิงคนหนึ่งอายุยี่สิบกว่า ๆ รูปร่างผอมเพรียวที่มักไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนเหมือนปาท่องโก๋ ไร้เงาชายร่างใหญ่ไว้คอยโอบอุ้มยามชั้นหมดแรง ความทรงจำของชั้นจึงมีเพียงแผ่นหลังของผู้หญิงคนนี้ คนที่ชั้นเรียกติดปากว่า "แม่" ที่คอยเป็นที่พักพิงยามชั้นอ่อนแรงเสมอมา

ทุกครั้งที่ชั้นถามเธอว่า "แม่หนักมั้ย หนูเดินเองก็ได้" เธอจะตอบโดยไม่คิดทุกครั้งว่า "ไม่หรอกลูก" ทั้งที่ในมือเธอก็หิ้วของพะรุงพะรัง มันอาจเป็นเรื่องเล็กๆ ที่คนอื่นอาจไม่ใส่ใจจำ แต่สำหรับชั้น มันฝังลึกอยู่ในใจตั้งแต่นั้นมา จนปัจจุบันก็เป็นเวลากว่าสามสิบปีแล้ว แผ่นหลังเล็ก ๆ ที่ไม่กว้างใหญ่ทางกายภาพ แต่กว้างใหญ่และอบอุ่นมากสำหรับความรู้สึกของชั้น แม้ชั้นจะเติบโตมากแค่ไหน แต่แม่ก็ยังมีแผ่นหลังให้ชั้นพักพิงยามมีเรื่องไม่สบายใจหรือมีปัญหาเสมอมา แม่กางปีกปกป้องชั้นจากภัยอันตรายในทุก ๆ เรื่อง และจากทุก ๆ คนที่หวังร้ายกับชั้น ชั้นคิดเสมอว่า "ผู้หญิงคนนี้คือที่สุดในชีวิตของชั้น" ชั้นจะเป็นอย่างเธอให้ได้ในซักวันหนึ่ง

แล้ววันที่ฟ้าให้โอกาสชั้นได้ทำอย่างเธอก็มาถึง วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 ฟ้าส่งเด็กชายตัวเล็ก ๆ มาให้ชั้นได้มีโอกาสเอาแผ่นหลังให้เค้าพักพิง ได้มีโอกาสกางปีกปกป้องเค้าจากภัยอันตรายและจากคนที่ไม่หวังดีกับเค้า คนที่ชั้นจะเรียกตัวเองติดปากว่า "แม่" และเรียกเค้าติดปากว่า "ลูก" เด็กผู้ชายที่ทำให้ชั้นกินจนกลายเป็นหมู คนที่ชั้นอึดอัดนอนไม่หลับเพราะท้องใหญ่ คนที่ร้องเสียงใหญ่เวลาคลอด แต่กลับกรี๊ดเสียงแหลมเวลาเล่นกับชั้น คนที่หัวเราะปากบานเวลาเล่นจ๊ะเอ๋ คนที่เซียนที่สุดในสายตาชั้นเพราะเจ้าเล่ห์ลูกเล่นกะชั้นเหลือเกินเวลาหลบหลีกกินข้าว เด็กผู้ชายที่เอาลิ้นเลียหน้าชั้นทุกครั้งเวลาชั้นยื่นหน้าไปหอมและทำเสียงงุ้งงิ้ง ๆ ประจบเอาใจ คนที่วิ่งมากอดชั้นทุกครั้งเวลาตกใจเสียงดัง และกลัวตุ๊กตาตัวใหญ่ที่แม่ซื้อมาให้ คนที่พูดคำแรกได้ตอนอายุสามเดือนว่า "แม่" ถึงจะไม่ชัดมาก ชั้นก็ดีใจที่สุด คนที่นอนกอดชั้นทุกคืน และร้องไห้อาละวาดทุกครั้งเวลาชั้นเดินออกจากห้องนอนแล้วปล่อยเค้าไว้กับพ่อสองคน คนที่ทำหน้าเศร้าเบะปากจะร้องไห้ทุกเช้าเวลาต้องไปอยู่กับคุณยายเวลาชั้นไปทำงาน คนที่รีบวิ่งมาหน้าประตูบ้านคุณยายทุกวันเวลาชั้นไปรับเค้ากลับบ้านในตอนเย็น คนที่ยอมกินข้าวจนแหวะทุกครั้งที่ชั้นป้อนข้าวเพื่อเอาใจแม่ว่ากินข้าวหมดชาม ทั้งที่อิ่มมากแล้ว ทั้งหมดคือความทรงจำของชั้นที่มีต่อเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ แก้มยุ้ย ๆ ตั้งแต่คลอดจนปัจจุบัน

