นี่ลูกดิ้นหรือคลื่นยักษ์กันแน่? อยากรู้ต้องชมคลิป!

นี่ลูกดิ้นหรือคลื่นยักษ์กันแน่? อยากรู้ต้องชมคลิป!

ความมหัศจรรย์ของการได้เป็นแม่คนก็คือ ความรู้สึกที่สามารถรับรู้ได้เวลาที่ลูกดิ้น ซึ่งคลิปนี้ก็เป็นอีกคลิปหนึ่งที่บอกเลยว่า ดิ้นได้ร้อนแรงจริง ๆ

สิ่งที่แม่ท้องทั้งหลายโปรดปรานมากที่สุดในช่วงเวลาตั้งครรภ์ก็คือ การได้รับรู้ถึงสัมผัสเวลาที่ลูกดิ้น จะดิ้นแรงขนาดไหนแม่ท้องก็ไม่ว่า กลับรู้สึกสนุกสนานเสียอีกด้วยซ้ำ และไม่ใช่แม่ท้องคนเดียวหรอกนะคะที่รู้สึกสนุก คุณพ่อหรือคนรอบข้างก็ตื่นเต้นและสนุกไม่แพ้กัน

ลูกดิ้นแรง คลิปลูกดิ้น

และก่อนที่เราจะไปชมคลิปที่ว่านี้ เรามาดูเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นในลูกดิ้นกันก่อนค่ะ

  1. เปลี่ยนท่า โดยเฉพาะการนอนหงายหรือนอนคว่ำสักครู่
  2. กินอาหารหวาน ๆ แล้วรอสัก 2-3 นาที
  3. ฟังเพลง ลูกฉันดิ้นเยอะมากตอนที่ได้ยินเสียงออแกนในโบสถ์
  4. กดท้องด้านหนึ่ง และลองดูว่าเด็กจะกดกลับหรือไม่
  5. ดื่มน้ำเย็นจัด ๆ เพื่อให้เขาตื่น

ท้องนี้หนักที่ใคร แม่หรือลูกที่อ้วนเกินไปกันแน่นะ

ท้องนี้หนักที่ใคร : น้ำหนักของคุณแม่ที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงตั้งครรภ์นั้น มีผลมาจากหลายส่วน ทั้งจากลูกน้อยที่ค่อย ๆ เจริญเติบโตภายในครรภ์ของคุณแม่ ทั้งจากรก น้ำคร่ำ ปริมาณเลือด แม้กระทั่งเต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้น แต่ก่อนที่จะคิดว่าน้ำหนักจะเพิ่มมากจนคุณแม่หรือลูกในท้องจะอ้วนเกินไปนั้น เราไปดูวิธีคำนวณน้ำหนักที่เหมาะสมระหว่างตั้งครรภ์กันก่อนดีกว่าครับ

 

ท้องนี้หนักที่ใคร

ท้องนี้ ควรหนักเท่าไหร่

น้ำหนักที่ควรจะเพิ่มขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์นั้น ขึ้นอยู่กับดัชนีมวลกายของคุณแม่ก่อนการตั้งครรภ์ โดยคำนวณจาก น้ำหนัก(เป็นกิโลกรัม) ÷ ด้วยส่วนสูง(เป็นเมตร)ยกกำลังสอง

หลังจากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับตารางด้านล่าง เช่น คุณแม่ที่มีดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์ระหว่าง 18.5 – 24.9 (น้ำหนักตัวปกติ) ควรมีการเพิ่มน้ำหนักตัวเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์เท่ากับ 11.5 – 16 กิโลกรัม และควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 0.4 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ เป็นต้น

 

ท้องนี้หนักที่ใคร

ท้องนี้หนักที่ใคร

ตารางแสดงการเพิ่มน้ำหนักตัวของสตรีตั้งครรภ์

ข้อมูลนี้อิงตามคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกคนเดียว น้ำหนักสำหรับคุณแม่ที่ ตั้งครรภ์ลูกแฝดจะมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้เพิ่มเป็นสองเท่านะครับ

 น้ำหนักก่อนการตั้งครรภ์(ดัชนีมวลกายก่อนการตั้งครรภ์)  น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นช่วงในไตรมาสแรก น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแต่ละสัปดาห์ในช่วงไตรมาสที่สองและสาม
 น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (<18.5) 12.5 – 18กิโลกรัม 2.3 กิโลกรัม 0.5 กิโลกรัม
 น้ำหนักปกติ (18.5-24.9) 11.5 – 16 กิโลกรัม 1.6 กิโลกรัม 0.4 กิโลกรัม
น้ำหนักตัวเกิน (25-29.9)  7 – 11.5 กิโลกรัม  0.9 กิโลกรัม 0.3 กิโลกรัม
อ้วน (≥30) 5 – 9 กิโลกรัม 0.2กิโลกรัม

 

อธิบายซ้ำอย่างง่าย ๆ คือ ค่า BMI ระหว่าง 18.5-24.9 น้ำหนักควรเพิ่มขึ้น 11.5-16 กก.

ค่า BMI เท่ากับ 18.5 หรือต่ำกว่า (น้ำหนักตัวก่อน ตั้งครรภ์ ต่ำกว่าเกณฑ์) ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 12.5-18 กก.

ค่า BMI ระหว่าง 25-29.9 ควรมีน้ำหนักเพิ่มไม่เกิน 7-11.5 กก.

ค่า BMI เท่ากับ 30 หรือมากกว่า ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงโรคอ้วน ควรน้ำหนักขึ้น 5-9 กก. นั่นเอง

 

ท้องนี้หนักที่ลูก หรือหนักที่แม่

ท้องนี้หนักที่ใคร

หากแม่ท้องท่านใดรู้สึกว่าน้ำหนักขึ้นมากเกินกำหนด ก็ไม่ควรใช้วิธีอดอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักนะครับ เพราะนั่นจะส่งผลเสียโดยตรงต่อทารกในครรภ์ ทำให้ลูกไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นในการเจริญเติบโตและสร้างอวัยวะ โดยสิ่งที่แม่ท้องควรทำก็คือ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมภายใต้คำแนะนำของคุณหมอจะดีที่สุด

[youtube

ที่มา: Cure Joy

parenttown

 

มีข้อสงสัยเรื่องการตั้งครรภ์ หรือมีคำถามเรื่องการเลี้ยงลูกหรือเปล่าคะ? ติดตามอ่านบทความ หรือสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ผ่านแอปของเราได้เลย
ดาวน์โหลด theAsianparent แอปพลิเคชัน ทั้ง IOS และ Android ได้แล้ววันนี้!

บทความโดย

Muninth

app info
get app banner