พบว่าจุลินทรีย์ bifidus ในลำไส้ ส่งผลให้ลูกภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ลดการเจ็บป่วย มีโอกาสได้เรียนรู้ เสริมสร้างความฉลาดสมวัย

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน

คุณแม่ที่พาลูกน้อยไปฝากเลี้ยงที่เนอสเซอรี่หรือลูกเริ่มเข้าเรียนอนุบาลแล้ว มักจะพบกับปัญหา “ลูกป่วย” แทบทุกบ้าน ทั้งๆ ที่ลูกก็รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโดยตลอด ต่างกับเด็กบ้านอื่นที่มีพ่อแม่หรือผู้ปกครองเลี้ยงเอง ซึ่งเจ็บป่วยน้อยกว่า ทั้งนี้การที่ลูกได้ไปโรงเรียนรวมกับเด็กคนอื่นๆ ด้วย จะเกิดการแบ่งเชื้อโรคหรือแลกเชื้อโรคกันที่เรียกว่า “germ sharing” เชื้อเหล่านี้หากไม่มีภูมิคุ้มกันอยู่ก่อนจะติดต่อกันได้ง่ายมาก เพราะยังมีเชื้อไวรัสหลายชนิดที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หากลูกเจ็บป่วยบ่อย กินได้น้อย ก็จะส่งผลกระทบต่อเซลล์สมองด้วย แต่คุณแม่ทราบไหมคะ การมีจุลินทรีย์ที่ชื่อ bifidus อยู่ในลำไส้ จะส่งผลให้ลูกมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ลดการเจ็บป่วย ทำให้เด็กมีโอกาสได้เรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ เสริมสร้างความฉลาดสมวัย

จุลินทรีย์ bifidus ในลำไส้ ส่งผลให้ลูกฉลาดและร่างกายแข็งแรง

ทารกที่กินนมแม่ได้ทั้งbifidusและโอลิโกแซคคาไรด์ซึ่งเป็นอาหารของ bifidus เมื่อให้อาหารเด็กตามวัยที่มีอาหารสำหรับ bifidus เช่น กล้วย บรอคโคลี่ และผักใบเขียวต่างๆ จะช่วยเพิ่ม bifidus ในลำไส้ซึ่งจะกระตุ้นให้สร้างสารปกป้องผิวเยื่อบุลำไส้ให้แข็งแรงช่วยลดอัตราการป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางทางเดินอาหารและทางเดินหายใจลงได้ และมี bifidusจำนวนมากพอในการช่วยดูแลรักษาสุขภาพลำไส้ต่อไป โดย bifidus ทำให้สุขภาพภายในลำไส้ดี ให้วิตามิน ช่วยให้แร่ธาตุต่างๆดูดซึมได้ดีขึ้นโดยเฉพาะธาตุเหล็ก ไอโอดีน แคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง แร่ธาตุเหล่านี้จำเป็นสำหรับการสร้างเนื้อเยื่อต่างๆ สมอง เลือด กล้ามเนื้อ กระดูก และฟัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง กากใยอาหารส่วนที่ไม่ย่อยเหลือลงมาส่วนล่างของลำไส้ จะถูกหมักโดย bifidus ทำให้การทำหน้าที่ของลำไส้ใหญ่สมบูรณ์ ถ่ายปกติ

เด็กๆ จึงต้องได้รับอาหารอย่างสมดุล เริ่มด้วยการให้กินนมแม่อย่างน้อย 2 ปี ให้อาหารเด็กตามวัยเมื่ออายุครบ 4-6 เดือน รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบให้ครบ 5 หมู่ควรให้ปริมาณและชนิดที่เหมาะสมดังนี้

  • พลังงานเพียงพอจากแป้ง ไขมันและโปรตีนเพื่อการเติบโตแข็งแรง
  • อาหารสำหรับสมอง ได้แก่อาหารพวกปลาซึ่งให้ ดี เอช เอ ธาตุไอโอดีน และธาตุเหล็ก
  • อาหารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เช่น อาหารพวกนมหมักหรือนมผงเสริมด้วย bifidus สายพันธุ์ที่ได้มีการศึกษาผลมาแล้ว
  • อาหารที่ให้วิตามินและเกลือแร่เพื่อให้ระบบต่างๆในร่างกายทำหน้าที่ได้ปกติ

นอกจากวิธีการด้านการเลี่ยงดูลูกด้วยอาหารที่เหมาะสมแล้วในชีวิตประจำวันพ่อแม่สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรงและฉลาดได้ดังนี้

ชวนลูกออกกำลังกายเพื่อกล้ามเนื้อส่วนต่างได้ออกกำลัง ร่างกายแข็งแรง ควรออกกำลังกายกลางแจ้งให้ได้รับแสงแดด ผิวหนังจะสร้างวิตามิน ดี ซึ่งมีส่วนช่วยในระบบภูมิคุ้มกัน และทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุแคลเซียมได้มากขึ้น แคลเซียมมีความสำคัญต่อการเติบโตของกระดูกและฟัน

ให้อาหารสมองด้วยการกระตุ้นให้ลูกคิดอย่างเหมาะสมแล้ว การเล่านิทานให้ลูกฟังเป็นวิธีช่วยให้ลูกมีจินตนาการและคิดเป็นไอสไตน์เคยกล่าวว่า “อยากให้ลูกฉลาดต้องเล่านิทานให้ฟังวันละหนึ่งเรื่อง อยากให้ลูกมีไวพริบต้องเล่านิทานวันละหลายๆเรื่อง”

การให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ การนอนกลับเป็นเวลาที่สมองได้พักผ่อนและตัดสิ่งที่ไม่พึ่งประสงค์ที่ได้รับมาตอนตื่นออกไป สมองว่างขึ้น ตื่นขึ้นมาสามารถเรียบรู้สิ่งใหม่ๆได้มากขึ้น

เด็กน้อยที่เริ่มต้นไปโรงเรียนถือว่าอยู่ในช่วงของวัยสร้างภูมิ การให้ลูกได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ และ/หรือ ดื่มนมที่มีจุลินทรีย์ bifidus ส่งผลให้ลูกมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ลดการเจ็บป่วย มีโอกาสได้เรียนรู้ เสริมสร้างความฉลาดสมวัย

เครดิต :  พญ. วันดี วราวิทย์

การนอนของทารก การออกกำลังกาย การออกกำลังกายสำหรับวัยเตาะแตะ การให้นมแม่ ช่วงวัยของเด็ก ทารก ประโยชน์ของการให้นมแม่ พัฒนาการของทารก วัยเตาะแตะ สุขภาพของวัยเตาะแตะ โภชนาการของทารก โภชนาการวัยเตาะแตะ