เด็กผู้ชายอายุ 1 ขวบ 7 วัน ที่สร้างความประทับใจให้ชั้นได้ในทุก ๆ วินาที "แม่รักลูกนะจ๊ะ แม่จะดูแลปกป้องหนูอย่างที่คุณยายของหนูทำกับแม่เสมอมา" "ขอบคุณค่ะแม่ ที่สอนความเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ให้หนู หนูรักแม่ค่ะ

เรียงความรองชนะเลิศอันดับ 1 หน้าถัดไป>>>

เรียงความรองชนะเลิศอันดับ 1

วิจิตรารัตน์ เฉลยทรัพย์

ตลอด 27 ปีที่ผ่านมา เมื่อใกล้เดือนสิงหาคม ก็จะนั่งคิดว่าจะทำอะไรเป็นของขวัญให้คุณแม่เนื่องในโอกาสวันแม่ดี ของขวัญใดจะทำให้คุณแม่รู้สึกดีใจ ประทับใจและสามารถแทนความรู้สึกที่เรามีได้ดีที่สุด และเช่นเดียวกัน ทุก ๆ ปี เมื่อคุณแม่ได้รับของขวัญ ไม่ว่าของจะเป็นอะไร สิ่งที่คุณแม่แสดงกลับมาคือ การกอด รอยยิ้มและน้ำที่เอ่อรอบ ๆ ดวงตาเสมอ

มาวันนี้ วันที่ลูกอย่างเราได้มีโอกาสเป็นแม่ จึงเข้าใจแล้วว่า ไม่ว่าของขวัญจะเป็นอะไร ถ้าของขวัญนั้นมาจากลูก มันจะยิ่งใหญ่และมีค่ามากสำหรับแม่เสมอ ตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ รู้สึกทันทีว่าต้องระวังทุกอย่างจากนี้ไป เพื่อปกป้องเจ้าตัวเล็กในท้องของเรา ความรู้สึกนี้คงเป็นสัญชาตญาณของความเป็นแม่ เช่นเดียวกับที่แม่เป็นกับเรา จากที่ไม่เคยทานอาหารตรงเวลา ไม่ห่วงเรื่องสารอาหารว่าจะครบ 5 หมู่หรือไม่ในแต่ละมื้อ กลายเป็นคนมีวินัย พิถีพิถัน ใส่ใจในทุกอย่างที่ร่างกายจะส่งไปถึงลูก รอคอยวันที่หมอนัดอย่างใจจดใจจ่อทุกครั้ง ตื่นเต้นกับการขยับและการดิ้นเล็ก ๆ ของลูก จนกระทั่งวันคลอด ซึ่งนับเป็นการผ่าตัดใหญ่ครั้งแรกในชีวิตแต่เรากลับไม่ได้กังวลและเป็นห่วงตัวเอง ความสนใจทั้งหมดของวันนั้นอยู่ที่ลูกคนเดียว ทั้งเป็นกังวล ตื่นเต้น และอยากให้ทุกอย่างออกมาอย่างราบรื่น

