น้ำมูกเขียว ทารก สีขี้มูกเขียวอี๋แบบนี้ ลูกป่วยหนักหรือเปล่า

น้ำมูกเขียว ทารก สีขี้มูกเขียวอี๋แบบนี้ ลูกป่วยหนักหรือเปล่า

สีน้ำมูกเขียวของทารก สีขี้มูกนี้บอกอะไร ลูกป่วยหนักหรือเป็นหวัดเรื้อรังหรือเปล่า

น้ำมูกเขียว ทารก เกิดจากอะไร

สีของขี้มูกหรือสีของน้ำมูกนั้น บ่งบอกถึงสภาพร่างกายของลูกรัก ที่แม่ต้องหัดสังเกต มีเด็กเล็กๆ มากมาย ที่มีน้ำมูกเขียว แต่แม่เองคิดว่าไม่เป็นอะไร แล้วจริงๆ น้ำมูกเขียว ทารก อันตรายแค่ไหน เกิดจากอะไรกันแน่

ทารกมีน้ำมูกสีเขียวหรือขี้มูกสีเขียว

สัญญาณเตือนแม่ให้ระวังว่าลูกกำลังติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อรา เพราะน้ำมูกสีเขียวหรือขี้มูกสีเขียว เป็นปฏิกิริยาของเม็ดเลือดขาวที่เกิดขึ้นเพื่อต่อต้านการติดเชื้อในร่างกาย ดังนั้น เมื่อเม็ดเลือดขาวตายแล้ว ก็จะปล่อยสารสีเขียว เมื่อสารสีเขียวปนกับเสมหะ จะทำให้เสมหะมีสีเขียว ตอนแรกจะออกเพียงสีเขียวอ่อนๆ จากนั้นค่อยๆ เข้มขึ้น 2-3 วัน หลังจากมีขี้มูกสีเขียวอ่อน

สีเขียวของน้ำมูกสัมพันธ์กับไซนัส

ถ้าเป็นหวัดเรื้อรัง หรือร่างกายอ่อนแอ ก็มีความเป็นไปได้ว่าน้ำมูกสีเขียวนั้นไปเกี่ยวเนื่องกับอาการไซนัสอักเสบ เมื่อมีอาการไซนัสอักเสบจะส่งผลให้โพรงจมูกบวม น้ำมูกที่ติดอยู่ภายในจมูก จึงเกิดการสะสมทั้งของแบคทีเรียและเชื้อราในน้ำมูก

นอกจากนี้ ยังต้องสังเกตอาการอื่นๆ ประกอบไปด้วย เช่น อาการไข้ ปวดหัว ไอ เสมหะ ของลูก

มีอะไรในจมูกลูกหรือเปล่า

เมื่อลูกมีน้ำมูกเขียวหรือขี้มูกเขียว จึงจำเป็นต้องไปพบแพทย์ เพราะนอกจากอาการหวัด ความเจ็บป่วยเรื้อรังที่ลูกต้องเผชิญแล้ว เป็นไปได้ว่า น้ำมูกสีเขียวเกิดจากสิ่งแปลกปลอมอยู่ภายในจมูกเล็กๆ ของลูก โดยเฉพาะเด็กเล็กหรือวัยเตาะแตะ ที่ชอบหยิบจับสิ่งต่างๆ ยัดเข้าไปในจมูก ยิ่งทิ้งไว้นานก็เกิดปฏิกิริยาในรูจมูก จนอาจทำให้เยื่อบุจมูกอักเสบ สีจึงออกมาอมเขียวอมเหลืองแบบสีน้ำหนอง หรืออาจเปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะมีเลือดปน

เช่นเดียวกับที่คุณหมอจตุพรเคยโพสต์ กรณีของหนูน้อยอายุ 2 ขวบกว่าๆ ที่มาพบคุณหมอด้วยอาการหวัดเรื้อรัง เหมือนจะเป็นไซนัสอักเสบ น้ำมูกเขียวข้น และมีกลิ่นเหม็น ปรากฏว่าคุณหมอได้ทำการดูดน้ำมูกข้นๆ ออก พบก้อนดำๆ ในจมูก เป็นยางรัดผมสีดำ ที่ถูกน้ำมูกเขียวเกาะ จนเห็นเป็นก้อน

คุณหมอยังแนะนำด้วยว่า ถ้าเด็กมีน้ำมูกข้างเดียว สิ่งแรกที่ต้องนึกถึง คือ เด็กเอาสิ่งของอะไรซักอย่าง ยัดใส่ในรูจมูก หรือเปล่า โดยเฉพาะ ลูกปัด (เม็ดพลาสติก) หรือของเล่นชิ้นเล็กๆ เม็ดผลไม้ เช่น ถั่ว เม็ดมะขาม เม็ดละมุด เม็ดนุ่น เม็ดน้อยหน่า และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก

แต่สิ่งที่คุณหมอย้ำมากๆ คือ ไม่ควรพยายามเอาสิ่งแปลกปลอมออกเอง เพราะอาจไปทำให้สิ่งนั้นถูกดันเข้าไปจนลึกแทน ที่สำคัญคือ แพทย์สามารถประเมินความยากง่าย เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม ระวัง!!ลูกมีน้ำมูกเขียวเหม็น อาจเป็นเพราะมีสิ่งแปลกปลอมในจมูก!!

เพื่อการรักษาอย่างถูกจุด เมื่อลูกมีน้ำมูกลักษณะเขียวข้นผิดปกติ ยิ่งมีกลิ่นเหม็นมากๆ ด้วยแล้ว ให้รีบพามาหาคุณหมอนะคะ

 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สีของขี้มูกบอกอะไรคุณ

ลองดู! อาหาร 5 อย่าง บรรเทาอาการทารกท้องเสีย

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

ข้อความที่ปรากฎในบทความนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และผู้เขียนไม่ได้เป็นตัวแทนของ theAsianparent หรือลูกค้า

บทความโดย

Tulya

app info
get app banner