ท้องใกล้คลอด เจ็บท้องคลอด อาการเป็นยังไง คุณหมอช่วยไขความกระจ่าง

เป็นแม่มือใหม่จะรู้ได้ยังไงว่า นี่คือสัญญาณใกล้คลอด สตรีตั้งครรภ์ช่วงใกล้คลอดทุกคนต้องหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตนเองและทารกในครรภ์ หากเป็นอาการที่บ่งบอกว่าเข้าสู่ระยะคลอดบุตร ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อคลอด

ท้องใกล้คลอด เจ็บท้องคลอด อาการเป็นยังไง

แม่มือใหม่อยากรู้ ท้องใกล้คลอด เจ็บท้องคลอด อาการเป็นยังไง คุณหมอมาอธิบายให้แล้ว

 

ท้องใกล้คลอดและอาการปกติของสตรีตั้งครรภ์ใกล้คลอดบุตร

สตรีตั้งครรภ์หลาย ๆ ท่าน มักจะมีความกังวลใจมากขึ้นในเรื่องของตนเองและลูกในครรภ์เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สามซึ่งเป็นช่วงใกล้คลอดจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เฉพาะอีกหลายประการ ดังนี้

 

  • ในสตรีตั้งครรภ์ที่ใกล้คลอด จะมีมดลูกขยายขนาดใหญ่ขึ้น

ทำให้ยอดมดลูกสูงขึ้นจนเกือบถึงระดับลิ้นปี่ ส่งผลให้มารดามีอาการอึดอัด แน่นในช่องท้องได้ ยอดมดลูกจะกดเบียดกระเพาะอาหารทำให้ขยายขนาดได้น้อยจึงรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ยอดมดลูกที่สูงขึ้นยังดันกระบังลมให้สูงขึ้นด้วยส่งผลให้สตรีตั้งครรภ์มักจะหายใจเร็วถี่ขึ้นและตื้นขึ้น

บางรายอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายได้ มดลูกที่ใหญ่ขึ้นยังส่งเสริมให้มีการกดทับเส้นเลือดใหญ่ในช่องท้องทำให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจน้อยลง กรณีนี้จึงทำให้มีอาการหน้ามือเป็นลมได้ง่ายหากมีการเปลี่ยนท่าจากนอนหงายเป็นนั่งหรือยืนขึ้นทันทีทันใด

มดลูกที่ใหญ่ขึ้นนี้จะเริ่มมีการซ้อมบีบตัวเพื่อเตรียมคลอด หากมีการบีบตัวของกล้ามเนื้อมดลูกเบาๆ นานๆ ครั้ง ถือว่าเป็นอาการปกติของการเจ็บครรภ์เตือน แต่หากมีการบีบรัดตัวอย่างสม่ำเสมอ ถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้นตามลำดับและยังคงอาการอยู่ต่อเนื่องประมาณ 30 นาทีแสดงว่าเป็นเจ็บครรภ์แท้จริงซึ่งเป็นสัญญาณขั้นต้นของการเข้าสู่ระยะคลอดบุตรได้

ในช่วงใกล้คลอดนี้ศีรษะทารกจะเริ่มเคลื่อนลงต่ำมุดลงใต้กระดูกหัวหน่าว ส่งผลให้กดเบียดกระเพาะปัสสาวะทำให้มีความรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น อาจรู้สึกถ่วงๆ ตุงๆในช่องคลอดได้ อาจมีอาการบวมบริเวณหลังเท้าทั้งสองข้างได้ ในบางรายจะเริ่มมีน้ำนมไหลจากหัวนมข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างก็ได้ด้วย

 

  • ในทารกเอง

ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้นและอยู่ในถุงน้ำคร่ำซึ่งมีพื้นที่จำกัด ส่งผลให้เมื่อทารกขยับตัวหรือดิ้นแล้วมารดาจะจับความเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น แต่จะรับรู้ความแรงของการดิ้นได้ลดลงด้วยทารกมีพื้นที่ให้เคลื่อนไหวได้น้อยลง และบ่อยครั้งที่มารดาจะรู้สึกว่าทารกมีความเคลื่อนไหวที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ด้วยความถี่ห่างๆ ซึ่งเป็นผลจากการที่ทารกเริ่มมีการซ้อมหายใจ มีการขยับของกระบังลมและปอดเสมือนทารกสะอึกแรงเป็นครั้งๆ ไป

 

