น้ำคร่ำแห้ง ระวังลูกตายไม่ก็พิการ จะป้องกันอย่างไรไม่ให้น้ำคร่ำแห้ง

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

น้ำคร่ำแห้ง เป็นสัญญาณอันตรายต่อตัวคุณแม่ท้อง และเด็กทารกภายในครรภ์ โดยภาวะน้ำคร่ำแห้งนั้น อันตรายถึงขั้นที่ทำให้ทารกที่อยู่ภายในครรภ์ของคุณแม่เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

น้ำคร่ำแห้ง ภาวะอันตราย ที่แม่ท้องควรรู้

น้ำคร่ำแห้ง แม้จะเป็นภาวะที่พบได้น้อย แต่ก็เป็นภาวะอันตราย ที่คุณแม่ท้องควรทราบเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ เอาไว้ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาได้ทันเวลา หากมีความผิดปกติเกิดขึ้น

อันตรายจากภาวะน้ำคร่ำแห้งนั้น ก็ได้เคยมีคุณแม่ท่านหนึ่ง เข้ามาแชร์เรื่องราว ที่เธอต้องสูญเสียลูก เพราะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และน้ำคร่ำแห้งมาแล้ว ซึ่งคุณผู้อ่านสามารถติดตามอ่านประสบการณ์ของคุณแม่ท่านนี้ ได้จากบทความที่อยู่ด้านล่างนี้นะครับ แต่ตอนนี้ เรามาทำความรู้จักกับภาวะน้ำคร่ำแห้งกันก่อน

ติดตาม >> แม่แชร์ สูญเสียลูกเพราะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และน้ำคร่ำแห้ง <<

น้ำคร่ำแห้ง คืออะไร

ผศ.นพ.เมธาพันธ์ กิจพรธีรานันท์ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับภาวะน้ำคร่ำแห้งเอาไว้ว่า ในการตั้งครรภ์ทั่วไปนั้น จำเป็นต้องมีน้ำคร่ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ น้ำคร่ำมีหน้าที่หลายประการ เช่น

  • สร้างพื้นที่ให้ทารกได้เคลื่อนไหว
  • รองรับการเติบโตของทารก
  • เป็นแหล่งรวมของเสียที่ขับถ่ายจากทารก
  • เป็นฉนวนป้องกันภัยให้กับทารก
  • และยังสามารถใช้น้ำคร่ำในการตรวจวินิจฉัยโรคของทารกในครรภ์ เช่น ตรวจหาพันธุกรรม ตรวจหาโรคติดเชื้อ ตรวจดูความสมบูรณ์ของปอดทารก เป็นต้น

ซึ่งปริมาณน้ำคร่ำในครรภ์ จะคงอยู่ได้ก็ขึ้นอยู่กับอัตราการสร้างน้ำคร่ำ และการขจัดน้ำคร่ำ โดยความสมดุลของ 2 ขบวนการนี้ จะช่วยให้น้ำคร่ำมีปริมาณที่เหมาะสมในระหว่างตั้งครรภ์

หากมีการสร้างน้ำคร่ำน้อย และขับน้ำคร่ำออกมาก ก็จะทำให้ปริมาตรน้ำคร่ำน้อยลง เมื่อเป็นรุนแรงขึ้นจนไม่มีน้ำคร่ำเหลือ ก็จะกลายเป็นภาวะน้ำคร่ำแห้งได้

น้ำคร่ำแห้ง

น้ำคร่ำแห้ง

แหล่งผลิตน้ำคร่ำที่สำคัญ ได้จากน้ำปัสสาวะของทารกในครรภ์ ซึ่งจะมีอัตราการสร้างสูงถึง 1000- 1200 มิลลิลิตรต่อวัน ในเด็กทารกครบกำหนด

อีกแหล่งหนึ่งคือ น้ำจากปอด ซึ่งสร้างได้วันละประมาณ 400 มิลลิลิตร น้ำจากปอดนี้ ส่วนหนึ่งจะคงอยู่ตามหลอดลม และอีกส่วนหนึ่ง จะขับออกมาทางปาก รวมเป็นน้ำคร่ำต่อไป

ส่วนการขจัดน้ำคร่ำนั้น มาจาก 2 ทาง คือ

  1. การกลืนน้ำคร่ำของทารกในครรภ์ สามารถขจัดได้วันละ 500-1000 มิลลิลิตร
  2. การซึมผ่านของน้ำคร่ำ สู่กระแสโลหิตของทารกในครรภ์ ผ่านรก ซึ่งเชื่อว่า เป็นกลไกหลัก ในขบวนการขจัดน้ำคร่ำ และช่วยรักษาสมดุล ให้มีปริมาณน้ำคร่ำที่เหมาะสมต่อไป

น้ำคร่ำแห้ง พบได้บ่อยแค่ไหน

ภาวะน้ำคร่ำแห้ง พบได้น้อย หรือน้อยกว่า ร้อยละ 1 ของการตั้งครรภ์

จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำคร่ำแห้ง

แม่ท้องมักจะไม่มีอาการใด ๆ ยกเว้นกรณีที่มีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกรั่ว ซึ่งคุณแม่ท้องจะสามารถสังเกตเห็นได้ว่า มีน้ำใส ๆ ไหลออกมาทางช่องคลอด ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น คล้ายน้ำเปล่า ในปริมาณมากพอสมควร และไหลออกมาซ้ำหลายครั้งเป็นระยะ ๆ

ซึ่งในรายที่ไม่มีอาการ คุณหมอสามารถตรวจพบความผิดปกติ ที่เป็นเหตุให้สงสัยว่าจะมีภาวะน้ำคร่ำน้อย หรือน้ำคร่ำแห้งได้ เช่น

  • วัดขนาดยอดมดลูกได้เล็กกว่าอายุครรภ์
  • คลำตัวเด็กผ่านผนังหน้าท้องได้ชัดเจนขึ้น เป็นต้น

จากนั้นคุณหมอก็จะตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อวัดปริมาณน้ำคร่ำต่อไป

หากวัดแล้ว พบว่าปริมาณน้ำคร่ำน้อยลง จะเรียกว่า ภาวะน้ำคร่ำน้อย และหากวัดแล้วไม่พบน้ำคร่ำเลย จะเรียกว่า ภาวะน้ำคร่ำแห้ง ซึ่งภาวะน้ำคร่ำแห้งนั้น จะมีความรุนแรงกว่า และมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้มากกว่า

ภาวะน้ำคร่ำแห้ง เกิดจากสาเหตุใด ป้องกันอย่างไร ไม่ให้น้ำคร่ำแห้ง ติดตามต่อหน้าถัดไป —>>>

การตั้งครรภ์ ข้อควรระวังของการตั้งครรภ์​ เตรียมตัวเป็นแม่