และในที่สุด เมื่อได้มีโอกาสพบหน้ากันเป็นครั้งแรก จุดเริ่มต้นของความเป็นแม่ และทุกอย่างที่เกี่ยวข้องก็เกิดขึ้น โลกทั้งโลกเล็กลงในทันที ทุกอย่างหมุนอยู่รอบ ๆ ตัวเด็กคนนี้นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ช่วงแรก ๆ การอุ้ม จับเรอ กล่อมลูกนอน ให้นม อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ทำความสะอาดและทุก ๆ อย่าง มันยากกว่าในหนังสือ ยากกว่าที่ทุกคนบอก หรือได้เคยยินมา แต่ด้วยความรักเราก็ค่อย ๆ ประคองกันและกันผ่านไปทีละเดือน ค่อย ๆ  เรียนรู้ความเป็นตัวลูก สิ่งที่เค้าต้องการ ค่อย ๆ ฝึกแปลภาษา และตีความหมายจากท่าทาง หรือ การร้องไห้ของลูก อดทนกับคำพูดคนรอบตัวเกี่ยวกับวิธีการเลี้ยงลูก และอะไรอีกหลายอย่างที่บางครั้งถึงกับทำให้ต้องนั่งร้องไห้เพื่อระบายความอึดอัดออกไปบ้าง บางครั้งการได้เห็นลูกกำลังหัดเดิน หัดพูดและหัดแสดงออก ทำให้เรานึกย้อนไปในวันนั้น วันที่เราหัดเดิน วันที่เราล้มลุกหกคะเมน วันนั้น แม่คงนั่งมอง และรู้สึกไม่ต่างจากเราในตอนนี้เลยจริง ๆ

จนถึงวันนี้ วันที่ผ่านความเป็นคุณแม่มาแล้วเกือบ ๆ หนึ่งปี พร้อม ๆ กับอายุของลูก ที่กำลังจะครบ 1 ขวบอีกในไม่กี่วันข้างหน้า เมื่อมองย้อนกลับไปทำให้คิดได้ว่า กว่าที่เราจะเติบโตเป็นเราได้ในทุกวันนี้ แม่ต้องผ่านอะไรมาบ้าง อดทนกับอะไรต่อมิอะไรบ้างมาเพื่อเรา ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก กังวลและเป็นห่วงเรามากแค่ไหน ของขวัญหรือสิ่งของใด ๆ ก็ไม่อาจเทียบเคียง ทดแทน หรือตอบแทนความกาลเวลาเหล่านั้นได้เลย คงจะมีเพียงสิ่งเดียวที่เราอาจจะทำได้ เพื่อตอบแทนพระคุณของแม่ นั่นก็คือ การเป็นแม่ที่ดีที่สุดของลูก แม้อาจจะทำได้ไม่ดีเท่ากับที่แม่เคยทำให้เรา แต่เราก็จะพยายามให้ดีที่สุด และแน่นอนว่าเราจะเป็นลูกที่ดีที่สุดของแม่ตลอดไปเช่นกัน

เรียงความรองชนะเลิศอันดับ 2 หน้าถัดไป>>>

เรียงความรองชนะเลิศอันดับ 2

นางวิไลรัตน์ โพธิ์เงิน

วันที่ 8 สิงหาคม 2557 ฉันก็จะเป็นคุณแม่ครบ 1 ปี 9 เดือน แล้วสินะ ฉันยังจำความรู้สึกในวันที่เข้ารับการผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องได้ วันนั้นฉันได้ยินเสียงร้องของลูกเป็นครั้งแรกมันช่างน่าอัศจรรย์ใจ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดมาจากเลือดเนื้อเชื้อไขและหัวใจของฉัน เขาร้องเสียงดังเหมือนกับยังไม่อยากออกมาจากตัวฉัน ทันใดนั้นฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าเขามีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงหรือเปล่านะ ไม่นานพยาบาลก็อุ้มลูกน้อยของฉันมาให้ฉันเห็นหน้าเป็นครั้งแรก "ลูก....ลูก...ลูก...แม่..." น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มยินดี ก็ไหลออกมา นาทีนั้นฉันอยากกอดเขามากที่สุดแต่การผ่าตัดก็ยังดำเนินต่อไป