เจ็บท้องคลอด อาการที่บ่งบอกว่าเข้าสู่ระยะคลอด

  1. อาการมูกเลือดออกทางช่องคลอด การตั้งครรภ์ทั่วไปจะไม่มีเลือดออกทางช่องคลอด หากพบว่ามีเลือดสดออกให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องไปพบสูติแพทย์โดยด่วน แต่หากเป็นการเข้าสู่ระยะคลอดตามปกติ เมื่อมีการเปิดของปากมดลูกแล้ว มักจะมีมูกปนเลือดออกมาทางช่องคลอดได้ ลักษณะเป็นเมือกใส เหนียวคล้ายน้ำมูกมีสีแดงปนได้
  2. อาการน้ำคร่ำรั่ว หรือ น้ำเดิน เมื่อมีน้ำไหลออกมาทางช่องคลอด มารดาควรสังเกตให้ดีว่าเป็นน้ำใส ไม่มีกลิ่น เหลว อาจมีเศษตะกอนสีขาวปนเล็กน้อยคล้ายน้ำซาวข้าวแสดงว่าเป็นน้ำคร่ำเดิน ไหลเป็นพักๆหรือต่อเนื่องก็ได้ จะออกมากขึ้นเมื่อขยับตัวหรือเดิน ซึ่งจำเป็นต้องแยกกับตกขาวในช่องคลอดซึ่งจะมีลักษณะเป็นน้ำสีขาวข้นคล้ายนม มีกลิ่นคาวหรือคันร่วมด้วย ในกรณีที่พบว่าเป็นน้ำปนกับตะกอนสีเขียวเข้มแสดงว่าเด็กทารกมีการถ่ายขี้เทาออกมาปนในน้ำคร่ำด้วย กรณีนี้ให้รีบมาพบสูติแพทย์โดยด่วนเนื่องจากทารกอยู่ในภาวะเสี่ยงภัยด้วย
  3. อาการเจ็บครรภ์จริง ในช่วงใกล้คลอดมักจะมีอาการเจ็บครรภ์เตือนบ่อยครั้ง ทั้งนี้เป็นการซ้อมของกล้ามเนื้อมดลูกในการหดรัดตัว ซึ่งการเจ็บครรภ์เตือนนี้มักจะเกิดเป็นพักๆ ไม่สม่ำเสมอ เป็นการบีบตัวเบาๆ ไม่มีรูปแบบ เป็นเวลาสั้นๆ เกิดที่มดลูกในตำแหน่งทั่วไปไม่จำเพาะ เมื่อนอนพักนิ่งๆ อาการจะค่อยทุเลาได้เอง ซึ่งอาการเจ็บครรภ์เตือนนี้ไม่มีอันตรายต่อทั้งมารดาหรือทารกในครรภ์ สามารถสังเกตอาการต่อที่บ้านได้ กรณีที่เจ็บครรภ์จริงมักจะเริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูกบริเวณยอดมดลูกก่อนและค่อยกระจายไปทั่วทั้งมดลูก เกิดได้บ่อยขึ้น นานขึ้น แรงขึ้น จนมารดารู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งอาจมีการรัดตัวอยู่นานเป็นนาทีได้ มีช่วงพักคลายตัว 2-3 นาทีแล้วจึงกลับมาบีบรัดตัวใหม่อย่างสม่ำเสมอต่อไป
  4. อาการลูกดิ้นน้อยลง เนื่องด้วยเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์ถี่ขึ้น ทำให้มารดาไม่สามารถรับรู้ลูกดิ้นได้ทุกครั้ง จึงรู้สึกเสมือนว่าลูกดิ้นน้อยลง นอกจากนี้ยังไม่สามารถแยกจากทารกที่มีปัญหาลูกดิ้นน้อยลงจริงได้ จึงควรมาโรงพยาบาลเพื่อรับการตรวจประเมินจากสูติแพทย์โดยตรง

 

โดยสรุป สตรีตั้งครรภ์ควรมีความรู้เกี่ยวกับอาการใกล้คลอดบุตร และหมั่นสังเกตตนเองอย่างสม่ำเสมอ หากสงสัยว่าจะเข้าสู่ระยะคลอดให้รีบเดินทางไปโรงพยาบาลต่อไป

 

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

คนท้องกินของดองได้ไหม เป็นอะไรกับลูกในท้องหรือเปล่า

น้ำคร่ำแห้ง ระวังลูกตายไม่ก็พิการ จะป้องกันอย่างไรไม่ให้น้ำคร่ำแห้ง

มดลูกกลับหลัง มดลูกคว่ำ คนท้องจะแท้งง่ายขึ้นไหม หรือทำให้มีลูกยากจริงหรือเปล่า