น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม ลูกในท้องจะเป็นอย่างไร มีวิธีป้องกันหรือเปล่า

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม ลูกในท้องจะเป็นอย่างไร มีวิธีป้องกันหรือเปล่า

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม สำหรับคุณแม่ที่กังวลว่าตัวเองน้ำคร่ำมากหรือน้อยควรทำอย่างไร เนื่องจาก น้ำคร่ำถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นกับลูกน้อยในท้องมาก มาหาคำตอบกันค่ะ

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม น้ำคร่ำมีประโยชน์อย่างไรต่อลูกในท้องกันนะ น้ำคร่ำถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นกับลูกน้อยในท้องมาก โดยจะเริ่มสร้างขึ้นเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้ 12 วัน  เนื่องจากระบบต่างๆ ภายในร่างกายของเด็ก แจน ขา และพัฒนาการต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ของเหลวจากน้ำคร่ำกันทั้งสิ้น นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลูกน้อยสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างมีอิสระภายในท้องด้วยคะ ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 2 ลูกน้อยในท้องจะกลืนเอาน้ำคร่ำเข้าไปและใช้ในการหายใจค่ะ

อาการน้ำคร่ำน้อยเป็นอย่างไร

อาการน้ำคร่ำคุณแม่จะไม่สามารถทราบได้ หากไม่ได้รับการตรวจหรือวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ แต่ถ้าคุณแม่มีอาการถุงน้ำคร่ำแตกจนทำให้น้ำคร่ำน้อยลง คุณแม่สามารถรับรู้ได้ค่ะ ซึ่งอาการถุงน้ำคร่ำแตกนั้น มีดังต่อไปนี้

  • คุณแม่จะรู้สึกว่ามีน้ำไหลออกมาจากช่องคลอด จนทำให้เกิดอาการเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา
  • หน้าท้องดูเล็กกว่าปกติ (ขึ้นอยู่กับระยะเวลามรการตั้งครรภ์)
  • ลูกเคลื่อนไหวได้น้อยลง
  • เกิดจากอาการอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือ เบาหวาน เป็นต้น
น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม ลูกในท้องจะเป็นอย่างไร มีวิธีป้องกันหรือเปล่า

น้ำคร่ำน้อยอันตรายไหม ลูกในท้องจะเป็นอย่างไร มีวิธีป้องกันหรือเปล่า

สาหตุที่ทำให้แม่มีน้ำคร่ำน้อย

1.ลูกมีพัฒนาการที่บกพร่อง

เนื่องจากน้ำคร่ำส่วนหนึ่งมาจากการขับปัสสาวะของเด็กในท้อง หากลูกน้อยมีพัฒนาการการตั้งครรภ์ที่ไม่ดีเท่าที่ควร จากปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ และการทำงานของไต ก็จะทำให้ทารกขับปัสสาวะได้น้อย ทำให้น้ำคร่ำน้อยตามนั่นเองค่ะ

2.ปัญหาเกี่ยวกับรก

หากเกิดสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับรกของคุณแม่ ที่เปรียบเสมือนท่อลำเลียงอาหารและเลือดสู่ทารกน้อยในครรภ์ เมื่อลูกไม่ได้รับสารอาหารเท่าที่ควรก็จะทำให้พวกเขาขับของเหลวออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร น้ำคร่ำของคุณแม่ก็จะน้อยลงค่ะ

3.มดลูกแตก

การฉีกขาดเพียงครั้งเดียวของเยื่อหุ้มเซลล์บางจุด อาจทำให้เกิดของเหลวไหลออกมาจากมดลูกได้ ซึ่งไม่ว่าจะมีการไหลหรือการแตกแบบไหน ก็จะทำให้ปริมาณน้ำคร่ำในมดลูกของคุณแม่ลดลงตามค่ะ

4.การตั้งครรภ์เกินกำหนด

หากคุณแม่ตั้งครรภ์นานมากกว่า 42 สัปดาห์ ก็จะยิ่งทำให้รกของคุณแม่เสื่อมสภาพลงได้ จึงทำให้ระดับน้ำคร่ำลดน้อยลงตามค่ะ

5.เกิดภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่

อาการต่างๆ ของคนท้อง อาจทำให้ปริมาณน้ำคร่ำลดน้อยลง ซึ่งอาการนั้นได้แก่ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะขาดน้ำ ครรภ์เป็นพิษ และภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรัง

6.ท้องลูกแฝด

เมื่อคุณแม่ท้องลูกแฝดจะยิ่งเสี่ยงให้ระดับน้ำคร่ำลดน้อยลง เนื่องจากเด็กๆ จะเกิดการใช้รกร่วมกัน ทำให้สารอาหาร และเลือดที่ได้เกิดการแบ่งให้ลูกทั้งสองค่ะ การขับของเสียอาจทำได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร

คนท้องไตรมาสที่สอง

คนท้อง

น้ำคร่ำน้อยส่งผลต่อลูกในท้องอย่างไร
  • เพิ่มโอกาสของการคลอดก่อนกำหนด
  • เพิ่มโอกาสการสำลักขี้เทาของทารก
  • เพิ่มโอกาสผ่าตัดคลอดและการตายขณะคลอดของทารก
  • การที่มีน้ำคร่ำน้อยตั้งแต่เริ่มต้นตั้งครรภ์ จะส่งผลถึงการพัฒนาการของปอดทารกอีกด้วย ทำให้ปอดไม่พัฒนาจากไม่มีน้ำคร่ำที่ทำหน้าที่ถ่างขยายถุงลมและหลอดลม เป็นต้น
วิธีป้องกันน้ำคร่ำน้อย
  • ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ
  • พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ รักษาสมดุลของอาหารให้ดี
  • ไม่ควรสูบบุหรี่
  • ดื่มน้ำมากๆ ให้ร่างกายชุ่มชื่นอยู่เสมอ
  • ปรึกษาคุณหมอหากมีการทานวิตามินหรือยาชนิดอื่นๆ เพิ่มเติม

ที่มา: newkidscenter

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

คนท้องหิวน้ำบ่อย ผิดปกติไหม อันตรายหรือเปล่า จำเป็นต้องไปพบแพทย์ไหม

ทำไมแม่ท้องแก่ใกล้คลอดถึงหายใจไม่ออก

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกในท้องแข็งแรง สมบูรณ์ สุขภาพดี คนท้องควรทำอย่างไร

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Khunsiri

app info
get app banner