อีกประมาณ3-4 ชั่วโมงถัดมาพยาบาลนำลูกมาส่งให้ฉัน ฉันได้อุ้มเขา กอดเขา หอมแก้มเขา ฉันปฏิบัติกับเขาด้วยความอ่อนโยน นุ่มนวลและทะนุถนอมที่สุดจนมาถึงทุกวันนี้ระยะ 1 ปี 9 เดือนอาจดูเป็นเวลาไม่นาน สำหรับผู้หญิงหลายคนที่ยังไม่มีลูก แต่ในบทบาทของความเป็นแม่ ฉันเริ่มได้เรียนรู้ถึงชีวิตที่พร้อมจะให้ได้ในทุกกรณีโดยไม่มีข้อแม้ใด ๆ ได้เรียนรู้ถึงความรักที่แท้จริงที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต เป็นความรักที่สัมผัสได้ด้วยคำว่า "แม่" ได้เรียนรู้ถึงความห่วงใยจนบางครั้งกลายเป็นความวิตกกังวลอย่างไร้เหตุผล

ในขณะที่ฉันเป็นลูกสาวคนสุดท้อง ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง แต่แม่ฉันไม่เคยตามใจฉันจนบางครั้งทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่า "แม่ไม่รัก" แม่รักแต่พีชาย ตอนฉันเรียนอยู่ประถมฉันทำกิจกรรมที่โรงเรียนเสร็จแล้วไปกินขนมที่ร้านไอศครีมกับเพื่อนต่อทำให้กลับบ้านเย็นผิดเวลา สิ่งที่ฉันเห็นเมื่อกลับถึงบ้าน คือ "แม่ฉันนั่งร้องไห้จนตาบวม" ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม่ถึงต้องร้องไห้มากขนาดนี้ แม่ร้องไห้ไปพูดไปว่า "ลูกไปไหนมา แม่เป็นห่วง" ตอนนั้นบอกได้เลยว่าฉันแปลกใจมากว่าที่แม่ร้องไห้นี่เป็นเพราะฉันกลับบ้านผิดเวลาเท่านั้นเหรอ ทำไมแม่ต้องร้องไห้มากมายขนาดไม่เป็นอันทำงานเลย ฉันไม่เข้าใจ

และมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเวลาแม่ซื้ออะไรก็แล้วแต่มากินถ้าแม่ชิม 1 คำว่าอร่อย แม่จะหยุดกินทันทีแต่จะเก็บไว้ให้ฉันกิน ฉันก็เคยถามแม่ว่าถ้าอร่อยแล้วทำไมแม่ไม่กินให้หมดล่ะ แม่ก็ไม่ตอบ บอกแค่ว่ามันอร่อยอยากให้ลูกกินแม่ไม่ค่อยชอบกินหรอก เป็นอย่างนี้มาตลอดฉันไม่เข้าใจ

จนกระทั่งวันนี้ วันที่ฉันเป็นแม่ ฉันเข้าใจแม่ของฉัน เข้าใจในสิ่งที่แม่ห่วงใย เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องร้องไห้เพราะฉัน เข้าใจว่าทำไมแม่ต้องเก็บของอร่อยไว้ให้ฉันกินทั้ง ๆ ที่ตัวเองชอบ สิ่งที่แม่ทำทุกอย่างมันคือความรัก ความเมตตา ความหวังดี ความห่วงใย ความเสียสละ ที่มีต่อลูก ฉันซึบซับความเป็นแม่ในตัวแม่ของฉัน ฉันรับรู้ได้ในความรักที่แม่มีให้กับฉันและฉันจะเลี้ยงลูกของฉันให้ดีที่สุด