น้ำนมแม่แยกชั้น กินได้อยู่ไหม แล้วแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร

lead image

น้ำนมแม่แยกชั้น กินได้อยู่ไหม แล้วแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร

น้ำนมแม่แยกชั้น กินได้อยู่ไหม

น้ำนมที่คุณแม่ปั๊มเก็บไว้ เมื่อเอานมแม่ที่แช่แข็งมาวางทิ้งไว้ให้ละลาย จะเห็นว่ามีการแยกเป็นชั้นๆ ซึ่งคุณแม่หลายท่านก็อาจตกใจและคิดว่า น้ำนมแม่แยกชั้น คือน้ำนมเสีย แต่จริงๆแล้วมันยังไม่เสียและสามารถให้ลูกกินได้นะครับ ส่วนนมเสีย คือน้ำนมที่ชิมแล้วมีรสเปรี้ยว ส่วนกลิ่นเหม็นหืนนั้นเป็นเรื่องปกติที่เกิดจากการที่ไขมันถูกย่อยสลายโดยน้ำย่อยไลเปสที่อยู่ในน้ำนมครับ

น้ำนมแม่แยกชั้น กินได้อยู่ไหม แล้วแต่ละชั้นต่างกันอย่างไร

น้ำนมแม่แต่ละชั้น ต่างกันอย่างไร

น้ำนมแม่ที่แยกชั้นนั้น ชั้นบนสุดจะเป็นส่วนของไขมัน ที่เป็นดีเอชเอ ซึ่งเป็นตัวที่ทำให้น้ำหนักของลูกเพิ่มขึ้นได้ดี อีกทั้งยังช่วยไม่ให้ลูกถ่ายบ่อยหรือเหลวเกินไป ส่วนน้ำนมชั้นล่างนั้นจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก และมีน้ำตาลแลคโต๊ส ซึ่งเป็นแหล่งให้พลังงาน โดยบางครั้งก็อาจมีตะกอนนมจับอยู่บริเวณด้านข้างขวด แต่นั่นไม่ได้แปลว่านมเสียหรือนมบูดนะครับ เพียงแต่เวลาที่จะนำมาให้ลูกกินก็ให้นำขวดมาแกว่งเบาๆในน้ำอุ่น เพื่อให้ชั้นของน้ำนมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แต่อย่าเขย่าแรงนะครับ เพราะอาจจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวแตก จนทำให้คุณค่าของน้ำนมลดลงได้

น้ำนมแม่มีกลิ่นเหม็นหืน ทำอย่างไรดี

วิธีการลดกลิ่นเหม็นหืนอาจทำได้โดยวิธีการดังนี้

  1. ตอนเก็บน้ำนมใส่ถุง ให้ไล่อากาศออกให้มากที่สุด
  2. หลังจากปั๊มนมเสร็จ ให้นำไปแช่ในตู้เย็นให้เร็วที่สุด
  3. วางถุงเก็บน้ำนมในแนวนอน
  4. เวลาจะใช้ ให้ย้ายน้ำนมที่แช่ไว้ในช่องแช่แข็งลงมาไว้ในช่องเย็นตอนกลางคืน โดยจะใช้เวลาละลายประมาณ 12 ชั่วโมง คุณแม่สามารถเทใส่ขวดให้ลูกกินแบบเย็นๆได้นะครับ ไม่ได้มีอันตรายอะไร
  5. หากลืมย้ายน้ำนม ให้แกว่งถุงนมในน้ำอุ่นเบาๆให้พอละลาย แต่หากอุ่นนาน และเมื่อน้ำนมยิ่งอุ่น ก็จะยิ่งทำให้เหม็นหืน
  6. ไม่ควรแช่น้ำร้อนหรือนำไปเข้าไมโครเวฟนะครับ เพราะจะทำให้น้ำนมเสียคุณค่าทางอาหารได้

ที่มา breastfeedingthai

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ปั๊มนมแล้วมีเลือดปน แบบนี้จะเป็นอะไรไหม

กลไกการดูดนมของลูก ที่จะทำให้คุณเข้าใจ ว่าทำไมลูกต้องดูดถึงลานนม

parenttown

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

P.Veerasedtakul